ตั้งค่าใบรับรองสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และ ChromeOS ที่มีการจัดการ

อุปกรณ์เคลื่อนที่: รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Frontline Standard และ Frontline Plus, Enterprise Standard และ Enterprise Plus, Education Standard, Education Plus และ Endpoint Education Upgrade รวมถึง Cloud Identity Premium เปรียบเทียบรุ่นของคุณ

อุปกรณ์ ChromeOS: ต้องใช้ Chrome Enterprise สำหรับใบรับรองตามอุปกรณ์

คุณสามารถควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้ไปยังเครือข่าย Wi-Fi และอีเทอร์เน็ต, เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) รวมถึงแอปและเว็บไซต์ภายในขององค์กรได้ในมือถือและอุปกรณ์ ChromeOS ด้วยการกระจายใบรับรองจากผู้ออกใบรับรอง (CA) ภายในองค์กร ซึ่ง Google Cloud Certificate Connector เป็นบริการของ Windows ที่ กระจายใบรับรองและคีย์การตรวจสอบสิทธิ์จากเซิร์ฟเวอร์ Simple Certificate Enrollment Protocol (SCEP) ไปยังมือถือและอุปกรณ์ ChromeOS ของผู้ใช้อย่างปลอดภัย โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อวิธีการตรวจสอบสิทธิ์ใบรับรองผ่าน Google Cloud Certificate Connector ในหน้านี้

สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS คุณจะตั้งค่าใบรับรองตามผู้ใช้หรือตามอุปกรณ์ได้ ระบบจะเพิ่มใบรับรองผู้ใช้ลงในอุปกรณ์ให้กับผู้ใช้คนใดคนหนึ่ง และผู้ใช้รายนั้นจะเข้าถึงได้ หรือระบบจะมอบหมายใบรับรองอุปกรณ์ตามอุปกรณ์ และผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ดังกล่าวจะเข้าถึงได้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อจัดการใบรับรองไคลเอ็นต์ในอุปกรณ์ Chrome

หากต้องการควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย Wi-Fi สำหรับทั้งมือถือและอุปกรณ์ ChromeOS คุณจะต้องตั้งค่าโปรไฟล์ SCEP และเครือข่าย Wi-Fi แยกกัน เนื่องจากมือถือและอุปกรณ์ ChromeOS รองรับคีย์ RSA คนละประเภท

หมายเหตุเกี่ยวกับพื้นที่เก็บข้อมูลคีย์:

  • สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ระบบจะสร้างคีย์ส่วนตัวสำหรับใบรับรองในเซิร์ฟเวอร์ของ Google โดยจะลบคีย์ออกจากเซิร์ฟเวอร์ของ Google อย่างถาวรหลังจากติดตั้ง ใบรับรองในอุปกรณ์หรือหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่ากิจกรรมใดจะเกิดก่อน
  • สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS ระบบจะสร้างคีย์ส่วนตัวสำหรับใบรับรองใน อุปกรณ์ ChromeOS โดยจะจัดเก็บคีย์สาธารณะที่เกี่ยวข้องไว้ชั่วคราวใน เซิร์ฟเวอร์ของ Google และจะลบถาวรหลังจากติดตั้งใบรับรอง

ข้อกำหนดของระบบ

  • Microsoft Active Directory Certificate Service สำหรับเซิร์ฟเวอร์ SCEP และ Microsoft Network Device Enrollment Service (NDES) เพื่อแจกจ่าย ใบรับรอง
  • อุปกรณ์เคลื่อนที่: อุปกรณ์ iOS และ Android ที่อยู่ภายใต้การจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นสูง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อกำหนดของอุปกรณ์
  • อุปกรณ์ ChromeOS:

    • ใบรับรองอุปกรณ์: ChromeOS เวอร์ชัน 89 ขึ้นไปและจัดการด้วย Chrome Enterprise
    • ใบรับรองผู้ใช้: ChromeOS เวอร์ชัน 86 ขึ้นไป

      หมายเหตุ: สำหรับเวอร์ชันที่เก่ากว่า 87 ผู้ใช้จะต้องรีสตาร์ทอุปกรณ์หรือรอ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ใบรับรองผู้ใช้ใช้งานได้

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น

  • หากต้องการให้ชื่อเรื่องของใบรับรองใช้ชื่อผู้ใช้ Active Directory คุณต้องซิงค์ Active Directory และไดเรกทอรี Google กับ Google Cloud Directory Sync (GCDS) หากจำเป็น ให้ตั้งค่า GCDS
  • หากยังไม่ได้อัปโหลดใบรับรอง CA ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้เพิ่มใบรับรอง
  • ดูปัญหาที่ทราบเพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานที่ไม่คาดคิด

ปัญหาที่ทราบ

  • คุณจะเพิกถอนใบรับรองไม่ได้หลังจากติดตั้งในอุปกรณ์แล้ว
  • โปรไฟล์ SCEP ไม่รองรับการท้าทายแบบไดนามิก
  • การรับค่าโปรไฟล์ SCEP ระหว่างหน่วยขององค์กรอาจหยุดทำงานในบางกรณี เช่น หากตั้งค่าโปรไฟล์ SCEP สำหรับหน่วยขององค์กรและเปลี่ยนโปรไฟล์ SCEP ของหน่วยขององค์กรย่อย ไม่มีโปรไฟล์ SCEP ของหน่วยขององค์กรระดับบนสุดที่หน่วยขององค์กรย่อยจะรับค่าได้อีก
  • สำหรับมือถือ โปรไฟล์ SCEP จะใช้กับการกำหนดค่า VPN หรืออีเทอร์เน็ตไม่ได้ และจะใช้ได้กับ Wi-Fi เท่านั้น
  • สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS โปรไฟล์ SCEP จะใช้กับการกำหนดค่า VPN หรือ อีเทอร์เน็ตโดยตรงไม่ได้ หากต้องการใช้โปรไฟล์ SCEP กับการกำหนดค่า VPN หรือ อีเทอร์เน็ตโดยอ้อม ให้ใช้รูปแบบผู้ออกและหัวเรื่องเพื่อเลือกใบรับรองที่จะใช้โดยอัตโนมัติ
  • สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ ChromeOS ใบรับรองจะใช้ได้สำหรับผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ที่มีการจัดการเท่านั้น ผู้ใช้และอุปกรณ์ต้องอยู่ในโดเมนเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลด Google Cloud Certificate Connector

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ในเซิร์ฟเวอร์ SCEP หรือคอมพิวเตอร์ Windows ที่มีบัญชีซึ่งลงชื่อเข้าใช้เป็นบริการในเซิร์ฟเวอร์ SCEP ได้ โดยเตรียมข้อมูลเข้าสู่ระบบของบัญชีให้พร้อมใช้งาน

หากองค์กรมีเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่อง คุณสามารถใช้ตัวแทนตัวเชื่อมต่อใบรับรองเดียวกันในเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดได้ ดาวน์โหลดและติดตั้งไฟล์ติดตั้ง ไฟล์การกำหนดค่า และไฟล์คีย์ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวตามที่อธิบายไว้ใน ขั้นตอนต่อไปนี้ จากนั้นคัดลอกไฟล์ทั้ง 3 ไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น แล้วทำตามวิธีการตั้งค่าในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น

หมายเหตุ: คุณจะดาวน์โหลด Google Cloud Certificate Connector และคอมโพเนนต์ของ ได้เพียงครั้งเดียวเมื่อตั้งค่าใบรับรองสำหรับองค์กรเป็นครั้งแรก ใบรับรองและโปรไฟล์ SCEP สามารถใช้ตัวเชื่อมต่อใบรับรองเดียวร่วมกันได้

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น อุปกรณ์ จากนั้น เครือข่าย

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าอุปกรณ์ที่แชร์

  2. คลิก SCEP ที่ปลอดภัย จากนั้น ดาวน์โหลดเครื่องมือเชื่อมต่อ
  3. คลิกดาวน์โหลดในส่วนติดตั้ง Google Cloud Certificate Connector
  4. ในหน้า Google Cloud Certificate Connector ให้คลิกดาวน์โหลดเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ connector_installer.exe
  5. ปิดหน้าขอขอบคุณที่ดาวน์โหลด Google Cloud Certificate Connector
  6. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ในส่วนดาวน์โหลดไฟล์การกำหนดค่าตัวเชื่อมต่อ ให้คลิกดาวน์โหลดเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ config.json
  7. ในส่วนรับคีย์บัญชีบริการ ให้คลิกสร้างคีย์เพื่อ ดาวน์โหลดไฟล์ key.json
  8. เรียกใช้ connector_installer.exe ในฐานะผู้ดูแลระบบ

    หมายเหตุ: โปรแกรมติดตั้งจะลงทะเบียนบริการเครื่องมือเชื่อมต่อด้วยข้อมูลเข้าสู่ระบบเริ่มต้น (LocalService) คุณสามารถเปลี่ยนบริการให้ทำงานเป็นบัญชีบริการอื่นได้ในภายหลัง โดยไปที่ไดเรกทอรีการติดตั้งสำหรับ เครื่องมือเชื่อมต่อ แล้วเรียกใช้ configtool.exe เพื่อเปิด ConfigTool

  9. ย้ายไฟล์การกำหนดค่าและคีย์ (config.json และ key.json) ไปยัง โฟลเดอร์ Google Cloud Certificate Connector ที่สร้างระหว่างการติดตั้ง โดยทั่วไปจะอยู่ที่ C:\Program Files\Google Cloud Certificate Connector

  10. เปิดบริการ Google Cloud Certificate Connector ดังนี้

    1. เปิดบริการของ Windows
    2. เลือก Google Cloud Certificate Connector ในรายการบริการ
    3. คลิกเริ่มเพื่อเริ่มบริการ ตรวจสอบว่าสถานะเปลี่ยนเป็น กำลังทำงาน โดยบริการจะรีสตาร์ทโดยอัตโนมัติหากคอมพิวเตอร์รีบูต

หากดาวน์โหลดคีย์บัญชีบริการใหม่ในภายหลัง ให้รีสตาร์ทบริการเพื่อใช้คีย์ดังกล่าว

ขั้นตอนที่ 2: เพิ่มโปรไฟล์ SCEP

โปรไฟล์ SCEP จะกำหนดใบรับรองที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเครือข่าย Wi-Fi หรือ อีเทอร์เน็ต หรือ VPN ได้ คุณจะให้สิทธิ์โปรไฟล์กับผู้ใช้บางรายได้โดยการเพิ่มโปรไฟล์นั้นลงในหน่วยขององค์กร โดยตั้งค่าโปรไฟล์ SCEP หลายโปรไฟล์เพื่อจัดการการเข้าถึงได้ตามหน่วยขององค์กรและตามประเภทอุปกรณ์ เราขอแนะนำให้คุณตั้งค่าโปรไฟล์ SCEP แยกต่างหากสำหรับแต่ละหน่วยขององค์กรที่ต้องการให้ใช้โปรไฟล์

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น: หากต้องการกำหนดแผนกหรือทีมสำหรับการตั้งค่านี้ โปรดดูหัวข้อเพิ่มหน่วยขององค์กร

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น อุปกรณ์ จากนั้น เครือข่าย

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าอุปกรณ์ที่แชร์

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการใช้การตั้งค่ากับแผนกหรือทีม ให้เลือกหน่วยขององค์กรที่ด้านข้าง
  3. สำหรับ SCEP ที่ปลอดภัย ให้คลิกสร้างโปรไฟล์ SCEP ที่ปลอดภัย หากสร้างโปรไฟล์ SCEP แล้ว ให้คลิก SCEP ที่ปลอดภัย จากนั้น เพิ่มโปรไฟล์ SCEP ที่ปลอดภัย
  4. ป้อนรายละเอียดการกำหนดค่าสำหรับโปรไฟล์ หาก CA ของคุณออก เทมเพลตที่เฉพาะเจาะจง ให้จับคู่รายละเอียดของโปรไฟล์กับเทมเพลตนั้น

    • แพลตฟอร์มที่ใช้กับโปรไฟล์นี้ - แพลตฟอร์มอุปกรณ์ที่ใช้โปรไฟล์ SCEP สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS ให้เลือก Chromebook (ผู้ใช้), Chromebook (อุปกรณ์) หรือทั้ง 2 อย่าง ขึ้นอยู่กับประเภทของ ใบรับรองที่คุณต้องการใช้งาน
    • ชื่อโปรไฟล์ SCEP - ชื่อที่สื่อความหมายถึงโปรไฟล์นั้น ชื่อจะแสดงในรายการโปรไฟล์และในตัวเลือกโปรไฟล์ในการกำหนดค่าเครือข่าย Wi-Fi
    • รูปแบบชื่อเรื่อง - เลือกวิธีระบุเจ้าของใบรับรอง หากเลือกชื่อเฉพาะแบบเต็ม ชื่อสามัญของใบรับรอง จะเป็นชื่อผู้ใช้ของผู้ใช้
    • ชื่อเรื่องอื่น - ให้ระบุ SAN โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นไม่มี สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS คุณสามารถกำหนดชื่อเรื่องอื่นตามแอตทริบิวต์ของผู้ใช้และอุปกรณ์ได้ หากต้องการใช้คำขอลงชื่อใบรับรอง (CSR) ที่กำหนดเอง ให้กำหนดค่าเทมเพลตใบรับรองใน CA เพื่อให้ได้ใบรับรองที่มีค่าเรื่องตามที่กำหนดไว้ในคำขอ และอย่างน้อยต้องระบุค่าเรื่องเป็น CommonName

      คุณจะใช้ตัวยึดตำแหน่งต่อไปนี้ได้ โดยจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้

      • ${DEVICE_DIRECTORY_ID} - รหัสไดเรกทอรีของอุปกรณ์
      • ${USER_EMAIL} - อีเมลของผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้
      • ${USER_EMAIL_DOMAIN} - ชื่อโดเมนของผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้
      • ${DEVICE_SERIAL_NUMBER} - หมายเลขซีเรียลของอุปกรณ์
      • ${DEVICE_ASSET_ID} - รหัสเนื้อหาของอุปกรณ์ที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้
      • ${DEVICE_ANNOTATED_LOCATION} - สถานที่ตั้งของอุปกรณ์ที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้
      • ${USER_EMAIL_NAME} - ส่วนแรก (ส่วนที่อยู่ก่อน @) ของอีเมลผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้

      หากไม่มีค่าตัวยึดตำแหน่ง ระบบจะแทนที่ด้วยสตริงว่าง

    • อัลกอริทึมการลงนาม - ฟังก์ชันแฮชที่ใช้เข้ารหัส คีย์การให้สิทธิ์ มีเฉพาะ SHA256 ที่มี RSA เท่านั้น

    • การใช้คีย์ - ตัวเลือกสำหรับวิธีใช้คีย์ การเข้ารหัสคีย์ และ การลงนาม โดยจะเลือกได้มากกว่า 1 รายการ

    • ขนาดคีย์ (บิต) - ขนาดของคีย์ RSA สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS ให้เลือก 2048

    • สำหรับความปลอดภัย ให้เลือกประเภทเอกสารรับรองที่จะต้องใช้ สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ การตั้งค่านี้ไม่มีผลกับมือถือ

    • ในส่วนแอตทริบิวต์เซิร์ฟเวอร์ SCEP ให้กำหนดค่าและ ค่ากำหนดสำหรับเซิร์ฟเวอร์ SCEP

      • URL ของเซิร์ฟเวอร์ SCEP - URL ของเซิร์ฟเวอร์ SCEP
      • ระยะเวลาที่ใบรับรองมีผล (ปี) - ระยะเวลาที่ใบรับรองของอุปกรณ์มีผล ป้อนในรูปแบบตัวเลข
      • ต่ออายุภายในวัน - ระยะเวลาก่อนที่ใบรับรองของอุปกรณ์จะหมดอายุ เพื่อลองต่ออายุใบรับรอง
      • ขยายการใช้งานคีย์ - วิธีที่คุณใช้คีย์ได้ โดยเลือกได้มากกว่า 1 ค่า
      • ประเภทคำถาม - หากต้องการให้ Google ระบุวลีคำถามที่เฉพาะเจาะจงเมื่อขอใบรับรองจากเซิร์ฟเวอร์ SCEP ให้เลือกคงที่ แล้วป้อนวลี หากเลือกไม่มี เซิร์ฟเวอร์จะไม่กำหนดให้มีการตรวจสอบนี้
      • ชื่อเทมเพลต - ชื่อของเทมเพลตที่เซิร์ฟเวอร์ NDES ใช้งาน
      • ผู้ออกใบรับรอง - ชื่อของใบรับรองที่คุณอัปโหลดเพื่อใช้เป็นผู้ออกใบรับรอง
      • ประเภทเครือข่ายที่ใช้กับโปรไฟล์นี้ - ประเภทเครือข่ายที่ ใช้โปรไฟล์ SCEP
  5. คลิกบันทึก หรือคลิกลบล้างสำหรับหน่วยขององค์กร

    หากในภายหลังต้องการกู้คืนค่าที่รับช่วงมา ให้คลิกรับค่า

หลังจากที่เพิ่มโปรไฟล์แล้ว ระบบจะแสดงโปรไฟล์นั้นพร้อมด้วยชื่อและแพลตฟอร์มที่เปิดให้ใช้งาน ในคอลัมน์แพลตฟอร์ม ระบบจะเปิดใช้โปรไฟล์ดังกล่าวสำหรับแพลตฟอร์มที่มีไอคอนสีน้ำเงิน และจะปิดใช้สำหรับแพลตฟอร์มที่มีไอคอนสีเทา หากต้องการแก้ไขโปรไฟล์ ให้ชี้ไปที่แถวที่ต้องการ แล้วคลิกแก้ไข

โปรไฟล์ SCEP จะกระจายไปยังผู้ใช้ในหน่วยขององค์กรโดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 3: กำหนดค่าที่เก็บคีย์ของเครื่องมือเชื่อมต่อการรับรอง Google Cloud

หากใบรับรองออกโดย CA ที่เชื่อถือได้หรือ URL ของเซิร์ฟเวอร์ SCEP ขึ้นต้นด้วย HTTP ให้ข้ามขั้นตอนนี้

หากใบรับรองไม่ได้ออกโดย CA ที่เชื่อถือได้ เช่น ใบรับรองที่ลงนามด้วยตนเอง คุณจะต้องนำเข้าใบรับรองไปยังคีย์สโตร์ของ Google Cloud Certificate Connector ไม่เช่นนั้น ระบบจะจัดสรรใบรับรองอุปกรณ์ไม่ได้และ อุปกรณ์จะเชื่อมต่อไม่ได้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ CA
  2. หากยังไม่ได้ติดตั้ง JRE ของ Java ให้ติดตั้งเพื่อให้คุณใช้ keytool.exe ได้
  3. เปิด Command Prompt
  4. ส่งออกใบรับรอง CA และแปลงเป็นไฟล์ PEM โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้

    certutil ‑ca.cert C:\root.cer
    certutil ‑encode cacert.cer cacert.pem

  5. นำเข้าใบรับรอง CA ไปยังคีย์สโตร์ จากไดเรกทอรีย่อยของโฟลเดอร์ Google Cloud Certificate Connector ที่สร้างขึ้นระหว่างการติดตั้ง ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ C:\Program Files\Google Cloud Certificate Connector ให้เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้และแทนที่ java-home-dir ด้วยเส้นทางไปยัง JRE ในโฟลเดอร์ Google Cloud Certificate Connector และ cert-export-dir ด้วยเส้นทางไปยังใบรับรองที่คุณส่งออกในขั้นตอนที่ 4 java-home-dir\bin\keytool.exe ‑import ‑keystore rt\lib\security\cacerts ‑trustcacerts ‑file cert-export-dir\cacert.pem ‑storepass changeit

ขั้นตอนที่ 4: กำหนดค่าเครือข่ายให้ต้องใช้โปรไฟล์ SCEP (ไม่บังคับ)

คุณตั้งค่าให้ต้องใช้โปรไฟล์ SCEP ได้โดยขึ้นอยู่กับประเภทเครือข่าย

กำหนดให้ใช้โปรไฟล์ SCEP สำหรับเครือข่าย Wi-Fi

หากต้องการควบคุมการเข้าถึงเครือข่าย Wi-Fi สำหรับทั้งมือถือและอุปกรณ์ ChromeOS ให้ตั้งค่าเครือข่าย Wi-Fi แยกกันสำหรับอุปกรณ์แต่ละเครื่อง เช่น ตั้งค่าเครือข่าย Wi-Fi เดียวสำหรับมือถือและกำหนดโปรไฟล์ SCEP สำหรับมือถือ จากนั้นตั้งค่าเครือข่าย Wi-Fi อีกเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์ ChromeOS และกำหนดโปรไฟล์ SCEP สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น: หากต้องการกำหนดแผนกหรือทีมสำหรับการตั้งค่านี้ โปรดดูหัวข้อเพิ่มหน่วยขององค์กร

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น อุปกรณ์ จากนั้น เครือข่าย

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าอุปกรณ์ที่แชร์

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการใช้การตั้งค่ากับแผนกหรือทีม ให้เลือกหน่วยขององค์กรที่ด้านข้าง
  3. ในส่วน Wi-Fi ให้คลิกสร้างเครือข่าย Wi-Fi หากตั้งค่าเครือข่าย Wi-Fi แล้ว ให้คลิก Wi-Fi จากนั้น เพิ่ม Wi-Fi
  4. ในส่วนการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ให้เลือกช่องต่อไปนี้ตามต้องการ ได้แก่ Android, iOS, Chromebook (ตามผู้ใช้), Chromebook (ตามอุปกรณ์) หรือฮาร์ดแวร์ของ Google Meet
  5. ในส่วนรายละเอียด ให้ทำดังนี้
    1. ป้อนชื่อและ SSID สำหรับเครือข่าย Wi-Fi
    2. สำหรับการตั้งค่าความปลอดภัย ให้เลือก WPA/WPA2 Enterprise (802.1X) หรือ Dynamic WEP (802.1X)
    3. สำหรับโปรโตคอลการตรวจสอบสิทธิ์ที่ขยายได้ ให้เลือก EAP-TLS หรือ EAP-TTLS
    4. หากเลือก EAP-TLS สำหรับประเภทการจัดสรร ให้เลือกโปรไฟล์ SCEP หรือรูปแบบใบรับรอง แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
      • สำหรับโปรไฟล์ SCEP ให้เลือกโปรไฟล์ SCEP ที่คุณเพิ่มในขั้นตอนที่ 2
      • สำหรับรูปแบบใบรับรอง ให้ป้อนค่าสำหรับ URL การลงทะเบียนไคลเอ็นต์ และค่าสำหรับรูปแบบผู้ออกหรือรูปแบบหัวเรื่อง อย่างน้อย 1 ค่า
    5. ป้อนค่าหรือเลือกตัวเลือกสำหรับรายละเอียด Wi-Fi อื่นๆ ที่คุณต้องการ
  6. คลิกบันทึก
  7. แชร์ข้อมูลกับผู้ใช้เกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่าย
    • อุปกรณ์ของบุตรหลานต้องระบุใบรับรองทุกครั้งที่พยายามเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi
    • สำหรับอุปกรณ์ Android และ ChromeOS ระบบจะป้อนใบรับรองที่สอดคล้องกับโปรไฟล์ SCEP และเครือข่ายของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงเพียงคลิกเชื่อมต่อ
    • สำหรับอุปกรณ์ iOS ผู้ใช้จะเลือกใบรับรองที่จะใช้ แล้วคลิกเชื่อมต่อ

กำหนดให้ใช้โปรไฟล์ SCEP สำหรับเครือข่ายอีเทอร์เน็ต

คุณสามารถควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายอีเทอร์เน็ตสำหรับอุปกรณ์ ChromeOS ได้ โดยตั้งค่าเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์ แล้วกำหนดโปรไฟล์ SCEP ให้กับอุปกรณ์นั้น

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น: หากต้องการกำหนดแผนกหรือทีมสำหรับการตั้งค่านี้ โปรดดูหัวข้อเพิ่มหน่วยขององค์กร

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น อุปกรณ์ จากนั้น เครือข่าย

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าอุปกรณ์ที่แชร์

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการใช้การตั้งค่ากับแผนกหรือทีม ให้เลือกหน่วยขององค์กรที่ด้านข้าง
  3. สำหรับอีเทอร์เน็ต ให้คลิกสร้างเครือข่ายอีเทอร์เน็ต หากคุณตั้งค่าเครือข่ายอีเทอร์เน็ตแล้ว ให้คลิกอีเทอร์เน็ต จากนั้น เพิ่มอีเทอร์เน็ต
  4. ในส่วนการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ให้เลือกช่องต่อไปนี้ตามต้องการ ได้แก่ Chromebook (ตามผู้ใช้), Chromebook (ตามอุปกรณ์) หรือฮาร์ดแวร์ของ Google Meet
  5. ในส่วนรายละเอียด ให้ทำดังนี้
    1. ป้อนชื่อเครือข่ายอีเทอร์เน็ต
    2. สำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ ให้เลือก Enterprise (802.1X)
    3. สำหรับโปรโตคอลการตรวจสอบสิทธิ์ที่ขยายได้ ให้เลือก EAP-TLS หรือ EAP-TTLS
    4. หากเลือก EAP-TLS สำหรับประเภทการจัดสรร ให้เลือกโปรไฟล์ SCEP หรือรูปแบบใบรับรอง แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
      • สำหรับโปรไฟล์ SCEP ให้เลือกโปรไฟล์ SCEP ที่คุณเพิ่มในขั้นตอนที่ 2
      • สำหรับรูปแบบใบรับรอง ให้ป้อนค่าสำหรับ URL การลงทะเบียนไคลเอ็นต์ และค่าสำหรับรูปแบบผู้ออกหรือรูปแบบหัวเรื่อง อย่างน้อย 1 ค่า
    5. ป้อนค่าหรือเลือกตัวเลือกสำหรับรายละเอียดอีเทอร์เน็ตอื่นๆ ที่คุณต้องการ
  6. คลิกบันทึก
  7. แชร์ข้อมูลกับผู้ใช้เกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่าย
    • อุปกรณ์ของบุตรหลานต้องแสดงใบรับรองทุกครั้งที่พยายามเชื่อมต่อกับเครือข่ายอีเทอร์เน็ต
    • ระบบจะป้อนใบรับรองที่สอดคล้องกับโปรไฟล์ SCEP และเครือข่ายโดยอัตโนมัติในอุปกรณ์ ChromeOS ของผู้ใช้ ผู้ใช้จึงเพียงคลิกเชื่อมต่อ

ต้องมีโปรไฟล์ SCEP สำหรับ VPN

คุณควบคุมการเข้าถึง VPN สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS ได้ โดยตั้งค่าเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์ แล้วกำหนดโปรไฟล์ SCEP ให้กับอุปกรณ์นั้น

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น: หากต้องการกำหนดแผนกหรือทีมสำหรับการตั้งค่านี้ โปรดดูหัวข้อเพิ่มหน่วยขององค์กร

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น อุปกรณ์ จากนั้น เครือข่าย

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าอุปกรณ์ที่แชร์

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการใช้การตั้งค่ากับแผนกหรือทีม ให้เลือกหน่วยขององค์กรที่ด้านข้าง
  3. สำหรับ VPN ให้คลิกสร้างเครือข่าย VPN หากตั้งค่า VPN แล้ว ให้คลิก VPN จากนั้น เพิ่ม VPN
  4. ในส่วนการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ให้เลือกช่องต่อไปนี้ตามต้องการ ได้แก่ Chromebook (ตามผู้ใช้) หรือ Chromebook (ตามอุปกรณ์)
  5. ในส่วนรายละเอียด ให้ทำดังนี้
    1. ป้อนชื่อและโฮสต์ระยะไกลสำหรับ VPN
    2. สำหรับประเภท VPN ให้เลือกประเภท VPN ที่ต้องการ แล้วป้อนรายละเอียดสำหรับประเภทนั้น
    3. หากเลือก OpenVPN และเลือกช่องใช้ใบรับรองไคลเอ็นต์ ให้เลือกประเภทการจัดสรรเป็นโปรไฟล์ SCEP หรือรูปแบบใบรับรอง แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
      • สำหรับโปรไฟล์ SCEP ให้เลือกโปรไฟล์ SCEP ที่คุณเพิ่มในขั้นตอนที่ 2
      • สำหรับรูปแบบใบรับรอง ให้ป้อนค่าสำหรับ URL การลงทะเบียนไคลเอ็นต์ และค่าสำหรับรูปแบบผู้ออกหรือรูปแบบหัวเรื่อง อย่างน้อย 1 ค่า
    4. ป้อนค่าหรือเลือกตัวเลือกสำหรับรายละเอียด VPN อื่นๆ ที่คุณต้องการ
  6. คลิกบันทึก
  7. แชร์ข้อมูลกับผู้ใช้เกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่าย
    • อุปกรณ์ของบุตรหลานต้องระบุใบรับรองทุกครั้งที่พยายามเชื่อมต่อ VPN
    • ระบบจะป้อนใบรับรองที่สอดคล้องกับโปรไฟล์ SCEP และเครือข่ายโดยอัตโนมัติในอุปกรณ์ ChromeOS ของผู้ใช้ ผู้ใช้จึงเพียงคลิกเชื่อมต่อ

วิธีการตรวจสอบสิทธิ์ใบรับรองผ่าน Google Cloud Certificate Connector

ซึ่ง Google Cloud Certificate Connector เป็นบริการของ Windows ที่สร้าง การเชื่อมต่อเฉพาะระหว่างเซิร์ฟเวอร์ SCEP กับ Google ระบบจะกำหนดค่าและรักษาความปลอดภัยของตัวเชื่อมต่อใบรับรองโดยใช้ไฟล์การกำหนดค่าและไฟล์คีย์ ซึ่งทั้ง 2 ไฟล์นี้มีไว้สำหรับองค์กรของคุณเท่านั้น

คุณจะกําหนดใบรับรองอุปกรณ์ให้กับอุปกรณ์และผู้ใช้ที่มีโปรไฟล์ SCEP ได้ หากต้องการ มอบหมายโปรไฟล์ ให้เลือกหน่วยขององค์กรและเพิ่มโปรไฟล์ลงในหน่วยขององค์กรนั้น โดยโปรไฟล์นี้ประกอบด้วยผู้ออกใบรับรองที่ออก ใบรับรองอุปกรณ์ เมื่อผู้ใช้ลงทะเบียนมือถือหรืออุปกรณ์ ChromeOS เพื่อรับการจัดการ การจัดการอุปกรณ์ปลายทางของ Google จะดึงโปรไฟล์ SCEP ของผู้ใช้และติดตั้งใบรับรองในอุปกรณ์ สำหรับอุปกรณ์ ChromeOS ระบบจะติดตั้งใบรับรองอุปกรณ์ก่อนที่ผู้ใช้จะลงชื่อเข้าใช้ ส่วนใบรับรองผู้ใช้จะติดตั้งหลังจากที่ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ หากมีการลงทะเบียนอุปกรณ์แล้ว ระบบจะติดตั้ง ใบรับรองเป็นส่วนหนึ่งของรอบการซิงค์ปกติ

เมื่อผู้ใช้พยายามเชื่อมต่อกับเครือข่ายของคุณ ระบบจะแจ้งให้ผู้ใช้ระบุ ใบรับรอง ในอุปกรณ์ Android ระบบจะเลือกใบรับรองโดยอัตโนมัติ และผู้ใช้คลิกเชื่อมต่อ ในอุปกรณ์ iOS ผู้ใช้ต้องเลือกใบรับรองด้วยตนเอง แล้วจึงเชื่อมต่อ อุปกรณ์จะเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรโดยใช้คีย์ที่ Google เจรจาผ่านตัวเชื่อมต่อใบรับรอง Google จะจัดเก็บคีย์ชั่วคราวในระหว่างการเจรจาด้านความปลอดภัย แต่จะลบคีย์อย่างถาวรเมื่อติดตั้งในอุปกรณ์แล้ว (หรือหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง)


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง