2. อนุญาตให้ผู้ใช้ปฏิทินดูเวลาว่างใน Exchange

ในขั้นตอนนี้ คุณต้องตั้งค่าการแชร์ข้อมูลเวลาว่างใน Microsoft Exchange เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ Google ปฏิทินดูข้อมูลเวลาว่างของผู้ใช้ปฏิทิน Exchange ได้

คุณอยู่ที่ขั้นตอนที่ 2 จากทั้งหมด 5 ขั้นตอน

ตั้งค่าการแชร์ข้อมูลเวลาว่างของปฏิทิน Exchange

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่าผู้ใช้ Exchange

ก่อนเริ่มต้น

ตรวจสอบว่าผู้ใช้ Exchange แต่ละคนมีคุณสมบัติดังนี้

  1. มีบัญชี Exchange ที่มีกล่องจดหมายที่เกี่ยวข้องกัน
  2. ไม่มีบัญชี Google ส่วนบุคคลที่ใช้ชื่อโดเมนขององค์กร เนื่องจากอาจสร้างบัญชีที่ทับซ้อนกันได้ หากต้องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับบัญชีที่ทับซ้อนกัน ให้ไปที่หัวข้อเพิ่มผู้ใช้ที่มีบัญชีที่ไม่มีการจัดการ
  3. ไม่มีบัญชี Google Workspace หรือมีบัญชี Google Workspace ที่ปิดใช้ Google ปฏิทิน

เปิดการค้นหารายละเอียดกิจกรรมแบบเต็ม

คุณต้องตั้งค่าระดับการเข้าถึงปฏิทินของผู้ใช้แต่ละรายเป็นรายละเอียดแบบจำกัด (ระดับการเข้าถึงเริ่มต้นคือเวลาว่างเท่านั้น)

  1. หากต้องการตั้งค่าระดับการเข้าถึงสำหรับกล่องจดหมายแต่ละรายการ ให้ป้อนคำสั่งต่อไปนี้ใน Exchange PowerShell

    Set-MailboxFolderPermission -Identity (Mailbox Folder Id Parameter:\Calendar) -User Default -AccessRights LimitedDetails

  2. หากต้องการตั้งค่าระดับการเข้าถึงสำหรับกล่องจดหมายทั้งหมด ให้ป้อนคำสั่งต่อไปนี้

    ForEach ($Mailbox in @(Get-Mailbox -ResultSize Unlimited)) {Set-MailboxFolderPermission –Identity (Mailbox Folder Id Parameter:\Calendar) –User Default –AccessRights LimitedDetails}

ขั้นตอนที่ 2: เปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของ Exchange

หากใช้ Exchange Online (Microsoft 365) คุณอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งใด เนื่องจาก Exchange Online จะยอมรับการเชื่อมต่อจากอินเทอร์เน็ตโดยค่าเริ่มต้น

  1. เปิดใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขาเข้าบนพอร์ต 443 เพื่อให้ Google ปฏิทินเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ Exchange ได้ โดยขั้นตอนนี้ต้องใช้ใบรับรอง SSL ที่ถูกต้องซึ่งออกโดยผู้ออกใบรับรองรูทอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่เชื่อถือได้ โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับใบรับรองสําหรับเซิร์ฟเวอร์ Exchange ในเอกสารประกอบของ Microsoft
  2. หากคุณบล็อกการรับส่งข้อมูลของเครือข่ายขาเข้าภายนอก ให้เพิ่มช่วงที่อยู่ต่อไปนี้ลงในรายการที่อนุญาตเพื่ออนุญาตคำขอจากการทำงานร่วมกันของปฏิทิน
    • IPv4 - เพิ่ม 74.125.88.0/27 ลงในรายการที่อนุญาต
    • IPv6 - เพิ่มบล็อก IP ต่อไปนี้ลงในรายการที่อนุญาต
      • 2001:4860:4::/64
      • 2404:6800:4::/64
      • 2607:f8b0:4::/64
      • 2800:3f0:4::/64
      • 2a00:1450:4::/64
      • 2c0f:fb50:4::/64

ขั้นตอนที่ 3: สร้างบัญชีบทบาทของ Exchange

Google ปฏิทินจะใช้บัญชีบทบาทของ Exchange ในการตรวจสอบสิทธิ์กับเซิร์ฟเวอร์ Exchange เมื่อดูรายละเอียดเวลาว่าง หากต้องการให้ผู้ใช้ Google ปฏิทินเห็นกิจกรรม Exchange คุณจะต้องแชร์กิจกรรมกับบัญชีบทบาท หากมีบัญชีที่ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลเวลาว่างภายในองค์กรจากฟอเรสต์ที่ไม่เชื่อถือ คุณจะใช้บัญชีนั้นซ้ำได้

วิธีสร้างบัญชีต้นทางของ Exchange

  1. กำหนดประเภทผู้รับ Exchange เป็นบัญชีกล่องจดหมายของผู้ใช้
  2. หากคุณสร้างบัญชีบทบาทหลายบัญชี ให้ใช้รหัสผ่านเดียวกันสำหรับทุกบัญชี
  3. หากคุณใช้การตรวจสอบสิทธิ์พื้นฐานสำหรับ Exchange ขอแนะนำให้ปิดการหมดอายุของรหัสผ่านสำหรับบัญชีต้นทางเพื่อไม่ให้บริการหยุดชะงัก

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างกล่องจดหมายของผู้ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ Exchange และประเภทผู้รับ Exchange ในเอกสารประกอบของ Microsoft

ขั้นตอนที่ 4: (Exchange Online เท่านั้น) ตั้งค่าการเชื่อมต่อ Graph API

ทําขั้นตอนนี้ให้เสร็จหากคุณใช้ Exchange Online (Microsoft 365) แต่หากใช้ Exchange เวอร์ชันอื่น ให้ข้ามไปยังขั้นตอนที่ 5

เชื่อมต่อโดยใช้ Graph API (แนะนำ)

ขั้นตอนเหล่านี้มีไว้สำหรับ Graph API ไปที่ขั้นตอนสำหรับ EWS (เดิม)

  1. ลงทะเบียนการทำงานร่วมกันของปฏิทินกับแพลตฟอร์มข้อมูลระบุตัวตนของ Microsoft

    โปรดดูรายละเอียดในส่วน Register an application ของ Microsoft

  2. เมื่อคุณลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ให้คงค่า Supported account types และ Redirect URI ไว้เป็นค่าเริ่มต้น
  3. จดรหัสแอปพลิเคชัน (ไคลเอ็นต์) และรหัสไดเรกทอรี (ผู้เช่า) ไว้สำหรับการตั้งค่าการเชื่อมต่อ Graph API ใน Google Workspace ในภายหลัง
  4. คลิก Certificates & secrets จากนั้น Client secrets จากนั้น New client secret
  5. ป้อนคำอธิบายและอัปเดตวันที่หมดอายุ (หากจำเป็น) หากรหัสลับไคลเอ็นต์หมดอายุ การค้นหาเวลาว่างในปฏิทินจาก Google ปฏิทินไปยัง Exchange Online จะหยุดทำงาน หากต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ ให้กำหนดค่ารหัสลับไคลเอ็นต์ใหม่เป็นประจำ
  6. คลิก Add เพื่อสร้างรหัสลับไคลเอ็นต์สําหรับแอปพลิเคชัน โปรดดูรายละเอียดในส่วน Add and manage application credentials in Microsoft Entra ID ของ Microsoft
  7. จดรหัสลับไคลเอ็นต์จากคอลัมน์ Value ไว้ เนื่องจากคุณจะต้องใช้รหัสนี้เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อ Graph API ใน Google Workspace ในภายหลัง ค่านี้จะใช้งานไม่แสดงหลังจากที่คุณออกจากหน้านี้
  8. คลิก API permissions จากนั้น Add a permission จากนั้น Microsoft Graph
  9. เลือกสิทธิ์ของแอปพลิเคชันแล้วเพิ่ม ดังนี้
    • Calendars.ReadBasic.All - สําหรับเวลาว่างของผู้ใช้
    • Place.Read.All - สำหรับจัดการห้อง Exchange Online
  10. คลิกให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ

เชื่อมต่อโดยใช้ EWS (เดิม)

Microsoft จะเลิกใช้งานขั้นตอนเหล่านี้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 เราขอแนะนำให้ใช้ Graph API แทน

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่าแพลตฟอร์มข้อมูลระบุตัวตนของ Microsoft

  1. ลงทะเบียนการทำงานร่วมกันของปฏิทินกับแพลตฟอร์มข้อมูลระบุตัวตนของ Microsoft

    โปรดดูรายละเอียดในส่วน Register an application ของ Microsoft

    คงค่า Supported account types และ Redirect URI ไว้เป็นค่าเริ่มต้นเมื่อลงทะเบียนแอปพลิเคชัน
  2. จดรหัสแอปพลิเคชัน (ไคลเอ็นต์) ไว้สำหรับการตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์ OAuth 2.0 ใน Workspace ในภายหลัง ค่านี้จะใช้งานไม่แสดงหลังจากที่คุณออกจากหน้านี้
  3. ป้อนรหัสลับไคลเอ็นต์เพื่อกำหนดข้อมูลเข้าสู่ระบบของแอปพลิเคชัน โปรดดูรายละเอียดในส่วน Register an application in Microsoft Entra ID ของ Microsoft

    หากรหัสลับไคลเอ็นต์หมดอายุ การค้นหาเวลาว่างในปฏิทินจากปฏิทินไปยัง Exchange Online จะหยุดทำงาน หากต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ ให้กำหนดค่ารหัสลับไคลเอ็นต์ใหม่เป็นประจำ

  4. คลิกสิทธิ์ API จากนั้น API ที่องค์กรของฉันใช้ และป้อน Office 365 Exchange Online ในช่องค้นหาแล้วกด Enter
  5. คลิก Office 365 Exchange Online จากนั้น สิทธิ์ของแอปพลิเคชัน แล้วเลือกช่อง full_access_as_app โปรดดูรายละเอียดในส่วน Add permissions to access your web API ของ Microsoft

    เคล็ดลับ: คุณสามารถจำกัดสิทธิ์สำหรับกล่องจดหมายที่ต้องการได้ โปรดดูรายละเอียดในส่วน Role Based Access Control for Applications in Exchange Online ของ Microsoft

  6. คลิกให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ

ขั้นตอนที่ 2: ค้นหาและบันทึกปลายทางของโทเค็น OAuth 2.0 (v2)

  1. ทำตามขั้นตอนในหัวข้อ Redeem a code for an access token ของ Microsoft

    โดยปลายทางจะมีลักษณะดังนี้ https://login.microsoftonline.com/tenant/oauth2/v2.0/token โดยที่ tenant คือชื่อโดเมนที่เหมาะสมของกลุ่มผู้ใช้ Entra ID หรือ GUID ของกลุ่มผู้ใช้

  2. บันทึกปลายทางของโทเค็น OAuth 2.0

    คุณจะต้องใช้ค่านี้ตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์ OAuth 2.0 ใน Workspace ในภายหลัง

ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่าคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น  แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น ปฏิทิน

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบสำหรับปฏิทิน

  2. คลิกการจัดการการทำงานร่วมกันของปฏิทิน
  3. คลิกแก้ไขเพื่อเปิดส่วนเวลาว่าง Exchange ในปฏิทิน
  4. เลือกช่องอนุญาตให้ Google ปฏิทินแสดงเวลาว่างของผู้ใช้ Exchange
  5. คลิกเพิ่มปลายทาง Exchange
  6. คลิกประเภทอุปกรณ์ปลายทาง
    • หากคุณใช้ Exchange Online (Microsoft 365) ให้เลือก Microsoft 365 (Graph API) แล้วป้อนข้อมูลในช่องต่อไปนี้
      • ชื่อโดเมน Exchange - โดเมนที่รองรับสำหรับปลายทางนี้ เว้นว่างไว้เพื่อใช้เป็นปลายทางเริ่มต้น
      • บัญชีต้นทางของ Exchange - ที่อยู่ SMTP หลักของบัญชีต้นทางของ Exchange ในรูปแบบ username1@example.com เราขอแนะนำให้ตั้งค่าบัญชีต้นทางไว้หลายๆ บัญชี

        หากคุณใช้บัญชีต้นทางมากกว่า 1 บัญชี ให้คั่นแต่ละบัญชีด้วยคอมมา เราขอแนะนำให้ใช้บัญชีต้นทางประมาณ 10 บัญชี โดยเฉพาะในกรณีที่คุณต้องการค้นหาห้องจาก Microsoft

      • รหัสกลุ่มผู้ใช้ - รหัสไดเรกทอรี (กลุ่มผู้ใช้) ของ Microsoft 365 ที่คุณจดไว้ในขั้นตอนที่ 4
      • รหัสแอปพลิเคชัน (ไคลเอ็นต์) - รหัสแอปพลิเคชันที่แอปของคุณได้รับระหว่างการลงทะเบียนแอปในขั้นตอนที่ 4
      • รหัสลับไคลเอ็นต์ - ค่าจากรหัสลับไคลเอ็นต์ที่แอปของคุณได้รับระหว่างการลงทะเบียนแอปในขั้นตอนที่ 4
    • หากคุณไม่ได้ใช้ Exchange Online (Microsoft 365) ให้เลือก Exchange Server ภายในองค์กร แล้วป้อนข้อมูลในช่องต่อไปนี้
      • URL ของ Exchange Web Services - URL ของปลายทางเซิร์ฟเวอร์เริ่มต้นของ Exchange Web Services (EWS) เริ่มต้นที่เชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์ Exchange

        โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อค้นหา URL ปลายทางของเซิร์ฟเวอร์ EWS (ในหน้านี้)

      • ชื่อโดเมน Exchange - โดเมนที่รองรับสำหรับปลายทางนี้ เว้นว่างไว้เพื่อใช้เป็นปลายทางเริ่มต้น
      • ในส่วนบัญชีต้นทางของ Exchange ให้ป้อนที่อยู่ SMTP หลักของบัญชีต้นทางของ Exchange ในรูปแบบ username1@example.com

        หากคุณใช้บัญชีต้นทางมากกว่า 1 บัญชี ให้คั่นแต่ละบัญชีด้วยคอมมา เราขอแนะนำให้ตั้งค่าบัญชีต้นทางไว้หลายๆ บัญชี

      • รหัสผ่าน - รหัสผ่านสำหรับบัญชีต้นทางของ Exchange
    • หากใช้ EWS เพื่อเชื่อมต่อกับ Exchange Online ให้เลือก Microsoft 365 (EWS เดิม) แล้วป้อนข้อมูลในช่องต่อไปนี้

      Microsoft จะเลิกใช้งานฟีเจอร์นี้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026

      • URL ของ Exchange Web Services - URL ของปลายทางเซิร์ฟเวอร์เริ่มต้นของ EWS เริ่มต้นที่เชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์ Exchange

        โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อค้นหา URL ปลายทางของเซิร์ฟเวอร์ EWS (ในหน้านี้)

      • ชื่อโดเมน Exchange - โดเมนที่รองรับสำหรับปลายทางนี้ เว้นว่างไว้เพื่อใช้เป็นปลายทางเริ่มต้น
      • ในส่วนบัญชีต้นทางของ Exchange ให้ป้อนที่อยู่ SMTP หลักของบัญชีต้นทางของ Exchange ในรูปแบบ username1@example.com

        หากคุณใช้บัญชีต้นทางมากกว่า 1 บัญชี ให้คั่นแต่ละบัญชีด้วยคอมมา เราขอแนะนำให้ตั้งค่าบัญชีต้นทางไว้หลายๆ บัญชี

      • URL ปลายทางของโทเค็น - URL ปลายทางของโทเค็น OAuth 2.0 จากกลุ่มผู้ใช้ Entra ID โปรดดูรายละเอียดในขั้นตอนที่ 6: (Exchange Online เท่านั้น) ตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์ OAuth 2.0
      • รหัสแอปพลิเคชัน (ไคลเอ็นต์) - รหัสแอปพลิเคชันที่แอปของคุณได้รับระหว่างการลงทะเบียนแอป
      • รหัสลับไคลเอ็นต์ - ค่าจากรหัสลับไคลเอ็นต์ที่แอปของคุณได้รับระหว่างการลงทะเบียนแอป
  7. คลิกเพิ่ม
  8. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มปลายทาง Exchange ให้คลิกเพิ่มปลายทาง Exchange แล้วทำซ้ำขั้นตอนที่ 7-8 สำหรับปลายทางแต่ละรายการที่ต้องการเพิ่ม

    ปลายทางใหม่แต่ละรายการต้องมีโดเมนที่ไม่ซ้ำกันที่ยังไม่ใช้โดยปลายทางที่เพิ่มก่อนหน้านี้ (เช่น หากองค์กรมีบริษัทในเครือหลายบริษัทหรือหากต้องการแชร์ข้อมูลเวลาว่างในปฏิทินระหว่างพาร์ทเนอร์ภายนอกที่เชื่อถือได้)

    โดยจะมีปลายทาง Exchange เริ่มต้นได้สูงสุด 1 รายการเท่านั้น

  9. (ไม่บังคับ) หากต้องการดูรายละเอียดกิจกรรม (ชื่อ สถานที่ และอื่นๆ) จาก Exchange และปฏิทิน ให้เลือกช่องแสดงรายละเอียดกิจกรรม หรือหากไม่ต้องการ ให้ยกเลิกการเลือกช่อง
  10. คลิกบันทึก

ค้นหา URL ปลายทางของเซิร์ฟเวอร์ EWS

URL สำหรับปลายทางเซิร์ฟเวอร์ EWS คือ URL เดียวกันกับของเซิร์ฟเวอร์ Exchange ที่คุณสร้างบัญชีบทบาทไว้

ตัวอย่าง

  • https://ชื่อโฮสต์ของเซิร์ฟเวอร์ Exchange/ews/exchange.asmx (เซิร์ฟเวอร์ EWS)
  • https://outlook.office365.com/ews/exchange.asmx (Exchange Online)

หากต้องการยืนยัน URL สำหรับเซิร์ฟเวอร์ Exchange ภายในองค์กร ให้เปิด Exchange PowerShell และป้อนคำสั่งต่อไปนี้

Get-WebServicesVirtualDirectory | Select name, *url* | fl

หากผลลัพธ์แสดง URL หลายรายการ ให้ใช้ผลลัพธ์สำหรับ ExternalUrl

หากมีเซิร์ฟเวอร์ Exchange หลายเครื่องในโดเมนเดียวกัน (เช่น ในกรณีที่ใช้ระบบ Exchange แบบผสม) และต้องการดูข้อมูลเวลาว่างของผู้ใช้ Exchange ได้ทั้งระบบ โปรดตรวจสอบว่า URL นั้นมาจากเซิร์ฟเวอร์ที่เข้าถึงข้อมูลเวลาว่างของผู้ใช้ Exchange ทุกคนได้


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง