รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Enterprise Standard และ Enterprise Plus, ส่วนเสริม Teaching and Learning และ Education Plus, Google AI Pro สำหรับ Education และAI Ultra Access เปรียบเทียบรุ่นของคุณ
ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณสามารถเลือกเปิดหรือปิดใช้ฟีเจอร์ Gemini และแผงด้านข้างในบริการ Workspace ต่อไปนี้ได้
- Gmail
- ปฏิทิน
- ไดรฟ์, เอกสาร, ชีต, สไลด์, ฟอร์ม, วาดเขียน และ Vids
- Meet
- แชท
- Google Workspace Studio
การตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับฟีเจอร์ Gemini ในบริการ Workspace จะเปิดไว้
แม้ว่า Gemini จะปิดอยู่สำหรับแอปหนึ่งๆ แต่ผู้ใช้ก็ยังเข้าถึงข้อมูลของแอปนั้นได้เมื่อ ใช้ Gemini ในแอปอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ใน Gmail สามารถขอความช่วยเหลือจาก Gemini เกี่ยวกับไฟล์ในไดรฟ์ได้เมื่อปิด Gemini สำหรับไดรฟ์
เปิดหรือปิด Gemini ในบริการของ Google
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
Generative AI
Gemini สำหรับ Workspace
คลิกแผงการเข้าถึงฟีเจอร์
หมายเหตุ: ใช้ได้กับรุ่นเหล่านี้เท่านั้น
-
(ไม่บังคับ) หากต้องการใช้การตั้งค่ากับผู้ใช้บางรายเท่านั้น ให้เลือกหน่วยขององค์กร (มักใช้กับแผนกต่างๆ) หรือกลุ่มการกำหนดค่า (ขั้นสูง) ที่ด้านข้าง
การตั้งค่ากลุ่มจะลบล้างหน่วยขององค์กร ดูข้อมูลเพิ่มเติม
คลิก
แก้ไขข้างบริการที่ต้องการ เปิดหรือปิดใช้
คลิกเปิดหรือปิด แล้วคลิกบันทึก
หมายเหตุ: หากต้องการเข้าถึง Gemini ในบริการของ Workspace ผู้ใช้ต้องเปิดฟีเจอร์อัจฉริยะและการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณ
การควบคุมอื่นๆ ที่มีให้ใช้งานมีอะไรบ้าง
- คุณสามารถเปิดหรือปิดการเข้าถึงแอป Gemini (gemini.google.com) ได้ (หมายเหตุ: การดำเนินการนี้จะไม่ส่งผลต่อฟีเจอร์ AI อื่นๆ ในบริการ Google Workspace)
- คุณสามารถเปิดหรือปิด NotebookLM เป็นบริการเพิ่มเติมได้
- คุณสามารถเปิดหรือปิดการเข้าถึง Google Vids ได้
- คุณควบคุมได้ว่าจะให้ผู้ใช้กำหนดให้ AI ของ Google จดโน้ตในการประชุมหรือไม่
- คุณสามารถเปิดหรือปิดฟีเจอร์อัจฉริยะของ Google Workspace ได้
- ผู้ใช้สามารถควบคุมฟีเจอร์อัจฉริยะในผลิตภัณฑ์ของ Google ได้
- คุณสามารถเปิดหรือปิด Gemini สำหรับการสร้างแอปหรือ Gemini ในโซลูชัน AppSheet ได้
- คุณเปิดหรือปิด Workspace Studio ได้ และยังบล็อก Gemini จาก Workspace Studio ด้วยการควบคุม API ได้ด้วย