หากนำเข้าจากบัญชี Google Workspace คุณสามารถนำเข้าข้อมูลอีเมลของผู้ใช้ไปยัง Google Workspace ได้โดยใช้เครื่องมือการนำเข้าข้อมูล
โปรดทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ของบัญชี Google Workspace ปลายทาง (บัญชีที่จะนำเข้าข้อมูลไป) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น
- ทำตามข้อกำหนดในหัวข้อ เตรียมพร้อมสำหรับการ นำเข้าให้เสร็จสมบูรณ์
- ตรวจสอบว่าผู้ดูแลระบบขั้นสูงได้ตั้งค่าและเรียกใช้การนำเข้า ตัวแทนจำหน่ายจะนำเข้าข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้
เรียกใช้การนำเข้า
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
ขั้นตอนที่ 1: ส่งคำขอการให้สิทธิ์
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
ข้อมูล
การนำเข้าและการส่งออกข้อมูล
การนำเข้าข้อมูล
คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้
- สำหรับอีเมล Google Workspace ให้คลิกนำเข้า
- คลิกอีเมลของผู้ดูแลระบบขั้นสูงต้นทาง และป้อนอีเมลของผู้ดูแลระบบขั้นสูงในบัญชีต้นทาง (บัญชีต้นทางที่จะนำเข้าข้อมูลออกมา)
สำคัญ: มีเพียงผู้ดูแลระบบที่คุณระบุในช่องนี้เท่านั้นที่จะให้สิทธิ์กระบวนการได้
- คลิกส่งคำขอการให้สิทธิ์
ระบบจะส่งคำขอให้สิทธิ์ผ่านอีเมลไปยังผู้ดูแลระบบขั้นสูงที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 5 ทั้งนี้คำขอจะหมดอายุใน 24 ชั่วโมง หากคำขอหมดอายุและคุณต้องการส่งคำขออีกครั้ง ให้คลิกส่งคำขออีกครั้ง หลังจากส่งคำขอไปแล้ว คุณต้องรอ 24 ชั่วโมงจึงจะส่งคำขออีกครั้งได้
ขั้นตอนถัดไป
หากต้องการดำเนินการต่อ ผู้ดูแลระบบขั้นสูงของบัญชีต้นทางต้องเปิดลิงก์การให้สิทธิ์ในอีเมล ลงชื่อเข้าใช้คอนโซลผู้ดูแลระบบ แล้วคลิกให้สิทธิ์ กระบวนการให้สิทธิ์จะสร้างรหัสไคลเอ็นต์และให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมนสำหรับเครื่องมือการนำเข้าข้อมูลในบัญชีต้นทางด้วย โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน
หากคุณคลิกยืนยันการให้สิทธิ์ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของบัญชีปลายทาง สถานะจะเปลี่ยนเป็นเชื่อมต่อแล้ว
ขั้นตอนที่ 2: สร้างและอัปโหลดการจับคู่การนำเข้า
คุณใช้การจับคู่การนำเข้าเพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้ในบัญชีต้นทางกับผู้ใช้ในบัญชีปลายทางได้ เครื่องมือการนำเข้าข้อมูลจะใช้การจับคู่การนำเข้าเพื่อโอนข้อมูลอีเมลจากผู้ใช้ต้นทางไปยังผู้ใช้ปลายทาง
1. สร้างไฟล์การจับคู่
เคล็ดลับ: คลิก ดาวน์โหลด CSV ตัวอย่าง เพื่อดูตัวอย่างไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ที่คุณใช้ได้
ในโปรแกรมสเปรดชีต ให้ทำดังนี้
- เพิ่มส่วนแรก ซึ่งคือ Source GUser (สำหรับอีเมลของผู้ใช้ในบัญชีต้นทาง) และส่วนหัวที่ 2 คือ Target GUser (สำหรับอีเมลของผู้ใช้ในบัญชีปลายทาง)
- ใช้อีเมลที่ถูกต้องในการจับคู่ผู้ใช้ใต้ส่วนหัว (ต้องระบุทั้ง 2 อีเมล)
คุณแมปผู้ใช้ต้นทางรายเดียวกับผู้ใช้ปลายทางมากกว่า 1 รายไม่ได้ คุณสามารถดาวน์โหลดรายชื่อผู้ใช้ได้จากคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อดาวน์โหลดรายชื่อผู้ใช้
- ตรวจสอบว่าไฟล์มีผู้ใช้ต้นทางไม่เกิน 1,000 รายและมีขนาดไม่เกิน 128 MB
ปัจจุบันเครื่องมือการนำเข้าข้อมูลรองรับผู้ใช้สูงสุด 1,000 รายสำหรับการนำเข้าไปยัง Google Workspace
- บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
ตัวอย่าง:
| Source GUser | Target GUser |
| user1@example.com | user1@solarmora.com |
| user2@example.com | user2@solarmora.com |
ในตัวอย่างนี้ โดเมนต้นทางคือ example.com ส่วนของโดเมนปลายทางคือ solarmora.com
2. อัปโหลดไฟล์
- ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของบัญชีปลายทาง ให้คลิกอัปโหลด CSV การจับคู่การนำเข้า
- ไปที่ไฟล์การจับคู่ CSV แล้วเลือกไฟล์ดังกล่าว
คลิกเปิด
- คลิกงาน
เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว
หมายเหตุ: หากไฟล์ CSV โหลดไม่สำเร็จ ให้ไปที่ส่วนถัดไป ซึ่งได้แก่ (ไม่บังคับ) 3. ลบไฟล์ CSV ลบไฟล์ CSV
(ไม่บังคับ) 3. ลบไฟล์ CSV
หากเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการอัปโหลด CSV หรือการอัปโหลดค้าง คุณสามารถลบการกำหนดค่าปัจจุบันและอัปโหลดใหม่ได้
- เลือกไฟล์ CSV ที่ต้องการนำออก
- คลิกลบ
- คลิกใช่เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการลบไฟล์ CSV
- หากต้องการเริ่มการอัปโหลดใหม่ ให้กลับไปที่ส่วนก่อนหน้า ซึ่งได้แก่ 2. อัปโหลดไฟล์
ขั้นตอนที่ 3: เลือกการตั้งค่าการนำเข้า
- คลิกวันที่เริ่มต้น แล้วป้อนวันที่ที่ต้องการนำเข้าข้อมูลข้อความ
เครื่องมือการนำเข้าข้อมูลจะนำเข้าข้อความจากวันที่ที่เลือกไปยังวันที่ที่คุณเริ่มการนำเข้า
- (ไม่บังคับ) หากต้องการนำเข้าข้อมูลข้อความอีเมลที่ผู้ใช้ลบไปล้ว ให้เลือกช่องนำเข้าอีเมลที่ถูกลบ
- (ไม่บังคับ) หากต้องการนำเข้าข้อมูลข้อความอีเมลที่มีป้ายกำกับจดหมายขยะ ให้เลือกช่องนำเข้าอีเมลจดหมายขยะ
- (ไม่บังคับ) หากไม่ต้องการนำเข้าข้อมูลข้อความที่มีป้ายกำกับบางรายการ ให้เลือกช่องยกเว้นป้ายกำกับบางรายการ แล้วป้อนชื่อป้ายกำกับโดยคั่นด้วยคอมมา
โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อวิธียกเว้นป้ายกำกับ (ในส่วนถัดไป)
- คลิกบันทึก
วิธียกเว้นป้ายกำกับ
- ระบุป้ายกำกับหรือป้ายกำกับย่อยแต่ละรายการแยกกัน
- เมื่อเพิ่มป้ายกำกับย่อย ให้ใช้เส้นทางแบบเต็มและแยกป้ายกำกับหลักออกจากป้ายกำกับย่อยด้วยเครื่องหมายทับ (/)
ตัวอย่าง: คุณต้องการยกเว้นป้ายกำกับ Travel และป้ายกำกับย่อย Asia ให้ป้อน Travel,Travel/Asia
- หากคุณเพิ่มอีเมลทั้งหมด เครื่องมือการนำเข้าข้อมูลจะไม่นำเข้าข้อมูลข้อความอีเมลใดเลย
ขั้นตอนที่ 4: เริ่มต้นและดูความคืบหน้าของการนำเข้า
- คลิกเริ่มการนำเข้า
การดำเนินการนี้จะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน และสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการนำเข้าข้อมูลในบัญชีปลายทางด้วย โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน
-
สถานะจะเปลี่ยนเป็นกำลังดำเนินการ และระบบจะอัปเดตข้อมูลต่อไปนี้แบบเรียลไทม์
- งานที่ค้นพบ–จำนวนรายการทั้งหมด (ข้อความ ป้ายกำกับ และงานอื่นๆ) ที่นำเข้า ข้าม หรือล้มเหลว
- คำเตือน \- จำนวนรายการที่นำเข้าแล้วแต่ดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่คาดไว้
- ไม่สำเร็จ–จำนวนรายการที่นำเข้าไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
- ข้าม–จำนวนรายการที่ข้าม
- สำเร็จ–จำนวนรายการที่นำเข้าสำเร็จแล้ว
- ผู้ใช้ที่ประมวลผลแล้ว– จำนวนผู้ใช้ที่นำเข้าข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว
- อีเมลที่ค้นพบ– จำนวนข้อความอีเมลที่นำเข้าได้ ที่ถูกข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
- อีเมลที่นำเข้าแล้ว–จำนวนข้อความอีเมลที่นำเข้าแล้ว
- อีเมลที่ถูกข้าม–จำนวนข้อความอีเมลที่ถูกข้าม
เมื่อนำเข้าเสร็จสมบูรณ์ คุณจะได้รับอีเมลที่มีสถิติการนำเข้า รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย
- หากต้องการส่งออกและตีความรายงาน โปรดไปที่หัวข้อ ทำความเข้าใจรายงานการนำเข้าอีเมล
ขั้นตอนที่ 5: เรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้า
หากต้องการนำเข้าข้อมูลที่เพิ่มไว้ในบัญชีต้นทางตั้งแต่การนำเข้าหลัก ให้เริ่มการนำเข้าแบบเดลต้า โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้า
ออกจากการนำเข้าที่เสร็จสมบูรณ์
สำคัญ: เมื่อออกจากการนำเข้าแล้ว คุณจะเข้าถึง ข้อมูลการกำหนดค่าหรือรายงานไม่ได้อีกต่อไป
ระบบจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าที่เสร็จสมบูรณ์ในคอนโซลผู้ดูแลระบบจนกว่าคุณจะออกจากการนำเข้า และคุณไม่สามารถเริ่มการนำเข้าใหม่ได้จนกว่าคุณจะออกจากการนำเข้าที่เสร็จสมบูรณ์ วิธีออกจากการนำเข้าที่เสร็จสมบูรณ์
- (ไม่บังคับ) ส่งออกรายงานการนำเข้า โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อทำความเข้าใจ รายงานเครื่องมือการนำเข้าข้อมูล
- คลิก ออกจากการนำเข้า
ออกและลบการนำเข้า
เมื่อคุณออก ระบบจะลบรหัสไคลเอ็นต์และนำเครื่องมือการนำเข้าข้อมูลออกในรูปแบบไคลเอ็นต์ในการตั้งค่าการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน