เปลี่ยนเป็นรุ่น Enterprise Essentials

หากคุณซื้อบริการจากตัวแทนจำหน่าย ให้ไปที่นี่แทน |  ฉันมีตัวแทนจำหน่ายหรือไม่

หากผู้ใช้ Essentials หรือ Essentials Starter ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์แบบพรีเมียมของ Google Workspace คุณสามารถอัปเกรดการสมัครใช้บริการเป็น Enterprise Essentials ได้ หรือจะเปลี่ยนจาก Enterprise Essentials Plus เป็น Enterprise Essentials ก็ได้ อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถเปลี่ยนจาก Google Workspace รุ่นอื่นไปใช้ Enterprise Essentials ได้

ในหน้านี้

สิ่งที่ควรทราบก่อนเปลี่ยนรุ่น

  • ทุกคนในองค์กรจะได้รับการสมัครใช้บริการแบบเดียวกัน เช่น คุณไม่สามารถเปลี่ยนให้ผู้ใช้บางคนไปใช้ Enterprise Essentials ในขณะที่ผู้ใช้ที่เหลือยังใช้ Enterprise Essentials Plus ต่อไป
  • หากใช้แพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนด การเปลี่ยนจะมีผลกับผู้ใช้ปัจจุบันทั้งหมดด้วย
  • หากคุณกำลังอัปเกรด และการสมัครใช้บริการปัจจุบันของคุณเป็นแพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดซึ่งชำระเงินรายปี คุณจะเปลี่ยนไปใช้ได้เฉพาะแพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดซึ่งชำระเงินรายเดือน หลังจากเปลี่ยนแล้ว คุณจะได้รับเครดิตตามสัดส่วนสำหรับยอดการสมัครใช้บริการรายปีที่เหลืออยู่
  • หากใช้แพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดอยู่ คุณจะดาวน์เกรดรุ่นได้หลังจากเปลี่ยนจากแพ็กเกจรายปี/ตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นแล้วเท่านั้น

อัปเกรดจาก Essentials Starter

  1. เปิด Google ไดรฟ์แล้วคลิกแดชบอร์ดของทีมที่ด้านล่าง
  2. คลิกสิทธิ์ จากนั้นอัปเกรด
  3. ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ จากนั้นคลิกถัดไป
  4. เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
    • แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือลบผู้ใช้ตามที่ต้องการ
    • แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินแบบรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามสัญญาผูกมัดของผู้ใช้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ หากต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ให้ป้อนจำนวนใหม่ตามผู้ใช้ที่ต้องการ โดยแพ็กเกจรายปีจะใช้ไม่ได้หากคุณดาวน์เกรดเป็นรุ่นในระดับต่ำกว่า
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรหัสโปรโมชัน สำหรับแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นนั้น ให้คลิกเพิ่มรหัสโปรโมชันแล้วป้อนรหัส
  6. ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินและวิธีการชำระเงิน
  7. คลิกชำระเงิน จากนั้นส่งคำสั่งซื้อ

อัปเกรดจาก Essentials

หลังจากที่เปลี่ยน หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยโดเมน คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมดได้ หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยอีเมล คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมได้บางส่วน หากต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมด คุณจะต้องยืนยันโดเมนหลังจากที่เปลี่ยน โปรดดูขั้นตอนที่หัวข้อยืนยันโดเมน
  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู  จากนั้น  การเรียกเก็บเงิน จากนั้นซื้อหรืออัปเกรด

    ต้องมีสิทธิ์การจัดการการเรียกเก็บเงิน

  2. คลิกอัปเกรดหรือเปลี่ยนข้างรุ่นที่คุณต้องการเปลี่ยน
  3. ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ จากนั้นคลิกถัดไป
  4. หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันอยู่ในแพ็กเกจแบบยืดหยุ่น ให้เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
    • แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือนำผู้ใช้ออกได้ตามที่ต้องการ
    • แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้ที่ตกลงไว้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ หากต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ให้ป้อนจำนวนใหม่สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด โดยแพ็กเกจรายปีจะใช้ไม่ได้หากคุณดาวน์เกรดเป็นรุ่นในระดับต่ำกว่า
  5. หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันของคุณอยู่ในแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายปีหรือรายเดือน) ให้เลือกแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) เป็นแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่
  6. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรหัสโปรโมชัน สำหรับแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นนั้น ให้คลิกเพิ่มรหัสโปรโมชันแล้วป้อนรหัส
  7. คลิกชำระเงิน จากนั้นส่งคำสั่งซื้อ

ดาวน์เกรดจาก Enterprise Essentials Plus

หลังจากที่เปลี่ยน หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยโดเมน คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมดได้ หากมีบัญชีที่ยืนยันด้วยอีเมล คุณจะเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมได้บางส่วน หากต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมทั้งหมด คุณจะต้องยืนยันโดเมนหลังจากที่เปลี่ยน โปรดดูขั้นตอนที่หัวข้อยืนยันโดเมน
  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู  จากนั้น  การเรียกเก็บเงิน จากนั้นการสมัครใช้บริการ

    ต้องมีสิทธิ์การจัดการการเรียกเก็บเงิน

  2. คลิกการสมัครใช้บริการ จากนั้นเพิ่มเติม จากนั้นดาวน์เกรด จากนั้นรุ่นที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้
  3. ตรวจสอบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ จากนั้นคลิกถัดไป
  4. หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันอยู่ในแพ็กเกจแบบยืดหยุ่น ให้เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
    • แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือนำผู้ใช้ออกได้ตามที่ต้องการ
    • แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้ที่ตกลงไว้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ หากต้องการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ให้ป้อนจำนวนใหม่สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด โดยแพ็กเกจรายปีจะใช้ไม่ได้หากคุณดาวน์เกรดเป็นรุ่นในระดับต่ำกว่า
  5. หากการสมัครใช้บริการปัจจุบันของคุณอยู่ในแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายปีหรือรายเดือน) ให้เลือกแพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) เป็นแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่
  6. (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มรหัสโปรโมชัน สำหรับแพ็กเกจแบบยืดหยุ่นนั้น ให้คลิกเพิ่มรหัสโปรโมชันแล้วป้อนรหัส
  7. คลิกชำระเงิน จากนั้นส่งคำสั่งซื้อ

ฟีเจอร์ใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจาก Essentials หรือ Essentials Starter

ฟีเจอร์ เมื่อใช้ Enterprise Essentials...
พื้นที่เก็บข้อมูล คุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลร่วม 1 TB สำหรับผู้ใช้ทุกคนเพื่อเก็บไฟล์มากกว่า 100 ประเภท และยังมีไดรฟ์ที่แชร์สำหรับทีมของคุณด้วย
การประชุมแบบอินเทอร์แอกทีฟและฟังก์ชันการประชุมขั้นสูง คุณสามารถอนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 150 คนใน Google Meet และเข้าถึงการบันทึกใน Google ไดรฟ์, การตัดเสียงรบกวน, แบบสำรวจ, ถามและตอบ, ห้องกลุ่มย่อย และการติดตามการเข้าร่วมได้
การควบคุมความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • ปกป้องข้อมูล ผู้ใช้ และอุปกรณ์ของคุณด้วยการจัดการอุปกรณ์ปลายทางขั้นสูง การเก็บรักษาข้อมูล และ eDiscovery
  • รับการแจ้งเตือนความปลอดภัยและดูการแจ้งเตือนเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในองค์กร
  • ตั้งค่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่จัดการโดยบริษัท เลือกเผยแพร่แอปไปยังอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ตามที่ต้องการ และอื่นๆ อีกมากมายด้วยการจัดการอุปกรณ์ปลายทางขั้นสูง
  • เก็บ ค้นหา และส่งออกข้อมูลด้วย Google ห้องนิรภัย
การสนับสนุน คุณมีสิทธิ์รับการสนับสนุนทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ฟีเจอร์ใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจาก Enterprise Essentials Plus

ฟีเจอร์ เมื่อใช้ Enterprise Essentials...
พื้นที่เก็บข้อมูล คุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลร่วม 1 TB สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด หากคุณซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลอื่นไว้ ระบบจะไม่กู้คืนพื้นที่ดังกล่าวให้โดยอัตโนมัติ หากต้องการป้องกันข้อจำกัดด้านพื้นที่เก็บข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนรุ่น โปรดตรวจสอบว่า Enterprise Essentials มีพื้นที่เก็บข้อมูลเพียงพอสำหรับความต้องการขององค์กร ดูรายละเอียดที่หัวข้อตรวจสอบการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลของทั้งองค์กร
การประชุมและการประชุมทางวิดีโอ การประชุมจะจำกัดผู้เข้าร่วมไว้ที่ 150 คน และคุณจะใช้การลดเสียงรบกวนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไม่ได้
สตรีมมิงแบบสด คุณจะไลฟ์สดการประชุมไม่ได้อีกต่อไป
ศูนย์ความปลอดภัย คุณจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและข้อมูลวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยที่ส่งผลต่อองค์กรอีกต่อไป นอกจากนี้ คุณจะเข้าถึงแซนด์บ็อกซ์ความปลอดภัยไม่ได้ด้วย
การป้องกันการขโมยข้อมูลสำหรับ iOS คุณจะควบคุมการเคลื่อนย้ายข้อมูลงานระหว่างแอปต่างๆ ในอุปกรณ์ iOS ไม่ได้
การป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) คุณจะไม่สามารถกำหนดกฎที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้แชร์เนื้อหาที่ละเอียดอ่อนใน Google ไดรฟ์กับบุคคลภายนอกองค์กรได้
กฎการเชื่อถือ หากเปิดใช้กฎการเชื่อถือแล้ว กฎการเชื่อถือที่ใช้งานอยู่จะยังคงใช้งานได้และมีผลบังคับใช้อยู่ คุณดูกฎการเชื่อถือได้ แต่จะแก้ไขหรือลบกฎเหล่านั้นไม่ได้ คุณปิดกฎการเชื่อถือเพื่อใช้การตั้งค่าการแชร์ไดรฟ์แทนได้
การเข้าถึงแบบ Context-Aware คุณจะสร้างนโยบายควบคุมการเข้าถึงแบบละเอียดโดยอิงตามแอตทริบิวต์ต่างๆ ไม่ได้อีกต่อไป เช่น ข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ สถานที่ สถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ และที่อยู่ IP
ความโปร่งใสในการเข้าถึง คุณจะตรวจสอบบันทึกการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ Google เมื่อเข้าถึงเนื้อหาของผู้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
สิทธิ์เข้าถึงเหตุการณ์ในบันทึกของ BigQuery คุณจะส่งออกเหตุการณ์ในบันทึกเพื่อนำไปวิเคราะห์ใน BigQuery ไม่ได้อีกต่อไป
Work Insights คุณจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือรายงานเพื่อดูเมตริกแบบละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน Workspace ของผู้ใช้
เขตข้อมูล คุณสามารถเลือกสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แห่งเดียวสำหรับผู้ใช้ทุกคนในองค์กรได้ แต่การเลือกนี้จะทำให้ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงไม่ได้ เช่น การเลือกสถานที่ตั้งที่แตกต่างกันตามหน่วยขององค์กรหรือกลุ่ม รวมถึงการรายงานและการตรวจสอบ
การเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ คุณจะอนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มการเข้ารหัสอีกชั้นให้กับไฟล์ในไดรฟ์ อีเมล และรายการอื่นๆ ไม่ได้อีกต่อไป ทั้งนี้ผู้ใช้ยังคงเข้าถึงและแก้ไขเนื้อหาที่เข้ารหัสอยู่แล้วได้ แต่จะสร้างรายการที่เข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ใหม่ไม่ได้


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง