หากคุณซื้อบริการจากตัวแทนจำหน่าย ให้ไปที่นี่แทน | ฉันมีตัวแทนจำหน่ายหรือไม่
หากผู้ใช้ Essentials หรือ Essentials Starter ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์แบบพรีเมียมของ Google Workspace คุณสามารถอัปเกรดการสมัครใช้บริการเป็น Enterprise Essentials ได้ หรือจะเปลี่ยนจาก Enterprise Essentials Plus เป็น Enterprise Essentials ก็ได้ อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถเปลี่ยนจาก Google Workspace รุ่นอื่นไปใช้ Enterprise Essentials ได้
ในหน้านี้
- สิ่งที่ควรทราบก่อนเปลี่ยนรุ่น
- อัปเกรดจาก Essentials Starter
- อัปเกรดจาก Essentials
- ดาวน์เกรดจาก Enterprise Essentials Plus
- ฟีเจอร์ใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจาก Essentials หรือ Essentials Starter
- ฟีเจอร์ใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจาก Enterprise Essentials Plus
สิ่งที่ควรทราบก่อนเปลี่ยนรุ่น
- ทุกคนในองค์กรจะได้รับการสมัครใช้บริการแบบเดียวกัน เช่น คุณไม่สามารถเปลี่ยนให้ผู้ใช้บางคนไปใช้ Enterprise Essentials ในขณะที่ผู้ใช้ที่เหลือยังใช้ Enterprise Essentials Plus ต่อไป
- หากใช้แพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนด การเปลี่ยนจะมีผลกับผู้ใช้ปัจจุบันทั้งหมดด้วย
- หากคุณกำลังอัปเกรด และการสมัครใช้บริการปัจจุบันของคุณเป็นแพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดซึ่งชำระเงินรายปี คุณจะเปลี่ยนไปใช้ได้เฉพาะแพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดซึ่งชำระเงินรายเดือน หลังจากเปลี่ยนแล้ว คุณจะได้รับเครดิตตามสัดส่วนสำหรับยอดการสมัครใช้บริการรายปีที่เหลืออยู่
-
หากใช้แพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดอยู่ คุณจะดาวน์เกรดรุ่นได้หลังจากเปลี่ยนจากแพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นแล้วเท่านั้น
อัปเกรดจาก Essentials Starter
- เปิด Google ไดรฟ์แล้วคลิกแดชบอร์ดของทีมที่ด้านล่าง
- คลิกสิทธิ์
อัปเกรด
- ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ จากนั้นคลิกถัดไป
-
เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
- แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือลบผู้ใช้ตามที่ต้องการ
- แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินแบบรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามสัญญาผูกมัดของผู้ใช้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ หากต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ให้ป้อนจำนวนใหม่ตามผู้ใช้ที่ต้องการ โดยแพ็กเกจรายปีจะใช้ไม่ได้หากคุณดาวน์เกรดเป็นรุ่นในระดับต่ำกว่า
- (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรหัสโปรโมชัน สำหรับแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นนั้น ให้คลิกเพิ่มรหัสโปรโมชันแล้วป้อนรหัส
- ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินและวิธีการชำระเงิน
-
คลิกชำระเงิน
ส่งคำสั่งซื้อ
อัปเกรดจาก Essentials
หลังจากที่เปลี่ยน หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยโดเมน คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมดได้ หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยอีเมล คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมได้บางส่วน หากต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมด คุณจะต้องยืนยันโดเมนหลังจากที่เปลี่ยน โปรดดูขั้นตอนที่หัวข้อยืนยันโดเมน-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
ซื้อหรืออัปเกรด
- คลิกอัปเกรดหรือเปลี่ยนข้างรุ่นที่คุณต้องการเปลี่ยน
- ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ จากนั้นคลิกถัดไป
-
หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันอยู่ในแพ็กเกจแบบยืดหยุ่น ให้เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
- แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือนำผู้ใช้ออกได้ตามที่ต้องการ
- แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้ที่ตกลงไว้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ หากต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ให้ป้อนจำนวนใหม่สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด โดยแพ็กเกจรายปีจะใช้ไม่ได้หากคุณดาวน์เกรดเป็นรุ่นในระดับต่ำกว่า
- หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันของคุณอยู่ในแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายปีหรือรายเดือน) ให้เลือกแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) เป็นแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่
- (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรหัสโปรโมชัน สำหรับแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นนั้น ให้คลิกเพิ่มรหัสโปรโมชันแล้วป้อนรหัส
-
คลิกชำระเงิน
ส่งคำสั่งซื้อ
ดาวน์เกรดจาก Enterprise Essentials Plus
หลังจากที่เปลี่ยน หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยโดเมน คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมดได้ หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยอีเมล คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมได้บางส่วน หากต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมด คุณจะต้องยืนยันโดเมนหลังจากที่เปลี่ยน โปรดดูขั้นตอนที่หัวข้อยืนยันโดเมน-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
การสมัครใช้บริการ
-
คลิกการสมัครใช้บริการ
เพิ่มเติม
ดาวน์เกรด
รุ่นที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้
- ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ จากนั้นคลิกถัดไป
-
หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันอยู่ในแพ็กเกจแบบยืดหยุ่น ให้เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
- แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือนำผู้ใช้ออกได้ตามที่ต้องการ
- แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้ที่ตกลงไว้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ หากต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ให้ป้อนจำนวนใหม่สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด โดยแพ็กเกจรายปีจะใช้ไม่ได้หากคุณดาวน์เกรดเป็นรุ่นในระดับต่ำกว่า
- หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันของคุณอยู่ในแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายปีหรือรายเดือน) ให้เลือกแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) เป็นแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่
- (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรหัสโปรโมชัน สำหรับแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นนั้น ให้คลิกเพิ่มรหัสโปรโมชันแล้วป้อนรหัส
-
คลิกชำระเงิน
ส่งคำสั่งซื้อ
ฟีเจอร์ใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจาก Essentials หรือ Essentials Starter
| ฟีเจอร์ | เมื่อใช้ Enterprise Essentials... |
|---|---|
| พื้นที่เก็บข้อมูล | คุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลร่วม 1 TB สำหรับผู้ใช้ทุกคนเพื่อเก็บไฟล์มากกว่า 100 ประเภท และยังมีไดรฟ์ที่แชร์สำหรับทีมของคุณด้วย |
| การประชุมแบบอินเทอร์แอกทีฟและฟังก์ชันการประชุมขั้นสูง | คุณสามารถอนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 150 คนใน Google Meet และเข้าถึงการบันทึกใน Google ไดรฟ์, การตัดเสียงรบกวน, แบบสำรวจ, ถามและตอบ, ห้องกลุ่มย่อย และการติดตามการเข้าร่วมได้ |
| การควบคุมความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด |
|
| การสนับสนุน | คุณมีสิทธิ์รับการสนับสนุนทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง |
ฟีเจอร์ใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจาก Enterprise Essentials Plus
| ฟีเจอร์ | เมื่อใช้ Enterprise Essentials... |
|---|---|
| พื้นที่เก็บข้อมูล | คุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลร่วม 1 TB สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด หากคุณซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลอื่นไว้ ระบบจะไม่กู้คืนพื้นที่ดังกล่าวให้โดยอัตโนมัติ หากต้องการป้องกันข้อจำกัดด้านพื้นที่เก็บข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนรุ่น โปรดตรวจสอบว่า Enterprise Essentials มีพื้นที่เก็บข้อมูลเพียงพอสำหรับความต้องการขององค์กร ดูรายละเอียดที่หัวข้อตรวจสอบการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลของทั้งองค์กร |
| การประชุมและการประชุมทางวิดีโอ | การประชุมจะจำกัดผู้เข้าร่วมไว้ที่ 150 คน และคุณจะใช้การลดเสียงรบกวนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไม่ได้ |
| สตรีมมิงแบบสด | คุณจะไลฟ์สดการประชุมไม่ได้อีกต่อไป |
| ศูนย์ความปลอดภัย | คุณจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและข้อมูลวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยที่ส่งผลต่อองค์กรอีกต่อไป นอกจากนี้ คุณจะเข้าถึงแซนด์บ็อกซ์ความปลอดภัยไม่ได้ด้วย |
| การป้องกันการขโมยข้อมูลสำหรับ iOS | คุณจะควบคุมการเคลื่อนย้ายข้อมูลงานระหว่างแอปต่างๆ ในอุปกรณ์ iOS ไม่ได้ |
| การป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) | คุณจะไม่สามารถกำหนดกฎที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้แชร์เนื้อหาที่ละเอียดอ่อนใน Google ไดรฟ์กับบุคคลภายนอกองค์กรได้ |
| กฎการเชื่อถือ | หากเปิดใช้กฎการเชื่อถือแล้ว กฎการเชื่อถือที่ใช้งานอยู่จะยังคงใช้งานได้และมีผลบังคับใช้อยู่ คุณดูกฎการเชื่อถือได้ แต่จะแก้ไขหรือลบกฎเหล่านั้นไม่ได้ คุณปิดกฎการเชื่อถือเพื่อใช้การตั้งค่าการแชร์ไดรฟ์แทนได้ |
| การเข้าถึงแบบ Context-Aware | คุณจะสร้างนโยบายควบคุมการเข้าถึงแบบละเอียดโดยอิงตามแอตทริบิวต์ต่างๆ ไม่ได้อีกต่อไป เช่น ข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ สถานที่ สถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ และที่อยู่ IP |
| ความโปร่งใสในการเข้าถึง | คุณจะตรวจสอบบันทึกการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ Google เมื่อเข้าถึงเนื้อหาของผู้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป |
| สิทธิ์เข้าถึงเหตุการณ์ในบันทึกของ BigQuery | คุณจะส่งออกเหตุการณ์ในบันทึกเพื่อนำไปวิเคราะห์ใน BigQuery ไม่ได้อีกต่อไป |
| Work Insights | คุณจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือรายงานเพื่อดูเมตริกแบบละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน Workspace ของผู้ใช้ |
| เขตข้อมูล | คุณสามารถเลือกสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แห่งเดียวสำหรับผู้ใช้ทุกคนในองค์กรได้ แต่การเลือกนี้จะทำให้ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงไม่ได้ เช่น การเลือกสถานที่ตั้งที่แตกต่างกันตามหน่วยขององค์กรหรือกลุ่ม รวมถึงการรายงานและการตรวจสอบ |
| การเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ | คุณจะอนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มการเข้ารหัสอีกชั้นให้กับไฟล์ในไดรฟ์ อีเมล และรายการอื่นๆ ไม่ได้อีกต่อไป ทั้งนี้ผู้ใช้ยังคงเข้าถึงและแก้ไขเนื้อหาที่เข้ารหัสอยู่แล้วได้ แต่จะสร้างรายการที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ใหม่ไม่ได้ |
Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง