ภาพรวมประสบการณ์ของผู้ใช้ในการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์

รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Frontline Plus; Enterprise Plus; Education Standard และ Education Plus เปรียบเทียบรุ่นของคุณ

หลังจากตั้งค่าการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ (CSE) ของ Google Workspace ให้กับองค์กรแล้ว ผู้ใช้ที่คุณเปิด CSE ให้จะสามารถเข้ารหัสเนื้อหาในบริการต่อไปนี้ได้ หากผู้ใช้เปิดการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในบริการของ Google เช่น ไดรฟ์หรือ Gmail ผู้ใช้จะใช้บริการได้ตามปกติ แต่จะใช้บางฟีเจอร์ไม่ได้

Google ไดรฟ์

ผู้ใช้สามารถสร้างเอกสารที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์โดยใช้เครื่องมือแก้ไข Google เอกสาร (เช่น เอกสารและสเปรดชีต) หรือเข้ารหัสไฟล์ที่อัปโหลดไปยังไดรฟ์ เช่น PDF ก็ได้ โดยมีเพียงผู้ใช้ที่มีการแชร์ไฟล์ที่เข้ารหัสด้วยเท่านั้นที่สามารถดูไฟล์ดังกล่าวได้

วิธีที่ผู้ใช้จะสามารถสร้างและอัปโหลดไฟล์ที่เข้ารหัสได้

ผู้ใช้จะเลือกตัวเลือกในการสร้างเอกสาร สเปรดชีต หรืองานนำเสนอที่เข้ารหัสใหม่ได้จากไดรฟ์หรือเครื่องมือแก้ไขเอกสาร นอกจากนี้ยังเลือกตัวเลือกในการเข้ารหัสและอัปโหลดไฟล์จากไดรฟ์ได้ด้วย

ประสบการณ์การใช้งานไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป

ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปจะแสดงไฟล์ที่เข้ารหัสซึ่งได้ซิงค์ไว้เป็นทางลัดใน Windows และลิงก์สัญลักษณ์บน Mac โดยเมื่อผู้ใช้คลิกทางลัดหรือคลิกลิงก์ไปยังไฟล์เอกสาร ชีต หรือสไลด์ที่เข้ารหัส หน้าต่างเบราว์เซอร์ใหม่จะเปิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เข้ารหัสและอัปโหลดไฟล์หรือโฟลเดอร์ในเครื่อง
  • อ่านและแก้ไขไฟล์ที่เข้ารหัสบางประเภท เช่น ไฟล์ PDF และ Microsoft Office

สำคัญ: หากผู้ใช้ดาวน์โหลดและถอดรหัสไฟล์ CSE ในโฟลเดอร์ในเครื่องที่ซิงค์กับไดรฟ์ ระบบจะจัดเก็บไฟล์เป็นข้อความธรรมดาในไดรฟ์

ประสบการณ์การใช้งานไดรฟ์ใน Android และ iOS

ผู้ใช้สามารถดูตัวอย่างหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในไดรฟ์โดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ ซึ่งประกอบด้วยไฟล์ Microsoft Office (iOS เท่านั้น) และไฟล์ PDF ทั้งนี้ระบบยังไม่รองรับ Google เอกสาร ชีต และสไลด์

หมายเหตุ: หากต้องการดูตัวอย่างหรือดูไฟล์ที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ ผู้ใช้จะต้องใช้โปรแกรมอ่านที่เข้ากันได้ในอุปกรณ์

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับไดรฟ์

ฟีเจอร์บางอย่างของไดรฟ์จะใช้งานกับไฟล์ที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ไม่ได้ หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับไดรฟ์ โปรดไปที่แหล่งข้อมูลต่อไปนี้

Gmail

ผู้ใช้สามารถส่งและรับข้อความอีเมลที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ภายในหรือภายนอกองค์กรได้ ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้จะขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้นั้นใช้การเข้ารหัส S/MIME หรือการเข้ารหัสจากต้นทางถึงปลายทาง (E2EE) ของ Gmail คุณเปิดใช้ E2EE ของ Gmail ได้โดยใช้ตัวเลือกการเข้ารหัสด้วยบัญชีผู้ใช้ชั่วคราวในคอนโซลผู้ดูแลระบบ

วิธีที่ผู้ใช้จะสามารถส่งอีเมลที่เข้ารหัสได้

วิธีส่งอีเมลที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ภายในองค์กร

ผู้ใช้ต้องเปิดตัวเลือกการเข้ารหัสเพิ่มเติมในหน้าต่างข้อความ

วิธีส่งอีเมลที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ภายนอกองค์กร

  • หากผู้ใช้ใช้ E2EE ของ Gmail ผู้ใช้จะส่งข้อความถึงผู้รับได้โดยไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนใดๆ เพิ่มเติม
  • หากผู้ใช้ใช้ S/MIME ผู้ใช้จะต้องส่งข้อความถึงผู้รับพร้อมลายเซ็นดิจิทัลโดยไม่เปิดใช้ CSE ต่อมาผู้รับต้องตอบข้อความดังกล่าวด้วยลายเซ็นดิจิทัลของตนเอง ผู้ใช้สามารถเลือกเพิ่ม CSE ในข้อความที่ส่งไปยังผู้รับภายนอกได้

วิธีที่ผู้ใช้จะสามารถอ่านอีเมลที่เข้ารหัสได้

เมื่อผู้ใช้ได้รับข้อความที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ ผู้ใช้จะเห็นข้อความ "ข้อความที่เข้ารหัส" ใต้ชื่อผู้ส่ง

วิธีอ่านข้อความจากผู้ส่งในองค์กร

ผู้รับสามารถอ่านข้อความได้โดยไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนใดๆ เพิ่มเติม

หมายเหตุ: หากผู้ส่งใช้ E2EE ของ Gmail และผู้รับไม่มี Google Workspace ที่รองรับ CSE ผู้รับจะส่งการตอบกลับที่เข้ารหัสไม่ได้

วิธีอ่านข้อความจากผู้ส่งภายนอกองค์กร

  • หากผู้ส่งใช้ E2EE ของ Gmail ผู้รับจะได้รับคำเชิญให้อ่านข้อความ Gmail ที่เข้ารหัส โดยจะต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ชั่วคราวของ Google และอาจต้องลงชื่อเข้าใช้ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP) เพื่ออ่านข้อความ
  • หากผู้ส่งใช้ S/MIME ผู้รับจะสามารถอ่านข้อความได้โดยไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนใดๆ เพิ่มเติม

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับ Gmail

โปรดทราบว่า

  • ฟีเจอร์บางอย่างของ Gmail จะใช้งานกับอีเมลที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ไม่ได้
  • การมอบสิทธิ์อีเมล (กล่องจดหมายที่แชร์) จะใช้งานกับ CSE ของ Gmail ไม่ได้
  • CSE ของ Gmail จะใช้งานกับอีเมลแทนไม่ได้
  • CSE จะบล็อกไฟล์บางประเภทเมื่อแนบไปกับอีเมลที่เข้ารหัส

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับ Gmail ที่หัวข้อดูข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ของ Gmail

Google ปฏิทิน

ผู้ใช้สามารถสร้างกิจกรรมที่มีคำอธิบายที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ได้ หากคุณเปิดใช้ CSE สำหรับ Google ไดรฟ์และ Google Meet ให้ ผู้ใช้จะแนบเอกสารที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ไปกับกิจกรรมและเพิ่มการประชุมออนไลน์ที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ได้

หมายเหตุ

  • ผู้ใช้จะเข้ารหัสได้เฉพาะกิจกรรมปกติเท่านั้น ส่วนกิจกรรมประเภทอื่นๆ เช่น เวลาที่ต้องการสมาธิหรือช่วงเวลาที่สะดวกสำหรับนัดหมายจะใช้ CSE ไม่ได้
  • หากต้องการดูคำอธิบายกิจกรรมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ ผู้ใช้ต้องใช้ Google ปฏิทิน

วิธีที่ผู้ใช้จะสามารถสร้างและดูกิจกรรมที่เข้ารหัสได้

หากต้องการสร้างกิจกรรมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ ผู้ใช้ต้องเลือกตัวเลือกเพื่อเปิดการเข้ารหัสในหน้าต่างกิจกรรม ระบบอาจแจ้งให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ระบบผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP)

หากต้องการดูกิจกรรมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ ผู้ใช้เพียงแค่ต้องเปิดกิจกรรมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในปฏิทิน ระบบอาจแจ้งให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ระบบผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP)

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับปฏิทิน

ฟีเจอร์บางอย่างของปฏิทินใช้ไม่ได้กับกิจกรรมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับปฏิทินที่หัวข้อดูข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในปฏิทิน

Google Meet

ผู้ใช้สามารถจัดการประชุมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ได้เมื่อกำหนดเวลาการประชุมใน Google ปฏิทิน หรือเมื่อเริ่มการประชุมแบบทันที (ไม่ได้กำหนดเวลา)

วิธีที่ผู้ใช้จะสามารถกำหนดเวลาและเข้าร่วมการประชุมที่เข้ารหัสได้

หากต้องการกำหนดเวลาการประชุมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในปฏิทิน ผู้ใช้ต้องเลือกตัวเลือกเพื่อเปิดการเข้ารหัสในหน้าต่างกิจกรรม ระบบอาจแจ้งให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ระบบผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP)

เมื่อเริ่มการประชุมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์แบบทันที ผู้ใช้จะต้องเลือกตัวเลือกเพื่อเพิ่มการเข้ารหัสจากตัวเลือกความปลอดภัย

วิธีที่ผู้ใช้จะสามารถเข้าร่วมการประชุมที่เข้ารหัสได้

เนื่องจากข้อกำหนดด้านการตรวจสอบสิทธิ์ ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ หากต้องการเข้าร่วมการประชุมที่เข้ารหัส ผู้ใช้ภายในหรือภายนอกต้องเปิดกิจกรรมใน Google ปฏิทิน หากได้รับข้อความแจ้งให้ยืนยันตัวตน ผู้ใช้จะต้องลงชื่อเข้าใช้ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวและป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบของตน

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับ Meet

ฟีเจอร์บางอย่างของ Meet จะใช้งานกับการประชุมที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ไม่ได้ หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และข้อจำกัดของ CSE สำหรับ Meet โปรดไปที่หัวข้อดูข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ (CSE) ของ Meet