การใช้มาตรฐาน SAML 2.0 ช่วยให้คุณกำหนดค่าการลงชื่อเพียงครั้งเดียว (SSO) ให้กับแอประบบคลาวด์บางแอปได้ โดยหลังจากตั้งค่า SSO แล้ว ผู้ใช้จะลงชื่อเข้าใช้แอปด้วยข้อมูลเข้าสู่ระบบ Google Workspace ของตนเองผ่าน SSO ได้
ใช้ SAML เพื่อตั้งค่า SSO สำหรับ Workplace from Meta (เดิมคือ Workplace by Facebook)
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดข้อมูลผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวของ Google
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
แอปในเว็บและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
-
คลิกเพิ่มแอป
ค้นหาแอป
- ในส่วนป้อนชื่อแอป ให้ป้อน Workplace by Facebook
- ในผลการค้นหา ให้ชี้ไปที่ Workplace by Facebook แล้วคลิกเลือก
- ในหน้าต่างรายละเอียดผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวของ Google ให้ดำเนินการต่อไปนี้สำหรับตัวเลือกที่ 2: คัดลอก URL ของ SSO, รหัสเอนทิตี และใบรับรอง
- ถัดจาก URL ของ SSO ให้คลิกคัดลอก
แล้วบันทึก URL
- ถัดจากรหัสเอนทิตี ให้คลิกคัดลอก
แล้วบันทึกรหัสเอนทิตี
- ถัดจากใบรับรอง ให้คลิกคัดลอก
แล้วบันทึกใบรับรอง
คุณต้องมีรายละเอียดเหล่านี้เพื่อตั้งค่าใน Workplace from Meta ให้เสร็จสิ้น
- ถัดจาก URL ของ SSO ให้คลิกคัดลอก
- เปิดคอนโซลผู้ดูแลระบบค้างไว้ คุณจะดำเนินการกำหนดค่าต่อในคอนโซลผู้ดูแลระบบหลังจากขั้นตอนการตั้งค่าในแอป
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่า Workplace from Meta เป็นผู้ให้บริการ SAML 2.0
- เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ในโหมดไม่ระบุตัวตน จากนั้นไปที่หน้าลงชื่อเข้าใช้ Workplace from Meta แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ Workplace from Meta
- ไปที่ Admin Panel
Security
Authentication
- เลือกช่อง SAML SSO
- คลิก Add new SSO Provider
- ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้โดยใช้ค่าที่บันทึกไว้ในขั้นตอนที่ 1
- ในส่วน SAML URL ให้วาง URL ของ SSO
- ในส่วน SAML Issuer ID ให้วางรหัสเอนทิตี
- ในส่วน SAML Certificate ให้วางใบรับรอง
- คัดลอก Audience URL และ ACS URL
คุณต้องใช้รายละเอียดเหล่านี้เพื่อตั้งค่าในคอนโซลผู้ดูแลระบบให้เสร็จสิ้น
ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่า Google เป็นผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว SAML
- กลับไปที่แท็บเบราว์เซอร์ที่เปิดคอนโซลผู้ดูแลระบบไว้
- ในหน้าต่างรายละเอียดผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวของ Google ให้คลิกต่อไป
- ในหน้ารายละเอียดของผู้ให้บริการ ให้ทำดังนี้
- ในส่วน ACS URL ให้วาง ACS URL ที่คัดลอกไว้ในขั้นตอนที่ 2
- ในส่วนรหัสเอนทิตี ให้วาง URL กลุ่มเป้าหมายที่คัดลอกไว้ในขั้นตอนที่ 2
- ในส่วน Start URL ให้วางรูทของ URL ของ ACS URL ที่คัดลอกไว้ในขั้นตอนที่ 2
รูทของ URL คือส่วนที่อยู่ระหว่าง "://" และเครื่องหมายทับที่อยู่ถัดไป เช่น {yoursubdomain}.facebook.com
- คลิกต่อไป
-
(ไม่บังคับ) หากต้องการป้อนชื่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแอปนี้ ให้ทำดังนี้
- สำหรับการเป็นสมาชิกกลุ่ม (ไม่บังคับ) ให้คลิกค้นหากลุ่ม แล้วป้อนตัวอักษรของชื่อกลุ่มอย่างน้อย 1 ตัว จากนั้นเลือกชื่อกลุ่ม
- เพิ่มกลุ่มอีกตามต้องการ (สูงสุด 75 กลุ่ม)
- ป้อนชื่อแอตทริบิวต์กลุ่มที่เกี่ยวข้องของผู้ให้บริการสำหรับแอตทริบิวต์แอป
ไม่ว่าคุณจะป้อนชื่อกลุ่มกี่รายการก็ตาม คำตอบของ SAML จะรวมเฉพาะกลุ่มที่ผู้ใช้เป็นสมาชิกอยู่เท่านั้น (ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม) โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการเป็นสมาชิกกลุ่ม
-
(ไม่บังคับ) หากต้องการป้อนชื่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแอปนี้ ให้ทำดังนี้
- สำหรับการเป็นสมาชิกกลุ่ม (ไม่บังคับ) ให้คลิกค้นหากลุ่ม แล้วป้อนตัวอักษรของชื่อกลุ่มอย่างน้อย 1 ตัว จากนั้นเลือกชื่อกลุ่ม
- เพิ่มกลุ่มอีกตามต้องการ (สูงสุด 75 กลุ่ม)
- ป้อนชื่อแอตทริบิวต์กลุ่มที่เกี่ยวข้องของผู้ให้บริการสำหรับแอตทริบิวต์แอป
ไม่ว่าคุณจะป้อนชื่อกลุ่มกี่รายการก็ตาม คำตอบของ SAML จะรวมเฉพาะกลุ่มที่ผู้ใช้เป็นสมาชิกอยู่เท่านั้น (ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม) โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการเป็นสมาชิกกลุ่ม
- คลิกเสร็จสิ้น
ขั้นตอนที่ 4: เปิดแอปสำหรับผู้ใช้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
แอปในเว็บและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
- คลิก Workplace by Facebook
- คลิกสิทธิ์เข้าถึงของผู้ใช้
-
หากต้องการเปิดหรือปิดบริการให้ทุกคนในองค์กร ให้คลิกเปิดสำหรับทุกคนหรือปิดสำหรับทุกคน แล้วคลิกบันทึก
-
(ไม่บังคับ) วิธีเปิดหรือปิดบริการสำหรับหน่วยขององค์กร
- เลือกหน่วยขององค์กรทางด้านซ้าย
- หากต้องการเปลี่ยนสถานะบริการ ให้เลือกเปิดหรือปิด
- เลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งต่อไปนี้
- หากตั้งค่าสถานะบริการเป็นรับค่า และคุณต้องการคงการตั้งค่าที่อัปเดตแล้วไว้ แม้ว่าการตั้งค่าขององค์กรระดับบนสุดจะเปลี่ยนไป ให้คลิกลบล้าง
- หากตั้งค่าสถานะบริการเป็นลบล้าง ให้คลิกรับค่าเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นการตั้งค่าเดียวกันกับระดับบนสุด หรือคลิกบันทึกเพื่อคงการตั้งค่าใหม่ แม้ว่าการตั้งค่าขององค์กรระดับบนสุดจะเปลี่ยนไป
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร
- (ไม่บังคับ) หากต้องการเปิดใช้บริการให้กับผู้ใช้ในหน่วยขององค์กรหรือข้ามหน่วย ให้เลือกกลุ่มที่มีสิทธิ์เข้าถึง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อปรับแต่งการเข้าถึงบริการโดยใช้กลุ่มที่มีสิทธิ์เข้าถึง
- ตรวจสอบว่าโดเมนอีเมลของบัญชีผู้ใช้ Workplace from Meta ของคุณตรงกับโดเมนหลักของบัญชี Google ที่มีการจัดการขององค์กร
ขั้นตอนที่ 5: ยืนยันว่า SSO ใช้ได้
Workplace from Meta รองรับ SSO ทั้งจากผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวและผู้ให้บริการ
ยืนยัน SSO จากผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
แอปในเว็บและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
- คลิก Workplace by Facebook
- คลิกทดสอบการเข้าสู่ระบบผ่าน SAML ในส่วน Workplace by Facebook
ระบบจะเปิดแอปขึ้นมาในแท็บใหม่ หากไม่เปิด ให้แก้ปัญหาข้อความแสดงข้อผิดพลาดแล้วลองอีกครั้ง โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่หัวข้อข้อความแสดงข้อผิดพลาดของแอป SAML
ยืนยัน SSO จากผู้ให้บริการ
- ปิดหน้าต่างของเบราว์เซอร์ทั้งหมด
- ไปที่หน้าลงชื่อเข้าใช้ Workplace from Meta แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ Workplace from Meta
- ในหน้าการตั้งค่า SSO ให้คลิกทดสอบ SSO
- ลงชื่อเข้าใช้ด้วยอีเมลเดียวกับที่ใช้ลงชื่อเข้าใช้ใน Workplace
- บันทึกการเปลี่ยนแปลงหลังจากทดสอบเรียบร้อยแล้ว
หลังจากตรวจสอบสิทธิ์ข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว แอปควรเปิดขึ้น
ขั้นตอนที่ 6: ตั้งค่าการจัดสรรผู้ใช้
ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูง คุณสามารถจัดสรรผู้ใช้ในแอปได้โดยอัตโนมัติ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อกำหนดค่าการจัดสรรผู้ใช้ Workplace from Meta
Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง