จัดการการตั้งค่าความปลอดภัยของผู้ใช้

ในฐานะผู้ดูแลระบบบริการ Google Workspace หรือ Cloud Identity ขององค์กร คุณสามารถดูและจัดการการตั้งค่าความปลอดภัยให้ผู้ใช้ได้ เช่น รีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้ เพิ่มหรือลบคีย์ความปลอดภัยสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย และรีเซ็ตคุกกี้สำหรับลงชื่อเข้าใช้ของผู้ใช้ได้

เปิดการตั้งค่าความปลอดภัยของผู้ใช้

คุณต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบที่เหมาะสมจึงจะทำขั้นตอนเหล่านี้ได้ คุณอาจไม่เห็นการควบคุมทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการทำขั้นตอนเหล่านี้ให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของคุณด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ไดเรกทอรี จากนั้น ผู้ใช้

    ต้องมีสิทธิ์การจัดการผู้ใช้ที่เหมาะสม หากไม่มีสิทธิ์ที่เหมาะสม คุณจะไม่เห็นการควบคุมที่จำเป็นทั้งหมดในการทำขั้นตอนเหล่านี้ให้เสร็จ

  2. ค้นหาผู้ใช้ในรายชื่อผู้ใช้

    เคล็ดลับ: คุณจะพิมพ์ชื่อหรืออีเมลของผู้ใช้ในช่องค้นหาที่ด้านบนคอนโซลผู้ดูแลระบบเพื่อค้นหาผู้ใช้ได้ หากต้องการความช่วยเหลือ ให้ไปที่หัวข้อ ค้นหาบัญชีผู้ใช้

  3. คลิกชื่อผู้ใช้เพื่อเปิดหน้าบัญชี

  4. คลิกความปลอดภัยที่ด้านบน

  5. ดูหรือจัดการการตั้งค่าความปลอดภัยของผู้ใช้โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ดูและจัดการการตั้งค่าความปลอดภัยของผู้ใช้

รีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้

  1. คลิกรหัสผ่าน จากนั้น รีเซ็ตรหัสผ่าน
  2. เลือกสร้างรหัสผ่านโดยอัตโนมัติหรือป้อนรหัสผ่าน

    โดยค่าเริ่มต้น ความยาวขั้นต่ำของรหัสผ่านคือ 8 อักขระ ทั้งนี้คุณจะเปลี่ยนข้อกำหนดของรหัสผ่านสำหรับองค์กรได้

  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูรหัสผ่าน ให้คลิกแสดงตัวอย่าง
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการให้ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่าน ให้ปรับสวิตช์ขอให้เปลี่ยนรหัสผ่านในการลงชื่อเข้าใช้ครั้งต่อไปเป็นเปิด
  5. คลิกรีเซ็ต
  6. (ไม่บังคับ) หากต้องการวางรหัสผ่านที่อื่น เช่น ในการสนทนา Google Chat กับผู้ใช้ ให้คลิกคลิกเพื่อคัดลอกรหัสผ่าน
  7. เลือกส่งอีเมลรหัสผ่านไปให้ผู้ใช้ หรือคลิกเสร็จสิ้น

จัดการพาสคีย์และคีย์ความปลอดภัยของผู้ใช้

ส่วนพาสคีย์และคีย์ความปลอดภัยจะแสดงข้อมูลต่อไปนี้เกี่ยวกับคีย์ที่ผู้ใช้ลงทะเบียนไว้

  • ชื่อของคีย์ ไม่ว่าจะเป็นค่าเริ่มต้นหรือที่ผู้ใช้กำหนด
  • แพลตฟอร์มหรืออุปกรณ์ที่สร้างคีย์
  • วิธีลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นโดยผู้ใช้หรือโดยอัตโนมัติ
  • การรองรับแบบไม่ใช้รหัสผ่าน ว่าจะใช้พาสคีย์เพื่อข้ามคำถามยืนยันรหัสผ่านได้หรือไม่
  • เวลาและสถานที่ที่เพิ่มและใช้คีย์ครั้งล่าสุด

คุณสามารถเพิ่มหรือนำคีย์ความปลอดภัยของผู้ใช้ออก รวมถึงนำพาสคีย์ของผู้ใช้ออกได้

พาสคีย์

พาสคีย์เป็นทางเลือกที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยแทนการใช้รหัสผ่าน เมื่อใช้พาสคีย์ ผู้ใช้จะลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่มีการจัดการได้โดยใช้โทรศัพท์ คีย์ความปลอดภัย หรือการล็อกหน้าจอของคอมพิวเตอร์ หากผู้ดูแลระบบเปิดใช้การข้ามรหัสผ่านในบัญชีผู้ใช้ ผู้ดูแลระบบสามารถข้ามคำถามสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสผ่าน และให้ใช้พาสคีย์ที่ผสานรวมการตรวจสอบสิทธิ์ขั้นตอนที่หนึ่งและสองแทนได้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อลงชื่อเข้าใช้ด้วยพาสคีย์แทนการใช้รหัสผ่าน

นำพาสคีย์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นออก

  1. คลิกส่วนพาสคีย์และคีย์ความปลอดภัยเพื่อแสดงตารางข้อมูลคีย์
  2. เลื่อนตารางไปทางขวาจนสุด
  3. วางเมาส์เหนือเส้นตารางของคีย์ที่ต้องการนำออก แล้วคลิกนำออก
  4. คลิกนำออกเพื่อยืนยัน
  5. คลิกเสร็จสิ้น
    เหตุการณ์ในบันทึกของผู้ดูแลระบบจะเพิ่มรายการบันทึกทุกครั้งที่คุณเพิกถอนพาสคีย์

นำพาสคีย์ที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติออก

ระบบจะสร้างพาสคีย์ในอุปกรณ์ Android โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google วิธีนำออก

  1. ไปที่ส่วนแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อในหน้าความปลอดภัยของผู้ใช้
  2. ค้นหาอุปกรณ์ Android ในคอลัมน์แอปพลิเคชันที่ต้องการนำออก
  3. วางเมาส์เหนือแถวนั้นแล้วคลิกนำออก
  4. คลิกนำออก
  5. คลิกเสร็จสิ้น

หากต้องการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้สร้างพาสคีย์อัตโนมัติอีก ให้รีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้และนำผู้ใช้ออกจากระบบบัญชี Google (รวมถึงแอปพลิเคชัน Google Workspace) ในอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ทั้งหมด

  1. ทำตามขั้นตอนเพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้
  2. หากต้องการนำผู้ใช้ออกจากระบบบัญชี Google ให้ทำตามขั้นตอนเพื่อรีเซ็ตคุกกี้สำหรับลงชื่อเข้าใช้ของผู้ใช้

หากคุณรีเซ็ตคุกกี้ของผู้ใช้โดยไม่รีเซ็ตรหัสผ่าน ผู้ใช้จะยังลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ Android ได้ ซึ่งจะเพิ่มพาสคีย์ที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติอีกครั้ง

หากต้องการควบคุมการสร้างพาสคีย์ที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติให้มากขึ้น คุณสามารถจำกัดการใช้อุปกรณ์ Android ได้โดยใช้การจัดการอุปกรณ์ขั้นพื้นฐาน โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อตั้งค่าการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นพื้นฐาน

คีย์ความปลอดภัย

คีย์ความปลอดภัยเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ให้คุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google โดยใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน (2SV) เพียงเสียบเข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยใช้ NFC หรือบลูทูธ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อใช้คีย์ความปลอดภัยในการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

เพิ่มคีย์ความปลอดภัยเป็นคีย์สำหรับการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนเท่านั้น

คุณจะเพิ่มคีย์ความปลอดภัยให้ผู้ใช้หรือให้ผู้ใช้เพิ่มเองก็ได้ หากเพิ่มคีย์ความปลอดภัยด้วยวิธีนี้ คีย์ดังกล่าวจะใช้สำหรับการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนเท่านั้น และผู้ใช้ต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสผ่านเมื่อใช้คีย์นี้

  • วิธีเพิ่มคีย์ความปลอดภัยให้ผู้ใช้มีดังนี้
    1. คลิกในส่วนพาสคีย์และคีย์ความปลอดภัยเพื่อแสดงปุ่มเพิ่มคีย์ความปลอดภัย
    2. คลิกเพิ่มคีย์ความปลอดภัย
    3. ทำตามวิธีการบนหน้าจอ
      หมายเหตุ: หากเสียบคีย์ความปลอดภัยไว้กับคอมพิวเตอร์ ให้นำออกก่อนจะลงทะเบียนคีย์ใหม่ให้ผู้ใช้
    4. คลิกเสร็จสิ้น
  • วิธีอนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มคีย์ความปลอดภัยของตนเองที่ใช้ได้สำหรับการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนเท่านั้น
    1. ตรวจสอบว่าการตั้งค่าข้ามรหัสผ่านปิดอยู่สำหรับผู้ใช้ มิเช่นนั้นผู้ใช้จะเพิ่มได้เฉพาะคีย์ความปลอดภัยเป็นพาสคีย์ โปรดดูขั้นตอนที่หัวข้อเปิดหรือปิดการข้ามรหัสผ่านสำหรับผู้ใช้
    2. โปรดแจ้งให้ผู้ใช้ทำตามวิธีการในหัวข้อใช้คีย์ความปลอดภัยสำหรับการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

นำคีย์ความปลอดภัยออก

นำคีย์ความปลอดภัยออกเฉพาะเมื่อคีย์สูญหายเท่านั้น และเมื่อไม่มีคีย์ คุณเลือกสร้างรหัสความปลอดภัยสำรองเพื่อแก้ปัญหาชั่วคราวได้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อรับรหัสยืนยันสำรองสำหรับผู้ใช้

  1. คลิกส่วนพาสคีย์และคีย์ความปลอดภัยเพื่อแสดงตารางข้อมูลคีย์
  2. เลื่อนตารางไปทางขวาจนสุด
  3. วางเมาส์เหนือเส้นตารางของคีย์ที่ต้องการนำออก แล้วคลิกนำออก
  4. คลิกนำออกเพื่อยืนยัน
  5. คลิกเสร็จสิ้น
    เหตุการณ์ในบันทึกของผู้ดูแลระบบจะเพิ่มรายการบันทึกทุกครั้งที่คุณเพิกถอนคีย์ความปลอดภัย

ตรวจสอบการลงทะเบียนการปกป้องขั้นสูง

ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนการปกป้องขั้นสูงของผู้ใช้ได้ และหากจำเป็น ก็สามารถยกเลิกการลงทะเบียนดังกล่าวที่ระดับผู้ใช้ได้

  • สถานะเปิดหมายความว่าผู้ใช้ลงทะเบียนในการปกป้องขั้นสูงอยู่
  • สถานะปิดหมายความว่าผู้ใช้ไม่ได้ลงทะเบียนในการปกป้องขั้นสูง

หากคุณปิดการลงทะเบียนการปกป้องขั้นสูงที่นี่ จะมีเพียงผู้ใช้เท่านั้นที่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้หากการตั้งค่าเปิดการลงทะเบียนผู้ใช้เปิดใช้งานอยู่ในส่วนความปลอดภัย จากนั้น การตรวจสอบสิทธิ์ จากนั้น โปรแกรมการปกป้องขั้นสูง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเปิดใช้ให้ผู้ใช้ลงทะเบียน

ตรวจสอบการตั้งค่าการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

มีเพียงผู้ใช้เท่านั้นที่เปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน (2SV) ได้ ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณจะตรวจสอบการตั้งค่าการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนในปัจจุบันของผู้ใช้ได้ และขอรหัสสำรองให้ผู้ใช้ที่ถูกล็อกได้หากจำเป็น

ส่วนการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนจะระบุว่าเปิดใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนให้ผู้ใช้แล้วหรือยังและตอนนี้บังคับใช้ในองค์กรหรือไม่

  • คุณเลือกปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนให้ผู้ใช้ที่ถูกล็อกได้ แต่เราขอแนะนำให้รับรหัสสำรองให้ผู้ใช้แทนเพื่ออนุญาตการลงชื่อเข้าใช้บัญชี

    หมายเหตุ: คุณจะปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนไม่ได้หากบัญชีของผู้ใช้ถูกระงับ

  • หากบังคับใช้กับทั้งองค์กร คุณจะปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนให้ผู้ใช้เป็นรายบุคคลไม่ได้

รับรหัสยืนยันสำรองให้ผู้ใช้

ผู้ใช้ที่ตรวจสอบสิทธิ์ขั้นตอนที่ 2 ไม่ได้เพียงแค่ชั่วคราวก็อาจถูกล็อกได้ เช่น ผู้ใช้อาจลืมคีย์ความปลอดภัยไว้ที่บ้าน หรืออาจรับรหัสการเข้าถึงทางโทรศัพท์ไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ คุณจะสร้างรหัสยืนยันสำรองเพื่อให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ได้

  1. หากต้องการดูรหัสยืนยันสำรองของผู้ใช้ ให้คลิกการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน จากนั้น รับรหัสยืนยันสำรอง
    หมายเหตุ: การสร้างรหัสยืนยันใหม่จะทำให้รหัสที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณสร้างรหัสยืนยันของผู้ใช้โดยใช้คอนโซลผู้ดูแลระบบ แล้วสร้างรหัสยืนยันใหม่โดยใช้รหัสยืนยัน รหัสชุดก่อนหน้าจะใช้งานไม่ได้ และในทางกลับกันด้วย
  2. คัดลอกรหัสสำรองที่มีอยู่ 1 รหัส หรือสร้างรหัสใหม่ หมายเหตุ: เลือกสร้างรหัสใหม่หากคิดว่ามีคนขโมยหรือใช้รหัสสำรองที่มีอยู่ไปแล้ว ระบบจะยกเลิกรหัสสำรองชุดเก่าโดยอัตโนมัติ
  3. แจ้งให้ผู้ใช้ทำตามวิธีการลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสสำรอง

หากกำหนดให้ผู้ใช้ใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนกับคีย์ความปลอดภัย สิ่งที่จะเกิดขึ้นมีดังนี้

  • ผู้ใช้สร้างรหัสยืนยันสำรองของตนเองไม่ได้ ผู้ดูแลระบบต้องสร้างรหัสเหล่านี้และมอบให้ผู้ใช้เมื่อจำเป็น
  • เมื่อสร้างรหัสให้ผู้ใช้แล้ว ระยะเวลาผ่อนผันของผู้ใช้ในการใช้รหัสเหล่านี้จะเริ่มต้นขึ้น โดยคุณจะได้รับแจ้งระยะเวลาผ่อนผันที่เหลือก่อนที่ผู้ใช้จะจำเป็นต้องใช้คีย์ความปลอดภัยลงชื่อเข้าใช้

โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับการตั้งค่าข้อกำหนดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนสำหรับผู้ใช้ที่หัวข้อใช้งานการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

ผู้ดูแลระบบตัวแทนจำหน่าย

มีเพียงผู้ดูแลระบบขั้นสูงเท่านั้นที่สร้างรหัสยืนยันสำรองสำหรับผู้ดูแลระบบคนอื่นๆ ได้ ซึ่งหมายความว่าผู้ดูแลระบบ รวมถึงผู้ดูแลระบบตัวแทนจำหน่าย จะดูและสร้างรหัสยืนยันสำรองสำหรับผู้ใช้ของตนได้เท่านั้น แต่จะดูหรือสร้างรหัสยืนยันสำรองสำหรับผู้ดูแลระบบขั้นสูงหรือผู้ดูแลระบบรายอื่นไม่ได้ หากต้องการอนุญาตให้ผู้ดูแลระบบสร้างและดูรหัสยืนยันสำรองสำหรับผู้ใช้ ผู้ดูแลระบบ และผู้ดูแลระบบขั้นสูง คุณต้องให้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบขั้นสูงแก่ผู้ดูแลระบบรายนั้นๆ

บังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่าน

หากสงสัยว่ารหัสผ่านของผู้ใช้ถูกขโมย คุณก็บังคับให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านใหม่เมื่อลงชื่อเข้าใช้ครั้งถัดไปได้

  1. คลิกกำหนดให้เปลี่ยนรหัสผ่าน จากนั้น เปิด
  2. คลิกเสร็จสิ้น

หลังจากผู้ใช้รีเซ็ตรหัสผ่านแล้ว การตั้งค่านี้จะเปลี่ยนเป็นปิดโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ: หากองค์กรใช้ SSO ผ่าน IdP ของบุคคลที่สาม การบังคับให้ใช้การตั้งค่าการเปลี่ยนรหัสผ่านจะใช้งานไม่ได้ เว้นแต่คุณจะใช้เน็ตเวิร์กมาสก์เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ Workplace ได้โดยตรง หากต้องการตรวจสอบว่ามีการตั้งค่าเน็ตเวิร์กมาสก์หรือไม่ ให้ไปที่ความปลอดภัย จากนั้น SSO ด้วย IdP บุคคลที่สาม จากนั้น โปรไฟล์ SSO สําหรับองค์กรของคุณ

แก้ไขข้อมูลการกู้คืนของผู้ใช้

หาก Google สงสัยว่ามีการลงชื่อเข้าใช้บัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต คำถามในการเข้าสู่ระบบจะปรากฏขึ้นก่อนจะอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี ผู้ใช้ต้องทำดังนี้

  • รหัสยืนยันที่ Google ส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการกู้คืนหรือที่อยู่อีเมลสำรอง (ที่อยู่อีเมลนอกองค์กรของคุณ)
  • ตอบคำถามในการเข้าสู่ระบบที่มีเพียงเจ้าของบัญชีเท่านั้นที่ทราบคำตอบ

วิธีเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลการกู้คืนของผู้ใช้

  1. คลิกข้อมูลการกู้คืน
  2. เพิ่มหรือแก้ไขรายการใดรายการหนึ่งต่อไปนี้
    • อีเมล (นอกองค์กรของคุณ)
    • หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการกู้คืน

      หมายเหตุ: หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการกู้คืนไม่ควรซ้ำกันสำหรับผู้ใช้แต่ละราย หากผู้ใช้หลายคนใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการกู้คืนหมายเลขเดียวกัน หมายเลขนั้นจะถูกบล็อกโดยอัตโนมัติเนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

  3. คลิกบันทึก

ปิดคำถามในการเข้าสู่ระบบหรือคำถามยืนยันตัวตนชั่วคราว

หาก Google สงสัยว่ามีการลงชื่อเข้าใช้บัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต คำถามในการเข้าสู่ระบบจะปรากฏขึ้นก่อนจะอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี ผู้ใช้ต้องป้อนรหัสยืนยันที่ Google ส่งไปให้ที่โทรศัพท์ หรือจะเลือกตอบคำถามอื่นที่มีเฉพาะเจ้าของบัญชีที่ทราบคำตอบก็ได้

นอกจากนี้ หากผู้ใช้ Google Workspace พยายามดําเนินการที่มีความละเอียดอ่อน บางครั้งระบบจะแสดงคําถามยืนยันตัวตน หากผู้ใช้ป้อนข้อมูลที่ระบบร้องขอไม่ได้ Google จะไม่อนุญาตให้ดําเนินการที่มีความละเอียดอ่อน

หากผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตยืนยันตัวตนไม่ได้ คุณสามารถปิดการเข้าสู่ระบบหรือคำถามยืนยันตัวตน 10 นาทีเพื่อให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ได้

รีเซ็ตคุกกี้การลงชื่อเข้าใช้ของผู้ใช้

หากผู้ใช้ทำคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่หาย คุณสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงบัญชี Google ของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ด้วยการรีเซ็ตคุกกี้สำหรับลงชื่อเข้าใช้ และระบบจะนำผู้ใช้ออกจากบัญชี Google (รวมถึงแอปพลิเคชัน Google Workspace ใดๆ ก็ตาม) ในเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ทุกเครื่อง

หมายเหตุ: หากคุณระงับผู้ใช้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำขั้นตอนนี้ การระงับผู้ใช้จะรีเซ็ตคุกกี้การลงชื่อเข้าใช้ด้วย

หากคุณตั้งค่าการลงชื่อเพียงครั้งเดียว (SSO) โดยใช้ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP) รายอื่น เซสชัน SSO ของผู้ใช้อาจยังอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี Google ได้หลังจากรีเซ็ตคุกกี้การลงชื่อเข้าใช้แล้ว ในกรณีนี้ ให้สิ้นสุดเซสชัน SSO ก่อนจะรีเซ็ตคุกกี้การลงชื่อเข้าใช้ของ Google หากต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดการ SSO โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ IdP

วิธีรีเซ็ตคุกกี้ของผู้ใช้

  1. คลิกคุกกี้การลงชื่อเข้าใช้ จากนั้น รีเซ็ต
  2. คลิกเสร็จสิ้น

การนำผู้ใช้ออกจากเซสชันปัจจุบันของ Gmail อาจใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง และแตกต่างกันไปตามแอปพลิเคชัน

ดูและเพิกถอนรหัสผ่านเฉพาะแอปพลิเคชัน

หากผู้ใช้ใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนและต้องลงชื่อเข้าใช้แอปหรืออุปกรณ์ที่ไม่ยอมรับรหัสยืนยัน ผู้ใช้ต้องมีรหัสผ่านเฉพาะแอปพลิเคชันเพื่อเข้าถึงแอปเหล่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสผ่านสำหรับแอป

แอปที่ผู้ใช้สร้างรหัสผ่านสำหรับแอปไว้จะแสดงอยู่ในส่วนรหัสผ่านเฉพาะแอปพลิเคชัน หมายเหตุ: หากไม่ได้ใช้รหัสผ่านสำหรับแอป ส่วนนี้จะใช้งานไม่ได้

คลิกชื่อแอปเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาที่มีการสร้างรหัสผ่านสำหรับแอปและเวลาที่มีการใช้งานครั้งล่าสุด

คุณควรเพิกถอนรหัสผ่านสำหรับแอป หากผู้ใช้ทำอุปกรณ์หายหรือหยุดใช้แอปที่รับสิทธิ์ด้วยรหัสผ่านนั้น

  1. คลิกในส่วนรหัสผ่านเฉพาะแอปพลิเคชันเพื่อดูแอปที่ใช้รหัสผ่านสำหรับแอป
  2. วางเมาส์เหนือชื่อแอปแล้วคลิกเพิกถอน ที่ด้านขวา
  3. คลิกเพิกถอน
  4. คลิกเสร็จสิ้น

ผู้ใช้ยังจะเพิกถอนรหัสผ่านสำหรับแอปของตนเองได้ด้วย

ดูและนำสิทธิ์เข้าถึงแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามออก

ส่วนแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่ออยู่จะแสดงรายการแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามทั้งหมด (เช่น แอปใน Google Workspace Marketplace) ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบัญชี Google ของผู้ใช้รายนั้น ดูหลักการของสิทธิ์เข้าถึงที่ได้รับอนุญาต

หมายเหตุ: หากไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันของบุคคลที่สาม ส่วนนี้จะใช้งานไม่ได้

คลิกชื่อแอปพลิเคชันเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

  • คอลัมน์ระดับการเข้าถึงจะแสดงข้อมูลผู้ใช้ที่แอปพลิเคชันนั้นเข้าถึงได้ ทั้งนี้ผู้ใช้จะให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูล Google ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ได้
  • คอลัมน์วันที่ที่ให้สิทธิ์จะแสดงเมื่อแอปพลิเคชันได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล

วิธีนำสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของแอปออกชั่วคราว

  1. วางเมาส์เหนือชื่อแอปแล้วคลิกนำออก ที่ด้านขวา
  2. คลิกนำออก
  3. คลิกเสร็จสิ้น

หมายเหตุ: แม้ว่าจะนำสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของแอปออก แต่ผู้ใช้ก็ยังคงใช้แอปได้ในอนาคต (หากผู้ใช้มีสิทธิ์ที่จำเป็น) เมื่อผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้แอปอีกครั้ง ระบบจะกู้คืนสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล หากต้องการจำกัดสิทธิ์เข้าถึงแอปพลิเคชันของผู้ใช้อย่างถาวร คุณก็บล็อกการเข้าถึงขอบเขตเฉพาะแอปพลิเคชันและตั้งค่ารายการที่อนุญาตสำหรับแอปที่ได้รับอนุมัติให้แก่องค์กรได้


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง