ปกป้องธุรกิจของคุณด้วยการเข้าถึงแบบ Context-Aware

รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Frontline Standard และ Frontline Plus; Enterprise Standard และ Enterprise Plus; Education Standard และ Education Plus; Enterprise Essentials Plus; Cloud Identity Premium เปรียบเทียบรุ่นของคุณ

เมื่อใช้การเข้าถึงแบบ Context-Aware คุณจะสร้างนโยบายความปลอดภัยเพื่อควบคุมการเข้าถึงแบบละเอียดสำหรับแอปโดยอ้างอิงจากแอตทริบิวต์ต่างๆ เช่น ข้อมูลระบุตัวตนของผู้ใช้ สถานที่ตั้ง สถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ และที่อยู่ IP ได้ นโยบายของคุณจะมีผลกับผู้ใช้ที่เข้าถึงแอป ในอุปกรณ์ส่วนตัวและอุปกรณ์ที่มีการจัดการ คุณควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้ได้โดยอิงตามบริบท เช่น อุปกรณ์เป็นไปตามนโยบายด้านไอทีหรือไม่

กรณีการใช้งานตัวอย่างของการเข้าถึงแบบ Context-Aware

คุณจะใช้การเข้าถึงแบบ Context-Aware ได้เมื่อต้องการทำสิ่งต่อไปนี้

  • อนุญาตให้เข้าถึงแอปจากอุปกรณ์ที่บริษัทมอบให้เท่านั้น
  • อนุญาตให้เข้าถึงไดรฟ์ต่อเมื่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้เข้ารหัสไว้เท่านั้น
  • จำกัดการเข้าถึงแอปจากนอกเครือข่ายของบริษัท

นอกจากนี้คุณยังรวมกรณีการใช้งานมากกว่า 1 รายการให้เป็นนโยบายเดียวกันได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น คุณอาจสร้างระดับการเข้าถึงที่ต้องใช้การเข้าถึงแอปจากอุปกรณ์ที่เป็นของบริษัท มีการเข้ารหัส และมีเวอร์ชันระบบปฏิบัติการขั้นต่ำตรงตามที่กำหนด

หมายเหตุ: นโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware จะควบคุมการเข้าถึงแอปได้จากบัญชีผู้ใช้ปลายทางเท่านั้น แต่จะไม่ได้จํากัดการเข้าถึง Google APIs จากบัญชีบริการ

การรองรับรุ่น แอป แพลตฟอร์ม และประเภทผู้ดูแลระบบ

เกี่ยวกับรุ่น

คุณสามารถนำนโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware ไปใช้ได้เฉพาะกับผู้ใช้ที่มีใบอนุญาตใช้งานรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ระบุไว้ข้างต้นของบทความนี้

ผู้ที่ใช้รุ่นอื่นจะเข้าถึงแอปได้ตามปกติ แม้ว่าคุณจะใช้นโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware กับผู้ใช้ทุกรายในหน่วยขององค์กรหรือกลุ่มเดียวกันก็ตาม ส่วนผู้ที่ไม่ได้ใช้รุ่นที่รองรับก็จะไม่ได้รับผลจากนโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware ที่บังคับใช้ในหน่วยขององค์กรหรือกลุ่ม

แอป

คุณสามารถปรับใช้นโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware กับเว็บแอปในเดสก์ท็อป แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และแอปในตัวบนเดสก์ท็อป การเข้าถึงแอปจะได้รับการประเมินอย่างต่อเนื่องหลังจากที่อนุมัติการเข้าถึง โดยมีข้อยกเว้นคือแอป SAML ซึ่งจะได้รับการประเมินเมื่อลงชื่อเข้าใช้

แอป Google Workspace (บริการหลัก)

สำหรับแอปที่เป็นบริการหลัก การประเมินนโยบายจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง: หากผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้บริการหลักที่สำนักงานและเดินไปยังร้านกาแฟ ระบบจะตรวจสอบนโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware สำหรับบริการดังกล่าวอีกครั้งเมื่อผู้ใช้เปลี่ยนสถานที่

คุณกำหนดค่านโยบายแอปได้ทั้งสำหรับแอปบนเดสก์ท็อปและแอปบนมือถือ เมื่อกำหนดค่านโยบายสำหรับมือถือ ระบบจะนำนโยบายนั้นไปใช้กับทั้งแพลตฟอร์ม Android และ iOS โดยอัตโนมัติ

ตารางนี้จะแสดงแอปที่รองรับสำหรับเว็บแอปในเดสก์ท็อป แอปบนมือถือ และแอปในตัวบนเดสก์ท็อป

บริการหลัก

เว็บแอป (เดสก์ท็อปหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่)

แอปในตัวบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
(อุปกรณ์เคลื่อนที่จะได้รับการจัดการโดยใช้การจัดการอุปกรณ์ปลายทางของ Google ขั้นพื้นฐานหรือขั้นสูง)

แอปในตัว บนเดสก์ท็อป

Google ปฏิทิน

Google Cloud Search

Google ไดรฟ์และ Google เอกสาร (รวมถึงชีต สไลด์ และฟอร์ม)

(Google ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป)
Gemini

Gmail

Google Meet

Google Vault

Groups for Business

Google Chat

Google Keep

Google Sites

Google Tasks

คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

NotebookLM
Workplace Studio

*หมายเหตุการรองรับแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

  • คุณไม่สามารถบังคับใช้นโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware สำหรับมือถือกับแอปในตัวของบุคคลที่สาม (เช่น Salesforce)
  • คุณสามารถบังคับใช้นโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware กับแอป SAML ที่เข้าถึงโดยใช้เบราว์เซอร์ Chrome
  • อุปกรณ์เคลื่อนที่จะได้รับการจัดการโดยใช้การจัดการอุปกรณ์ปลายทางของ Google ขั้นพื้นฐานหรือขั้นสูง การซิงค์เวอร์ชันระบบปฏิบัติการและสถานะการเข้ารหัสของอุปกรณ์อาจใช้เวลา 2-3 วันเมื่อใช้การจัดการขั้นพื้นฐาน ในช่วงนี้ การเข้าถึงบริการของ Google Workspace จากอุปกรณ์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบหากคุณใช้การเข้าถึงแบบ Context-Aware
  • แอป NotebookLM บนมือถือเป็นไปตามนโยบายการเข้าถึงแบบ Context Aware ขององค์กรสำหรับ Google ไดรฟ์ หากไม่เป็นไปตามกฎนโยบาย ระบบจะบล็อกการเข้าถึงเนื้อหาที่เชื่อมต่อจากไดรฟ์
  • แอป Gemini บนมือถือจะจัดการเนื้อหาที่ถูกบล็อกแตกต่างออกไป เมื่อคำค้นหาละเมิดนโยบาย แอปจะแสดงข้อความตอบกลับที่ระบุว่าระบบปฏิเสธการเข้าถึงแทนที่จะเป็นหน้าต่างป๊อปอัป ฟีเจอร์โหมดคำเตือนซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ดำเนินการต่อได้แม้จะละเมิดนโยบายนั้นไม่พร้อมใช้งานในแอป Gemini บนมือถือ

บริการเพิ่มเติมของ Google

สำหรับการประเมินนโยบายของบริการเพิ่มเติมของ Google จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยบริการเหล่านี้จะเป็นเว็บแอปเท่านั้น

  • Looker Studio - เปลี่ยนข้อมูลเป็นแผนภูมิที่อ่านง่ายและรายงานแบบอินเทอร์แอกทีฟ
  • Google Play Console - มีแอปพลิเคชัน Android ที่คุณพัฒนาเพื่อรองรับฐานผู้ใช้ Android ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้

แอป SAML

สำหรับแอป SAML การประเมินนโยบายจะเกิดขึ้นเมื่อลงชื่อเข้าใช้ในแอป

  • รวมแอป SAML ของบุคคลที่สามที่ใช้ Google เป็นผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว นอกจากนี้ยังใช้ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP) บุคคลที่สามได้ด้วย (ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวบุคคลที่สามจะรวมเข้ากับ Google Cloud Identity และ Google Cloud Identity จะรวมเข้ากับแอป SAML) โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเกี่ยวกับ SSO
  • ระบบจะบังคับใช้นโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware เมื่อผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้แอป SAML

    ตัวอย่าง: หากผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้แอป SAML ที่สำนักงานและเดินไปที่ร้านกาแฟ ระบบจะไม่ตรวจสอบนโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware สำหรับแอป SAML นั้นอีกครั้งเมื่อผู้ใช้เปลี่ยนสถานที่ แต่จะตรวจสอบนโยบายอีกครั้งก็ต่อเมื่อเซสชันของผู้ใช้หมดเวลาและลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง

  • หากใช้นโยบายด้านอุปกรณ์ในระดับการเข้าถึงหนึ่ง ผู้ใช้จะได้รับอนุมัติจากแอป SAML ของบุคคลที่สามผ่านเบราว์เซอร์ Chrome ที่เปิดใช้การยืนยันปลายทางเท่านั้น

  • หากใช้นโยบายด้านอุปกรณ์ ระบบจะบล็อกการเข้าถึงเว็บเบราว์เซอร์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ (รวมถึงแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้เว็บเบราว์เซอร์สําหรับการลงชื่อเข้าใช้)

ข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม

คุณสร้างนโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware ประเภทต่างๆ สำหรับการเข้าถึงแอปได้ เช่น IP, อุปกรณ์, ที่มาทางภูมิศาสตร์ และแอตทริบิวต์ระดับการเข้าถึงที่กำหนดเอง โปรดดูคำแนะนำและตัวอย่างของแอตทริบิวต์และนิพจน์ที่รองรับสำหรับการสร้างระดับการเข้าถึงที่กำหนดเองที่หัวข้อข้อกำหนดระดับการเข้าถึงที่กำหนดเอง

นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับพาร์ทเนอร์ BeyondCorp Alliance ที่รองรับได้ที่หัวข้อตั้งค่าการผสานรวมกับพาร์ทเนอร์บุคคลที่สาม

การรองรับแพลตฟอร์ม เช่น ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และการเข้าถึงเบราว์เซอร์จะแตกต่างกันไปตามประเภทนโยบาย

ประเภทของนโยบายมีดังนี้

  • IP - ระบุช่วงที่อยู่ IP ที่ผู้ใช้เชื่อมต่อกับแอปได้
  • นโยบายอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ - ระบุลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ที่ผู้ใช้เข้าถึงแอป เช่น อุปกรณ์มีการเข้ารหัสหรือต้องใช้รหัสผ่านหรือไม่
  • ที่มาทางภูมิศาสตร์ - ระบุประเทศที่ผู้ใช้เข้าถึงแอปได้

การรองรับแพลตฟอร์มตาม IP และที่มาทางภูมิศาสตร์

โปรดทราบว่าหากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เปลี่ยนที่อยู่ IP ระหว่างพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน จะเกิดความล่าช้าในขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผล ในช่วงล่าช้านี้ การเข้าถึงแบบ Context-Aware อาจบล็อกผู้ใช้หากมีการบังคับใช้การเข้าถึงจากแอตทริบิวต์ตําแหน่งทางภูมิศาสตร์

  • ประเภทอุปกรณ์ - เดสก์ท็อป แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ระบบปฏิบัติการ
    • เดสก์ท็อป - Mac, Windows, ChromeOS, Linux OS
    • มือถือ - Android, iOS (รวมถึง iPadOS)
  • การเข้าถึง
    • เว็บเบราว์เซอร์สำหรับเดสก์ท็อปและไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป
    • เว็บเบราว์เซอร์และแอปบุคคลที่หนึ่งในตัวบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ซอฟต์แวร์ - ไม่ต้องมีตัวแทน (ยกเว้น Safari ที่เปิดใช้ Apple Private Relay ไว้) หากมีการกำหนดค่า Apple Private Relay ใน iCloud ระบบจะซ่อนที่อยู่ IP ของอุปกรณ์ โดย Google Workspace จะได้รับที่อยู่ IP ที่ไม่ระบุตัวตน ในกรณีนี้ หากมีการกำหนดระดับการเข้าถึงแบบ Context-Aware เป็นซับเน็ต IP ระบบก็จะปฏิเสธการเข้าถึง Safari คุณสามารถแก้ปัญหานี้โดยปิด Apple Private Relay หรือนำระดับการเข้าถึงที่มีซับเน็ตของ IP ออก

การรองรับแพลตฟอร์มตามนโยบายด้านอุปกรณ์

  • ประเภทอุปกรณ์ - เดสก์ท็อป แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ระบบปฏิบัติการ
    • (เดสก์ท็อป) Mac, Windows, ChromeOS, Linux OS
    • (มือถือ) Android, iOS (รวมถึง iPadOS) โปรดทราบว่าสำหรับ Android ก่อนเวอร์ชัน 6.0 คุณต้องใช้การจัดการอุปกรณ์ปลายทางของ Google ในโหมดพื้นฐานสำหรับการยืนยันอุปกรณ์ปลายทาง
  • เป็นอุปกรณ์ของบริษัท - ไม่รองรับอุปกรณ์ที่ใช้ Android 12 ขึ้นไปและโปรไฟล์งาน โดยระบบจะรายงานอุปกรณ์เหล่านี้ว่าเป็นของผู้ใช้เสมอ แม้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะอยู่ในคลังอุปกรณ์ของบริษัทก็ตาม โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อดูอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยไปที่ดูข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดอุปกรณ์ และเลื่อนลงไปที่แถวความเป็นเจ้าของในตารางข้อมูลอุปกรณ์
  • การเข้าถึง
    • เบราว์เซอร์ Chrome สำหรับเดสก์ท็อปและไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป
    • เบราว์เซอร์ Chrome สำหรับแอปบุคคลที่หนึ่งในตัวบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ซอฟต์แวร์
    • (เดสก์ท็อป) เบราว์เซอร์ Chrome, ส่วนขยายการยืนยันอุปกรณ์ปลายทางของ Chrome
    • (มือถือ) จัดการมือถือด้วยการจัดการอุปกรณ์ปลายทางของ Google (ขั้นพื้นฐานหรือขั้นสูง)
    • (สำหรับผู้ใช้ใน Windows) โปรดตรวจสอบว่าบริการการยกระดับของ Google Chrome ยังคงเปิดอยู่สำหรับการเข้ารหัสที่เชื่อมโยงกับแอป เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของข้อมูล Chrome

ข้อกำหนดสำหรับผู้ดูแลระบบ

ผู้ดูแลระบบต่อไปนี้จะกำหนดนโยบายการเข้าถึงแบบ Context-Aware ได้

  • ผู้ดูแลระบบขั้นสูง
  • ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์ใดสิทธิ์หนึ่งต่อไปนี้
    • การรักษาความปลอดภัยข้อมูล> การจัดการระดับการเข้าถึง
    • การรักษาความปลอดภัยข้อมูล> การจัดการกฎ
    • สิทธิ์ API ของผู้ดูแลระบบ> กลุ่ม> อ่าน
    • สิทธิ์ API ของผู้ดูแลระบบ> ผู้ใช้> อ่าน


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง