หลักเกณฑ์สำหรับการตั้งค่า CASB ของบุคคลที่สามเมื่อใช้ Google Workspace

ตัวกลางดูแลความปลอดภัยการเข้าถึงระบบคลาวด์ (CASB) คือซอฟต์แวร์ในองค์กรหรือซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ที่ อยู่ระหว่างผู้ใช้และแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ต CASB จะบังคับใช้นโยบายความปลอดภัย ลดภัยคุกคามจากมัลแวร์ และตรวจสอบกิจกรรมของผู้ใช้ที่อาจ ส่งผลต่อความปลอดภัยของโดเมน

สำคัญ: คุณไม่จำเป็นต้องตั้งค่า CASB ของบุคคลที่สามเมื่อใช้ Google Workspace อย่างไรก็ตาม หากคุณตัดสินใจที่จะดำเนินการดังกล่าว เราขอแนะนำให้อ่าน หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ปัญหาด้านล่าง

หลักเกณฑ์สำหรับ CASB

ใช้ CASB แบบออฟไลน์เมื่อเป็นไปได้

หากเป็นไปได้ อย่าใช้ CASB แบบอินไลน์/ที่ใช้งานอยู่ในการจราจรของข้อมูลในเครือข่ายระหว่างผู้ใช้กับ Google (อย่าใช้พร็อกซีหรือตัวกรองเครือข่าย) ลองพิจารณาวิธีอื่นๆ ในการบรรลุเป้าหมาย เช่น API หรือส่วนเสริม Gmail เช่น CASB ออฟไลน์ ซึ่งทีมสนับสนุนของ Google ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับ Google Workspace ที่เกี่ยวข้องกับโซลูชัน CASB แบบอินไลน์/แอกทีฟได้

เราขอแนะนำให้ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ของ Google Workspace แทน

ตรวจสอบว่าคุณปิดใช้ CASB เพื่อทำการทดสอบได้

หากต้องใช้ CASB ให้ตรวจสอบว่าคุณสามารถทดสอบการกำหนดค่าโดยข้ามหรือปิด CASB สำหรับเครื่องหรือผู้ใช้ที่ต้องการได้ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญเนื่องจากผู้ให้บริการ/การกำหนดค่า CASB มักทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับบริการของ Google (แทนที่ Google จะมีปัญหา)

ตัวเลือกทั่วไปต่อไปนี้ใช้สำหรับทดสอบว่า CASB ทำให้ Google Workspace มีปัญหาหรือไม่

  • (แนะนำ) ใช้เครื่องอื่นเชื่อมต่อ ซึ่งการจราจรของข้อมูลในเครือข่ายจะต้องไม่ได้รับการกำหนดเส้นทางผ่าน CASB และไม่อยู่ในนโยบายขององค์กรที่กำหนดให้ต้องติดตั้งตัวกรองเครือข่ายในเครื่องหรือส่วนขยายเบราว์เซอร์ เช่น เข้าถึงบริการของ Google จากอุปกรณ์ส่วนตัวหรือเชื่อมต่อเครื่องที่ได้รับผลกระทบกับเครือข่ายมือถือ (การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ) แทนเครือข่ายขององค์กร
  • ตั้งค่า CASB ของคุณให้ปล่อยผ่านสัญญาณการรับส่งข้อมูลจากเครื่องที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตัวเลือกนี้มักจะตั้งค่าได้ยากกว่า
  • หากนโยบายองค์กรไม่อนุญาตให้เชื่อมต่อกับบัญชี Google Workspace ของคุณโดยตรง ให้ใช้สภาพแวดล้อมการทดสอบ Google Workspace แยกต่างหาก

หากคุณต้องบล็อกการรับส่งข้อมูลของ Google คุณไม่ควรแก้ไขส่วนเพย์โหลด/การตอบกลับ เช่น โดยการแทรกโค้ด JavaScript ของคุณเอง แต่ให้ตรวจสอบว่า CASB/พร็อกซีใช้การตอบกลับด้วยรหัส 500 แทนการตอบกลับดังกล่าว ตามหลักการแล้ว การตอบกลับด้วยรหัส 500 ควรมีส่วนหัวที่ไม่ซ้ำกันเพื่อระบุว่ามาจาก CASB หากคุณแก้ไขส่วนการตอบกลับ Google จะไม่สามารถรับประกันการสนับสนุนสำหรับปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นได้

โปรดทราบว่า Google ไม่สามารถช่วยในการกำหนดค่า CASB ได้

Google ไม่สามารถรับประกันความช่วยเหลือใดๆ ในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบล็อกหรือแก้ไขการจราจรของข้อมูลในเครือข่ายระหว่างเบราว์เซอร์ (หรือไคลเอ็นต์ API) และ Google หรือปัญหาที่เกิดเป็นผลข้างเคียงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ Google มี API สำหรับการผสานรวม แต่เราไม่สามารถสนับสนุนการผสานรวมที่สร้างโดยวิธีอื่นได้ (เช่น การแทรกโค้ด/CSS) เนื่องจาก Google ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงการกำหนดค่าหรือโค้ดในระบบของบุคคลที่สาม และไม่สามารถรับประกันเกี่ยวกับอินเทอร์เฟซที่ไม่ใช่แบบสาธารณะ

นอกจากนี้ทีมสนับสนุนของ Google Workspace ก็ไม่สามารถช่วยแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับโค้ดของบุคคลที่สามได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโค้ดนั้นไม่ได้ใช้ Google APIs หรืออินเทอร์เฟซที่เป็นทางการ เช่น คุณสามารถใช้ส่วนเสริม Gmail เพื่อเพิ่มปุ่มใน UI ของ Gmail ได้ ซึ่งระบบจะรองรับการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ระบบจะไม่รองรับการเพิ่มปุ่มใน UI ของ Gmail โดยการแทรก JavaScript ของคุณเอง ไม่ว่าจะใช้ส่วนขยาย Chrome หรือพร็อกซีแทรกกลาง (MITM) ก็ตาม

การแก้ปัญหา

รายการด้านล่างนี้คือผลข้างเคียงและลักษณะปัญหาของเครือข่ายที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับตัวกรอง CASB/เครือข่าย แต่ไม่ใช่รายการปัญหาทั้งหมด ดังนั้นอาจมีลักษณะปัญหาอื่นๆ อีกด้วย

  • อินเทอร์เฟซผู้ใช้ไม่โหลดหรือว่างเปล่า
  • ผู้ใช้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าทีมสนับสนุนของ Google ที่มีวิธีการล้างแคช และการเปลี่ยนเส้นทางนี้ยังคงเกิดขึ้นต่อไปแม้ว่าจะล้างแคชแล้วก็ตาม
  • แอปพลิเคชันกำลังโหลด แต่ฟังก์ชันบางอย่างถูกปิด เช่น ผู้ใช้ไม่สามารถเขียนอีเมลได้ หรือตัวเลือกเอดิเตอร์ในเอกสาร/ชีต/สไลด์ถูกปิดหรือเป็นสีเทา
  • เกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ Google Workspace หลายรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน (เช่น Gmail และไดรฟ์) แม้ว่าจะไม่มีรายงานการหยุดทำงานในแดชบอร์ดสถานะของ Google Workspace

ตรวจสอบว่า CASB/พร็อกซีแก้ไขการจราจรของข้อมูลในเครือข่ายหรือเซสชันการท่องเว็บของคุณหรือไม่

  • เปรียบเทียบลายนิ้วมือใบรับรอง HTTPS กับใบรับรองจริงของ Google เช่น ใช้การทดสอบเซิร์ฟเวอร์ SSL เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือของใบรับรองที่คุณเห็นในเบราว์เซอร์กับลายนิ้วมือที่แสดงสำหรับชื่อโฮสต์เดียวกัน (เช่น docs.google.com)
  • หากใบรับรองแตกต่างกัน แสดงว่าเป็น CASB แบบอินไลน์/แอกทีฟ โปรดลองทำให้เกิดปัญหาซ้ำในการเชื่อมต่อโดยตรงกับ Google เช่น ทำกับอุปกรณ์อีกเครื่องที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือดังที่กล่าวไว้ข้างต้น และตรวจสอบว่าไม่มี Agent ที่ทำงานในเครื่องที่ขัดขวางการจราจรของข้อมูลในเครือข่าย
  • หากใบรับรองเหมือนกัน อาจเป็นไปได้ว่าไม่มี CASB แบบอินไลน์ โปรดลองทำให้เกิดปัญหาซ้ำในโหมดไม่ระบุตัวตนของ Chrome ในขณะที่ตรวจสอบว่าไม่มีการอนุญาตให้ใช้ส่วนขยาย Chrome ในโหมดไม่ระบุตัวตน ซึ่งจะช่วยขจัดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Agent ที่ทำงานในเครื่องที่ติดตั้งเป็นส่วนขยาย Chrome

ขั้นตอนถัดไป

หากพบปัญหาเกี่ยวกับ CASB/เครือข่าย และหากยืนยันว่า CASB/พร็อกซีแก้ไขการจราจรของข้อมูลในเครือข่ายตามที่อธิบายไว้ในส่วนด้านบน ให้ทำดังนี้

  • ติดต่อผู้ดูแลเครือข่ายของคุณ
  • ตรวจสอบว่าปัญหาเกิดขึ้นในเครื่องหรือบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ (ดูส่วนด้านบน: ตรวจสอบว่าคุณปิดใช้ CASB เพื่อการทดสอบได้) Google ไม่รับประกันว่าการเชื่อมต่อที่ถูกขัดจังหวะหรือแก้ไข หรือหน้าเว็บที่ส่วนขยายแก้ไขจะทํางานได้ตามที่คาดไว้ โปรดติดต่อผู้ให้บริการ CASB
  • หากยังคงเชื่อว่าปัญหานี้เกิดจากฝั่ง Google โปรดรวบรวมข้อมูลต่อไปนี้และส่งให้ทีมสนับสนุนของ Google