ควบคุมว่าจะให้แอปของบุคคลที่สามและแอปภายในรายการใดเข้าถึงข้อมูล Google Workspace ได้บ้าง

หากต้องการจัดการแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับองค์กร ให้ไปที่นี่ แทน

คุณสามารถควบคุมวิธีที่แอปเข้าถึงข้อมูลใน Google ขององค์กรได้ ซึ่งทำได้โดยใช้การตั้งค่าในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อควบคุมการเข้าถึงบริการ Google Workspace ผ่าน OAuth 2.0 บางแอปจะใช้ขอบเขตของ OAuth 2.0 ซึ่งเป็นกลไกการจำกัดการเข้าถึงในบัญชีของผู้ใช้

คุณอาจปรับข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่จะแจ้งให้กับผู้ใช้ซึ่งพยายามติดตั้งแอปที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วยก็ได้

หมายเหตุ: สำหรับ Google Workspace for Education ข้อจำกัดเพิ่มเติมอาจทำให้ผู้ใช้ในสถาบันการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาไม่สามารถเข้าถึงแอปของบุคคลที่สามบางรายการได้

ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลใน Google ของแอป

ก่อนเริ่มต้น: ตรวจสอบแอปของบุคคลที่สามที่ได้รับอนุญาต

โปรดตรวจสอบรายการแอปที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลใน Google ก่อนใช้การควบคุม รายละเอียดเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สามมักจะปรากฏหลังจากให้สิทธิ์ไปแล้ว 24-48 ชั่วโมง

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การเข้าถึงและการควบคุมข้อมูล จากนั้น การควบคุม API

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

    คุณสามารถตรวจสอบจํานวนแอปที่กําหนดค่าแล้วและมีสิทธิ์เข้าถึงได้

    • แอปที่กําหนดค่าแล้วคือแอปที่มีนโยบายการเข้าถึง (เชื่อถือได้ ถูกจำกัด หรือถูกบล็อก) หากคุณไม่ได้กดเชื่อถือหรือบล็อกแอปใดๆ ไว้ คุณจะเห็นแอปที่กําหนดค่าไว้มีจำนวนเป็นศูนย์ (0)
    • แอปที่มีสิทธิ์เข้าถึงคือแอปของบุคคลที่สามซึ่งใช้โดยผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล Google
  2. คลิกจัดการการเข้าถึงแอปของบุคคลที่สาม
    ตามค่าเริ่มต้น แอปที่กําหนดค่าไว้จะปรากฏ คุณสามารถตรวจสอบรายการต่อไปนี้
    • ชื่อแอป
    • ประเภท
    • รหัส
    • สถานะที่ยืนยันแล้ว—แอปที่ยืนยันแล้วซึ่งได้รับการตรวจสอบโดย Google ว่าสอดคล้องกับนโยบายที่กำหนด ทั้งนี้แอปซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีหลายแอปอาจไม่ได้รับการยืนยันผ่านวิธีนี้ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ แอปของบุคคลที่สามที่ยืนยันแล้วคืออะไร
    • สิทธิ์เข้าถึง \- จะเป็นการระบุว่าเชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง ให้คลิกดูรายการ ในส่วนแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง

    สําหรับแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง คุณยังตรวจสอบรายการดังต่อไปนี้ได้ด้วย

    • ผู้ใช้ - จำนวนผู้ใช้ที่เข้าถึงแอป
    • บริการที่ขอ - API สำหรับบริการของ Google (ขอบเขตของ OAuth2) ที่แต่ละแอปใช้อยู่ (เช่น Gmail, Google ปฏิทิน หรือ Google ไดรฟ์) โดยบริการที่ขอซึ่งไม่ใช่ของ Google จะแสดงเป็นอื่นๆ
  4. จากรายการแอปที่กําหนดค่าไว้ หรือแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง ให้คลิกแอปเพื่อตรวจสอบดังนี้
    • จัดการสิทธิ์เข้าถึงบริการของ Google สำหรับแอปของคุณ - ตรวจสอบว่าแอปมีสถานะเป็นเชื่อถือได้ ถูกจำกัด หรือถูกบล็อก หากคุณมีการเปลี่ยนค่าสิทธิ์เข้าถึง ให้คลิกบันทึก
    • ดูข้อมูลเกี่ยวกับแอป - ดูรหัสไคลเอ็นต์ OAuth2 แบบเต็มของแอป จำนวนผู้ใช้ นโยบายความเป็นส่วนตัว และข้อมูลการสนับสนุน
    • ดู API บริการของ Google (ขอบเขต OAuth) ที่แอปขอ—ดูรายการขอบเขต OAuth ที่แต่ละแอปขอ หากต้องการดูขอบเขต OAuth แต่ละรายการ ให้ขยายแถวของตารางหรือคลิกขยายทั้งหมด
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการดาวน์โหลดข้อมูลแอปเป็นไฟล์ CSV ให้คลิกดาวน์โหลดรายการ ที่ด้านบนของรายการแอปที่กําหนดค่าไว้ หรือแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง
    • ระบบจะดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดในตาราง (รวมถึงข้อมูลที่คุณไม่ได้แสดง)
    • สําหรับแอปที่กําหนดค่าไว้ ไฟล์ CSV จะมีคอลัมน์เพิ่มเติมซึ่งไม่แสดงอยู่ในตาราง ได้แก่ จํานวนผู้ใช้ บริการที่ส่งคำขอ และขอบเขต API ที่เชื่อมโยงกับแต่ละบริการ หากไม่มีการเข้าถึงแอปที่กําหนดค่าแล้ว จํานวนผู้ใช้ของแอปจะแสดงเป็นศูนย์ (0) และอีก 2 คอลัมน์จะว่างเปล่า

การตรวจสอบแอปเป็นโปรแกรมของ Google ที่ช่วยให้แอปของบุคคลที่สามเข้าถึงข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อนผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้ โดยผู้ใช้อาจถูกบล็อกไม่ให้เปิดใช้งานแอปที่ไม่ได้รับการยืนยันซึ่งคุณไม่ไว้ใจได้ (โปรดดูรายละเอียดการเชื่อถือแอปด้านล่างของหน้านี้) โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบแอปที่หัวข้อ ให้สิทธิ์แอปของบุคคลที่สามที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ขั้นตอนที่ 2: จํากัดหรือไม่จํากัดบริการของ Google

คุณเลือกที่จะจำกัดสิทธิ์เข้าถึงบริการส่วนใหญ่ของ Google Workspace รวมถึงบริการของ Google Cloud เช่น แมชชีนเลิร์นนิง หรือจะปล่อยให้ไม่มีการจำกัดก็ได้ สำหรับ Gmail และ Google ไดรฟ์ คุณจะจำกัดสิทธิ์เข้าถึงบริการที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การส่งอีเมลหรือการลบไฟล์ในไดรฟ์โดยเฉพาะได้ แม้ว่าผู้ใช้จะได้รับข้อความแจ้งเพื่อให้ความยินยอมแก่แอป แต่หากแอปต้องการสิทธิ์เข้าถึงบริการที่มีการจำกัด และคุณไม่ได้กำหนดโดยเฉพาะว่าแอปดังกล่าวเชื่อถือได้ ผู้ใช้จะเพิ่มแอปนั้นไม่ได้

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การเข้าถึงและการควบคุมข้อมูล จากนั้น การควบคุม API

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

  2. คลิกจัดการบริการของ Google
  3. เลือกช่องข้างบริการที่ต้องการจัดการได้จากรายชื่อบริการ
    เลือกช่องบริการ เพื่อเลือกช่องทั้งหมด
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการกรองรายการนี้ ให้คลิกเพิ่มตัวกรอง และเลือกจากเกณฑ์ต่อไปนี้
    • บริการของ Google—เลือกจากรายชื่อบริการ เช่น ไดรฟ์ หรือ Gmail แล้วคลิกใช้
    • สิทธิ์เข้าถึงบริการของ Google - เลือกไม่จำกัดหรือจำกัด แล้วคลิกใช้
    • แอปที่อนุญาต - ระบุช่วงจำนวนแอปที่อนุญาต แล้วคลิกใช้
    • ผู้ใช้—ระบุช่วงจำนวนผู้ใช้ แล้วคลิกใช้
  5. คลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง ที่ด้านบน แล้วเลือกไม่จํากัด หรือถูกจำกัด
    หากเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึงเป็น "ถูกจำกัด" แอปที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้าซึ่งคุณยังไม่ได้กำหนดว่าเชื่อถือได้จะหยุดทำงานและโทเค็นจะถูกเพิกถอน เมื่อผู้ใช้พยายามติดตั้งแอปที่มีขอบเขตจำกัด ผู้ใช้จะได้รับแจ้งว่าแอปนั้นถูกบล็อกอยู่ การจํากัดการเข้าถึงบริการไดรฟ์จะจํากัดการเข้าถึง Google Forms API ด้วย
    **หมายเหตุ**: ระบบจะอัปเดตรายการแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับหรือเพิกถอนโทเค็น
  6. (ไม่บังคับ) หากเลือกถูกจำกัด และต้องการอนุญาตการเข้าถึงขอบเขตของ OAuth ที่ไม่ได้รับการจัดประเภทเป็นความเสี่ยงสูง (เช่น ขอบเขตที่อนุญาตให้แอปเข้าถึงที่ไฟล์ที่ผู้ใช้เลือกในไดรฟ์) ให้เลือกช่องสำหรับแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ ให้อนุญาตให้ผู้ใช้มอบสิทธิ์เข้าถึงขอบเขต OAuth ซึ่งไม่ได้รับการจัดประเภทเป็นความเสี่ยงสูง (ช่องทําเครื่องหมายนี้จะปรากฏสําหรับบางแอปเช่น Gmail และไดรฟ์ ไม่ใช่สำหรับทุกแอป)
  7. คลิกเปลี่ยน และยืนยัน หากจำเป็น
  8. (ไม่บังคับ) วิธีตรวจสอบว่าแอปใดมีสิทธิ์เข้าถึงบริการได้
    1. คลิกดูรายการที่ด้านบนสำหรับส่วนแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึง
    2. คลิกเพิ่มตัวกรอง จากนั้น บริการที่ขอ
    3. เลือกบริการที่คุณจะตรวจสอบ แล้วคลิกใช้

จำกัดสิทธิ์เข้าถึงขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูง

Gmail และไดรฟ์ยังจำกัดสิทธิ์เข้าถึงรายการขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้าได้ด้วย

ขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับ Gmail มีดังนี้

  • https://mail.google.com/
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.compose
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.insert
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.metadata
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.modify
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.readonly
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.send
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.settings.basic
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.settings.sharing
    โปรดดูรายละเอียดขอบเขตของ Gmail ที่หัวข้อ เลือกขอบเขตการตรวจสอบสิทธิ์

ขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับไดรฟ์มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 3: จัดการสิทธิ์เข้าถึงบริการของแอปของบุคคลที่สามในบริการของ Google และเพิ่มแอปต่างๆ

คุณสามารถจัดการสิทธิ์ของแอปที่ต้องการได้โดยบล็อกแอปดังกล่าว กำหนดสถานะให้เป็นเชื่อถือได้ หรือให้เข้าถึงเฉพาะบริการของ Google ที่ไม่จำกัดก็ได้ แอปที่เชื่อถือได้จะมีสิทธิ์เข้าถึงบริการ Google Workspace ทั้งหมด (ขอบเขต OAuth) รวมถึงบริการที่ถูกจํากัด แอปที่คุณไม่เชื่อถือจะเข้าถึงได้เฉพาะบริการที่ไม่มีการจํากัดเท่านั้น

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การเข้าถึงและการควบคุมข้อมูล จากนั้น การควบคุม API

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

  2. คลิกจัดการการเข้าถึงแอปของบุคคลที่สาม ในส่วนการควบคุมการเข้าถึงของแอป
  3. สำหรับแอปที่กำหนดค่าไว้ ให้คลิกดูรายการ
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการกรองรายการ ให้คลิกเพิ่มตัวกรอง แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • ชื่อแอป—ป้อนชื่อแอปแล้วคลิกใช้
    • ประเภท \- เลือกเว็บแอปพลิเคชัน , iOS หรือ Android แล้วคลิกใช้
    • รหัส—ป้อนรหัสแอปแล้วคลิกใช้
    • สถานะที่ยืนยันแล้ว \- เลือกยืนยันโดย Google แล้วคลิกใช้ เพื่อตรวจสอบแอปที่ผ่านการตรวจสอบจาก Google และเป็นไปตามนโยบายเฉพาะ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อแอปของบุคคลที่สามที่ยืนยันแล้วคืออะไร
    • สิทธิ์เข้าถึง \- เลือกช่องเชื่อถือได้ หรือถูกบล็อก แล้วคลิกใช้
  5. ชี้ไปที่แอป แล้วคลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง หรือเลือกช่องข้างแอปมากกว่า 1 รายการ แล้วคลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง ที่ด้านบน คุณสามารถเลือกที่จะเชื่อถือแอปของโดเมนทั้งหมดหรือบล็อกแอปเพื่อไม่ให้แอปเหล่านั้นมีสิทธิ์เข้าถึงบริการ Google Workspace ได้อีกด้วย
  6. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • เชื่อถือได้—การเชื่อถือแอปจะลบล้างข้อจํากัดของบริการ ระบบจะเชื่อถือแอปที่ Google เป็นเจ้าของ เช่น เบราว์เซอร์ Chrome โดยอัตโนมัติและกำหนดค่าเป็นแอปที่เชื่อถือไม่ได้
    • จำกัด \- เข้าถึงได้เฉพาะบริการที่ไม่จำกัดของ Google
    • ถูกบล็อก—ไม่สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google ได้
      หากคุณเพิ่มแอปสำหรับอุปกรณ์ในรายการที่อนุญาต และบล็อกแอปดังกล่าวโดยใช้การควบคุม API แอปนั้นจะถูกบล็อก เนื่องจากการบล็อกแอปโดยใช้การควบคุม API จะลบล้างรายการที่อนุญาต
  7. คลิกเปลี่ยน

เพิ่มแอปใหม่

  1. คลิกจัดการการเข้าถึงแอปของบุคคลที่สาม ในส่วนการควบคุมการเข้าถึงของแอป
  2. สำหรับแอปที่กำหนดค่าไว้ ให้คลิกเพิ่มแอป
  3. เลือกชื่อแอป OAuth หรือรหัสไคลเอ็นต์, Android หรือ iOS
  4. ป้อนชื่อหรือรหัสไคลเอ็นต์ของแอป แล้วคลิกค้นหา
  5. ชี้ไปที่แอป แล้วคลิกเลือก
  6. เลือกช่องสำหรับรหัสไคลเอ็นต์ที่ต้องการกำหนดค่า แล้วคลิกเลือก
  7. เลือกเชื่อถือได้ หรือถูกบล็อก แล้วคลิกกําหนดค่า

ผู้ใช้จะได้รับแจ้งให้มอบความยินยอมในการเพิ่มเว็บแอป แต่คุณจะข้ามหน้าจอขอความยินยอมใน Google Workspace Marketplace สำหรับแอปที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นได้ด้วยการติดตั้งในโดเมน

ปรับแต่งข้อความสําหรับแอปที่ไม่ได้รับอนุญาต

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การเข้าถึงและการควบคุมข้อมูล จากนั้น การควบคุม API

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

  2. คลิกการ์ดการตั้งค่า
  3. คลิกข้อความสำหรับผู้ใช้
  4. เปิด ข้อความสำหรับผู้ใช้
  5. ป้อนข้อความสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการในช่องข้อความ
  6. คลิกบันทึก

ขั้นตอนที่ 4: ควบคุมการเข้าถึง API

บล็อกสิทธิ์เข้าถึงของ API บุคคลที่สามทั้งหมด

คุณสามารถบล็อกการเข้าถึง API ของบุคคลที่สามทั้งหมดได้เพื่อให้คําขอจากแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ การตั้งค่านี้จะบล็อกขอบเขต OAuth ทั้งหมด รวมถึงขอบเขตการลงชื่อเข้าใช้ หมายความว่าผู้ใช้จะไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้แอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สามด้วย Google ได้อีกต่อไป

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การเข้าถึงและการควบคุมข้อมูล จากนั้น การควบคุม API

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

  2. คลิกการ์ดการตั้งค่า
  3. คลิกแอปของบุคคลที่สามที่ไม่ได้กำหนดค่าไว้
  4. เลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งต่อไปนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น Workspace ที่ใช้
    • รุ่น Education \- เลือกไม่อนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปใดก็ตามของบุคคลที่สามด้วยบัญชีของตนเอง
    • รุ่น Workspace อื่นๆ \- เลือกไม่อนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปใดก็ตามของบุคคลที่สาม
  5. คลิกบันทึก

การตั้งค่าบางอย่างจะลบล้างการตั้งค่า API เช่น ผู้ใช้จะยังเข้าถึงแอปที่กำหนดค่าด้วยสิทธิ์เข้าถึงที่น่าเชื่อถือหรือถูกจำกัดได้แม้ว่าคุณจะเลือกช่องบล็อกสิทธิ์เข้าถึงของ API บุคคลที่สามทั้งหมด

อนุญาตการเข้าถึงแอปของบุคคลที่สามที่ต้องใช้การลงชื่อเข้าใช้ Google เท่านั้น

ใช้ตัวเลือกนี้หากต้องการอนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปของบุคคลที่สามที่ไม่ขอข้อมูลใน Google ยกเว้นข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้ Google (เช่น อีเมล)

หมายเหตุ: ตัวเลือกนี้ใช้ไม่ได้ในรุ่น Workspace Education

  1. ในการควบคุม API ให้คลิกการ์ดการตั้งค่า
  2. คลิกแอปของบุคคลที่สามที่ไม่ได้กำหนดค่าไว้
  3. เลือกอนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปของบุคคลที่สามที่ขอเฉพาะข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้ Google เท่านั้น
  4. คลิกบันทึก

อนุญาตให้แอปภายในเข้าถึง Google Workspace API ที่มีการจำกัด

หากมีแอปที่สร้างไว้เพื่อใช้ภายในองค์กร (องค์กรเป็นเจ้าของ) คุณสามารถกำหนดให้เชื่อถือแอปทั้งหมดเพื่อให้มีสิทธิ์เข้าถึง Google Workspace API ที่มีการจำกัดได้ ด้วยวิธีนี้ คุณจึงไม่จําเป็นต้องเชื่อถือแอปทั้งหมดทีละรายการ

  1. ในการควบคุม API ให้คลิกการ์ดการตั้งค่า
  2. คลิกแอปภายใน
  3. เลือกช่องทำเครื่องหมายเชื่อถือแอปภายใน