กฎการคุ้มครองข้อมูลที่มีตัวดำเนินการเงื่อนไขที่ซ้อนกัน

ใช้โอเปอเรเตอร์ AND, OR หรือ NOT ในเงื่อนไขของกฎการคุ้มครองข้อมูล

รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Frontline Standard และ Frontline Plus, Enterprise Standard และ Enterprise Plus, Education Fundamentals, Education Standard และ Education Plus รวมถึง Enterprise Essentials Plus เปรียบเทียบรุ่นของคุณ

เมื่อสร้างกฎการคุ้มครองข้อมูลสำหรับการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) คุณจะต้องเพิ่ม เงื่อนไขที่ ทริกเกอร์กฎเหล่านี้ โดยเงื่อนไขดังกล่าวจะซ้อนอยู่ในเงื่อนไขอื่นได้โดยใช้โอเปอเรเตอร์ AND, OR หรือ NOT บทความนี้จะอธิบายตัวอย่างกรณีการใช้งานทั่วไปสำหรับโอเปอเรเตอร์เหล่านี้ในเงื่อนไขในกฎของ DLP

ฟังก์ชันของโอเปอเรเตอร์ AND, OR และ NOT

โอเปอเรเตอร์ จุดประสงค์ในการใช้
AND การดำเนินการจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตรงกับเงื่อนไขทั้งหมดที่รวมด้วยโอเปอเรเตอร์ AND เท่านั้น เช่น เงื่อนไขจะบล็อกการแชร์ได้หากเนื้อความในเอกสารมีคำว่าลับ AND Acme ซึ่งระบบจะบล็อกไม่ให้แชร์เฉพาะเอกสารที่มีคีย์เวิร์ดทั้งสองคำเท่านั้น หากเอกสารมีเพียงคำว่าลับ ระบบก็จะไม่บล็อกการแชร์
OR การดำเนินการจะเกิดขึ้นหากเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เงื่อนไขจะบล็อกการแชร์หากเอกสารมีคำว่าลับ หรือ Acme ระบบจะบล็อกเอกสารที่มีคำใดคำหนึ่งหรือทั้งสองคำ
NOT เงื่อนไขนี้ไม่รวมอยู่ในการประเมินผลก่อนที่จะเกิดการดำเนินการ

เคล็ดลับ: หากคุณเปลี่ยนใจไม่เพิ่มเงื่อนไข ให้คลิกนำออก เพื่อนำออกแล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง

ตัวอย่างเงื่อนไขของกฎ DLP

ตัวอย่างที่ 1: เงื่อนไขของกฎการคุ้มครองข้อมูลที่มีโอเปอเรเตอร์ AND และ OR

ในกรณีการใช้งานนี้ กฎจะทริกเกอร์เมื่อชื่อเอกสารมีคำว่าลับ และเนื้อความในเอกสารมีหมายเลขหนังสือเดินทางของสหรัฐอเมริกาหรือหมายเลขประกันสังคมของสหรัฐอเมริกา

แผนผังแนวคิดของกรณีการใช้งานนี้มีดังนี้

วิธีกำหนดค่ากรณีการใช้งานมีดังนี้

  1. ไปที่ส่วนเงื่อนไขในขั้นตอนการกำหนดค่ากฎ คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  2. ระบุค่าดังต่อไปนี้ในช่องเงื่อนไข
    • ช่อง - ชื่อ
    • ค่า - มีคำ
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - ลับ
  3. คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  4. ในเงื่อนไขที่ 2 ให้คลิกเพิ่มกลุ่มเงื่อนไข ซึ่งจะสร้างกลุ่มเงื่อนไขใหม่ 2 ข้อ รองจากเงื่อนไขแรก
  5. ในกลุ่มเงื่อนไขใหม่ ให้เปลี่ยน AND เป็น OR
  6. ระบุค่าต่อไปนี้ในเงื่อนไขกลุ่มแรก
    • ช่อง - เนื้อความ
    • ค่า - ตรงกับตัวตรวจจับเริ่มต้น
    • ตัวตรวจจับเริ่มต้น - เลื่อนแล้วเลือกสหรัฐอเมริกา-หนังสือเดินทาง
    • เกณฑ์แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น - เป็นไปได้
    • เนื้อหาที่ตรงกันโดยไม่ซ้ำกันขั้นต่ำ - 1
    • จำนวนเนื้อหาที่ตรงกันขั้นต่ำ - 1
  7. ระบุค่าดังต่อไปนี้สำหรับเงื่อนไขที่จัดกลุ่มที่ 2
    • ช่อง - เนื้อความ
    • ค่า - ตรงกับตัวตรวจจับเริ่มต้น
    • ตัวตรวจจับเริ่มต้น - เลื่อนแล้วเลือกสหรัฐอเมริกา-หมายเลขประกันสังคม
    • เกณฑ์แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น - เป็นไปได้
    • เนื้อหาที่ตรงกันโดยไม่ซ้ำกันขั้นต่ำ - 1
    • จำนวนเนื้อหาที่ตรงกันขั้นต่ำ - 1
  8. คลิกต่อไปเพื่อกำหนดค่ากฎต่อ

ตัวอย่างที่ 2: เงื่อนไขของกฎการคุ้มครองข้อมูลที่มีโอเปอเรเตอร์ AND และโอเปอเรเตอร์ NOT หลายรายการ

ในกรณีการใช้งานนี้ กฎจะทริกเกอร์เมื่อชื่อเอกสารมีคำว่าเป็นความลับ แต่ไม่มีคำว่าเผยแพร่ และส่วนเนื้อความในเอกสารไม่มีสตริงปลอดภัยสำหรับการแชร์

แผนผังแนวคิดของกรณีการใช้งานนี้มีดังนี้

วิธีกำหนดค่ากรณีการใช้งานมีดังนี้

  1. ไปที่ส่วนเงื่อนไขในขั้นตอนการกำหนดค่ากฎ คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  2. ระบุค่าดังต่อไปนี้ในช่องเงื่อนไข
    • ช่อง - ชื่อ
    • ค่า - มีคำ
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - ลับ
  3. คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  4. คลิก Not ในเงื่อนไขใหม่
  5. ระบุค่าดังต่อไปนี้สำหรับโอเปอเรเตอร์ Not รายการแรก
    • ช่อง - ชื่อ
    • ค่า - มี
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - เผยแพร่
  6. คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  7. คลิก NOT ในเงื่อนไขใหม่
  8. ระบุค่าดังต่อไปนี้สำหรับโอเปอเรเตอร์ Not รายการที่ 2
    • ช่อง - เนื้อความ
    • ค่า - มี
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - ปลอดภัยสำหรับการแชร์
  9. คลิกต่อไปเพื่อกำหนดค่ากฎต่อ

ตัวอย่างที่ 3: เงื่อนไขของกฎการคุ้มครองข้อมูลที่มีโอเปอเรเตอร์ NOT และ OR

ในกรณีการใช้งานนี้ กฎจะทริกเกอร์เมื่อชื่อเอกสารไม่มีคำว่าปลอดภัย เผยแพร่ หรือไม่เป็นความลับ

แผนผังแนวคิดของกรณีการใช้งานนี้มีดังนี้

วิธีกำหนดค่ากรณีการใช้งานมีดังนี้

  1. ไปที่ส่วนเงื่อนไขในขั้นตอนการกำหนดค่ากฎ คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  2. คลิกไม่ใช่
  3. คลิกเพิ่มกลุ่มเงื่อนไข
  4. เปลี่ยน AND เป็น OR
  5. ระบุค่าสำหรับโอเปอเรเตอร์ OR รายการแรก
    • ช่อง - ชื่อ
    • ค่า - มีคำ
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - เผยแพร่
  6. ระบุค่าสำหรับโอเปอเรเตอร์ OR รายการที่ 2 ดังนี้
    • ช่อง - ชื่อ
    • ค่า - มีคำ
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - ปลอดภัย
  7. คลิกเพิ่มเงื่อนไข
  8. ระบุค่าดังต่อไปนี้สำหรับโอเปอเรเตอร์ OR ตัวที่ 3
    • ช่อง - ชื่อ
    • ค่า - มี
    • ป้อนเนื้อหาที่จะจับคู่ - ไม่ลับ
  9. คลิกต่อไปเพื่อกำหนดค่ากฎต่อ