การใช้ภาษามาร์กอัปเพื่อยืนยันความปลอดภัย (SAML) จะช่วยให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้แอปพลิเคชันระบบคลาวด์ในองค์กรด้วยข้อมูลเข้าสู่ระบบ Google Cloud ของตนเองได้
ตั้งค่า SSO ผ่านทาง SAML สำหรับ VictorOps
ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่า Google เป็นผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP) สำหรับ SAML
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
แอปในเว็บและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
-
คลิกเพิ่มแอป
ค้นหาแอป
- ป้อน VictorOps ในช่องค้นหา
- ในผลการค้นหา ให้วางเมาส์เหนือแอป SAML VictorOps แล้วคลิกเลือก
- ในหน้ารายละเอียดผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวของ Google ให้ดาวน์โหลด XML ของข้อมูลเมตา
- คลิกต่อไป
- ในหน้ารายละเอียดของผู้ให้บริการ ให้แก้ไข URL เริ่มต้น โดยแทนที่ {organization} ด้วยชื่อองค์กรที่แสดงที่ส่วนท้ายใน URL ของ VictorOps URL
- คลิกต่อไป
-
(ไม่บังคับ) หากต้องการแมปแอตทริบิวต์ไดเรกทอรีของ Google กับแอตทริบิวต์แอปที่เกี่ยวข้อง ในหน้าต่างการแมปแอตทริบิวต์ ให้ทำดังนี้
- คลิกเพิ่มการแมป
- คลิกเลือกช่อง
เลือกแอตทริบิวต์ Google Directory
- ป้อนแอตทริบิวต์แอปที่สอดคล้องกันสำหรับแอตทริบิวต์แอป
-
(ไม่บังคับ) หากต้องการป้อนชื่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแอปนี้ ให้ทำดังนี้
- สำหรับการเป็นสมาชิกกลุ่ม (ไม่บังคับ) ให้คลิกค้นหากลุ่ม แล้วป้อนตัวอักษรของชื่อกลุ่มอย่างน้อย 1 ตัว จากนั้นเลือกชื่อกลุ่ม
- เพิ่มกลุ่มอีกตามต้องการ (สูงสุด 75 กลุ่ม)
- ป้อนชื่อแอตทริบิวต์กลุ่มที่เกี่ยวข้องของผู้ให้บริการสำหรับแอตทริบิวต์แอป
ไม่ว่าคุณจะป้อนชื่อกลุ่มกี่รายการก็ตาม คำตอบของ SAML จะรวมเฉพาะกลุ่มที่ผู้ใช้เป็นสมาชิกอยู่เท่านั้น (ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม) โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการเป็นสมาชิกกลุ่ม
- คลิกเสร็จสิ้นในหน้าการแมปแอตทริบิวต์
ขั้นตอนที่ 2: ตั้ง VictorOps เป็นผู้ให้บริการ SAML 2.0
ส่งอีเมลไปยังฝ่ายสนับสนุนของคุณที่ VictorOps เพื่อแจ้งให้ทราบว่าคุณต้องการเปิดใช้งาน SAML ในบัญชีของคุณ โดยใส่ XML ของข้อมูลเมตาที่คุณดาวน์โหลดในขั้นตอนที่ 1
VictorOps จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อดำเนินการเปิดใช้แล้ว
ขั้นตอนที่ 3: เปิดใช้แอป VictorOps
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
แอปในเว็บและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
- เลือก VictorOps
- คลิกสิทธิ์เข้าถึงของผู้ใช้
-
หากต้องการเปิดหรือปิดบริการให้ทุกคนในองค์กร ให้คลิกเปิดสำหรับทุกคนหรือปิดสำหรับทุกคน แล้วคลิกบันทึก
-
(ไม่บังคับ) วิธีเปิดหรือปิดบริการสำหรับหน่วยขององค์กร
- เลือกหน่วยขององค์กรทางด้านซ้าย
- หากต้องการเปลี่ยนสถานะบริการ ให้เลือกเปิดหรือปิด
- เลือกการตั้งค่าแบบใดแบบหนึ่งต่อไปนี้
- หากตั้งค่าสถานะบริการเป็นรับค่า และคุณต้องการคงการตั้งค่าที่อัปเดตแล้วไว้ แม้ว่าการตั้งค่าขององค์กรระดับบนสุดจะเปลี่ยนไป ให้คลิกลบล้าง
- หากตั้งค่าสถานะบริการเป็นลบล้าง ให้คลิกรับค่าเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นการตั้งค่าเดียวกันกับระดับบนสุด หรือคลิกบันทึกเพื่อคงการตั้งค่าใหม่ แม้ว่าการตั้งค่าขององค์กรระดับบนสุดจะเปลี่ยนไป
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร
- (ไม่บังคับ) หากต้องการเปิดใช้บริการให้กับผู้ใช้ในหน่วยขององค์กรหรือข้ามหน่วย ให้เลือกกลุ่มที่มีสิทธิ์เข้าถึง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อปรับแต่งการเข้าถึงบริการโดยใช้กลุ่มที่มีสิทธิ์เข้าถึง
- ตรวจสอบว่ารหัสอีเมลของบัญชีผู้ใช้ VictorOps ตรงกับรหัสในโดเมน Google ของคุณ
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบว่า SSO ใช้ได้
VictorOps รองรับ SSO ทั้งในโหมดที่ใช้ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว (IdP) และผู้ให้บริการ (SP) โปรดทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อยืนยัน SSO ได้ทั้ง 2 โหมด
โหมดที่ใช้ IdP
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
แอปในเว็บและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
- เลือก VictorOps
- คลิกทดสอบการเข้าสู่ระบบผ่าน SAML ที่ด้านซ้ายบน
ระบบจะเปิด VictorOps ขึ้นมาในแท็บใหม่ หากไม่มีแท็บใหม่เปิดขึ้นมา ให้นำข้อมูลที่ได้จากข้อความแสดงข้อผิดพลาดของ SAML ที่ระบบแจ้งไปอัปเดตการตั้งค่า IdP และ SP ให้เหมาะสม จากนั้นจึงทดสอบการเข้าสู่ระบบ SAML อีกครั้ง
โหมดที่ใช้ SP
- เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ใหม่ในโหมดไม่ระบุตัวตน แล้วไปที่อินสแตนซ์ VictorOps
ระบบควรนำคุณไปยังหน้าลงชื่อเข้าใช้ของ Google - ป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
หลังจากตรวจสอบสิทธิ์ข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว ระบบจะเปลี่ยนเส้นทางไปยัง VictorOps โดยอัตโนมัติ
Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง