สร้างและจัดการกรณี

หากต้องการคง ค้นหา และส่งออกข้อมูล Google Workspace ขององค์กรในห้องนิรภัย คุณต้องสร้างพื้นที่ทำงานที่เรียกว่ากรณี โดยกรณีจะมีคอนเทนเนอร์สำหรับการคงไว้ชั่วคราว การค้นหา และการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์ eDiscovery ที่เจาะจง เช่น กรณีการฟ้องร้องหรือการตรวจสอบ

เกี่ยวกับกรณี

กรณีมีข้อมูลดังนี้

  • รายการคำค้นหาที่บันทึกไว้
  • รายการการคงไว้ชั่วคราว
  • รายชื่อบัญชีที่แชร์กรณีให้
  • รายการการส่งออก
  • บันทึกการตรวจสอบกิจกรรมของผู้ใช้ห้องนิรภัยในกรณี

ผู้ใช้ที่สร้างกรณีจะเป็นเจ้าของกรณี และจะแชร์กับผู้ใช้ห้องนิรภัยคนอื่นเพื่อให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์ eDiscovery ใช้พื้นที่ทำงานเดียวกันได้ หากคุณลบบัญชีของเจ้าของกรณี กรณีดังกล่าวจะยังคงอยู่ในห้องนิรภัย ผู้ใช้ห้องนิรภัยทุกคนที่มีสิทธิ์จัดการกรณีจะเปิดและแชร์กรณีกับผู้ใช้ห้องนิรภัยคนอื่นได้ เมื่อไม่ต้องใช้กรณีอีกต่อไป คุณก็ลบการคงไว้ชั่วคราวที่เหลืออยู่ จากนั้นปิดและลบกรณีนั้นได้

กรณีอาจอยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์แห่งใดแห่งหนึ่ง คุณจะต้องเลือกภูมิภาคเมื่อตั้งค่ากรณี

จัดการกรณี

สร้างกรณี

ก่อนเริ่มต้น โปรดอ่านหลักเกณฑ์การตั้งชื่อกรณีขององค์กร หากไม่มีหลักเกณฑ์ ให้สร้างหลักเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าชื่อคดีระบุวัตถุประสงค์ของคดีอย่างชัดเจนและไม่ซ้ำกัน

  1. ลงชื่อเข้าใช้ vault.google.com
  2. คลิกกรณี จากนั้น สร้าง

    หากไม่มีตัวเลือกสร้าง โปรดขอให้ผู้ดูแลระบบ Google Workspace มอบสิทธิ์ที่จำเป็นให้คุณ

  3. ป้อนชื่อกรณีที่สื่อความหมายตามหลักเกณฑ์การตั้งชื่อขององค์กร

  4. (ไม่บังคับ) ป้อนคำอธิบายกรณี คำอธิบายจะปรากฏขึ้นเมื่อคุณเปิดกรณี

  5. (ไม่บังคับ) หากองค์กรของคุณมีนโยบายเขตข้อมูล ให้เลือกเขตข้อมูลสำหรับกรณีของคุณ

    โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อเลือกตำแหน่งสำหรับข้อมูลการส่งออกของห้องนิรภัย

  6. คลิกสร้าง

ดูกรณี

  1. ลงชื่อเข้าใช้ vault.google.com
  2. คลิกกรณี

    หน้ากรณีจะเปิดขึ้นและแสดงรายการกรณีที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดซึ่งบัญชีของคุณเข้าถึงได้ (กรณีที่คุณสร้างและกรณีที่แชร์กับคุณ)

  3. หากต้องการเปิดรายการกรณีที่มีสถานะปิดหรือลบแล้ว ให้คลิกสถานะแล้วเลือกสถานะกรณีที่ต้องการเปิด

  4. หากต้องการกรองรายการตามเจ้าของ ให้คลิกเจ้าของแล้วเลือกทุกคนเป็นเจ้าของ, ฉันเป็นเจ้าของ หรือแชร์กับฉัน

  5. หากต้องการจัดเรียงรายการกรณีตามชื่อหรือเจ้าของกรณี ให้คลิกส่วนหัวของคอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

  6. เปิดกรณีโดยคลิกแถว

แก้ไขกรณี

  1. ลงชื่อเข้าใช้ vault.google.com
  2. คลิกกรณี จากนั้น คลิกกรณีที่ต้องการแก้ไข
  3. คลิกแก้ไข
  4. อัปเดตชื่อ คำอธิบาย หรือเขตข้อมูลของกรณี แล้วคลิกบันทึก

เปลี่ยนสถานะของกรณี

คุณเปลี่ยนสถานะของกรณีได้ หากคุณเปลี่ยนสถานะ สถานะของข้อมูลที่เชื่อมโยงกับกรณีนั้นอาจเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนี้

  • ปิด - ห้องนิรภัยจะเก็บคำค้นหาที่บันทึกไว้และข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับกรณีนี้ โดยจะลบไฟล์ที่ส่งออกทันที คุณจะเปิดกรณีที่ปิดไปขึ้นมาใหม่หรือลบกรณีนั้นได้ คุณจะปิดกรณีไม่ได้จนกว่าจะลบการคงไว้ชั่วคราวทั้งหมด

    คุณสามารถเปิดกรณีที่ปิดไปแล้วขึ้นมาใหม่ได้ ระบบจะย้ายกรณีดังกล่าวกลับไปยังรายการกรณีที่ใช้งานอยู่ โดยจะเก็บรักษาข้อมูลการตรวจสอบและคำค้นหาที่บันทึกไว้ แต่คุณต้องสร้างการคงไว้ชั่วคราวและการส่งออกอีกครั้ง

  • ลบแล้ว - ระบบจะย้ายกรณีดังกล่าวไปยังรายการกรณีที่ลบแล้ว หลังจากที่ลบกรณีออกประมาณ 30 วัน ห้องนิรภัยจะลบกรณีดังกล่าวออกอย่างถาวร คุณยังกู้คืนกรณีที่ลบไปแล้วได้โดยที่ข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ครบ จนกว่าห้องนิรภัยจะลบกรณีนั้นออก

    คุณสามารถกู้คืนกรณีที่ลบไปแล้วได้ ระบบจะย้ายกรณีดังกล่าวกลับไปยังรายการกรณีที่ใช้งานอยู่ โดยจะเก็บรักษาข้อมูลการตรวจสอบและคำค้นหาที่บันทึกไว้ แต่คุณต้องสร้างการคงไว้ชั่วคราวและการส่งออกอีกครั้ง

ปิดกรณี

  1. ลงชื่อเข้าใช้ vault.google.com
  2. คลิกกรณี จากนั้น คลิกกรณีที่ต้องการปิด
  3. คลิกการคงไว้ชั่วคราว สำหรับการคงไว้ชั่วคราวแต่ละรายการ ให้ทำดังนี้
    1. ตรวจสอบการคงไว้ชั่วคราวและยืนยันว่าลบได้
    2. ชี้ไปที่การคงไว้ชั่วคราวในรายการการคงไว้ชั่วคราว แล้วคลิกลบ
  4. คลิกกรณีเพื่อกลับไปยังรายการกรณี
  5. ชี้ไปที่กรณีแล้วคลิกปิด

เปิดกรณีขึ้นมาใหม่หรือลบกรณี

  1. ในเมนูสถานะที่ด้านบนของรายการกรณี ให้เลือกปิดแล้ว
  2. ชี้ไปที่กรณีและเลือกตัวเลือกดังนี้
    • หากต้องการเปิดกรณีอีกครั้ง ให้คลิกเปิดอีกครั้ง
    • หากต้องการลบกรณี ให้คลิกลบ จากนั้น ลบกรณี

กู้คืนกรณีที่ลบไปแล้ว

  1. เลือกลบแล้วในเมนูสถานะที่ด้านบนของรายการกรณี

    รายการนี้จะมีเฉพาะกรณีที่ลบไปเมื่อประมาณ 30 วันที่ผ่านมา กรณีที่ลบออกก่อนหน้านั้นจะถูกห้องนิรภัยลบออกถาวร

  2. ชี้ไปที่กรณีที่ต้องการกู้คืน แล้วคลิกกู้คืน

แชร์กรณีกับผู้ใช้ห้องนิรภัยคนอื่นๆ