ใช้วิธีย้ายข้อมูลขั้นสูงสำหรับ Exchange Online (เบต้า)

รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Business Starter, Business Standard และ Business Plus; Enterprise Standard และ Enterprise Plus; Education Fundamentals, Education Standard และ Education Plus; Essentials Starter, Essentials, Enterprise Essentials และ Enterprise Essentials Plus; Nonprofits; G Suite Basic และ G Suite Business เปรียบเทียบรุ่นของคุณ

คุณสามารถใช้วิธีย้ายข้อมูลขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย้ายข้อมูลจำนวนมากจาก Microsoft Exchange Online ไปยัง Google Workspace คุณสามารถคัดลอกข้อมูลปฏิทิน รายชื่อติดต่อ และอีเมลได้

เกี่ยวกับวิธีการย้ายข้อมูลขั้นสูง

  • ใช้โควต้า API เฉพาะของคุณเอง
  • คุณตั้งค่าแอปพลิเคชัน Microsoft Azure ผ่านพอร์ทัล Azure และย้ายข้อมูลไปยัง Workspace เป็นชุด
  • การย้ายข้อมูลจะไม่ลบหรือแก้ไขข้อมูลของผู้ใช้ใน Exchange Online แต่จะคัดลอกข้อมูลไปยังบัญชีของผู้ใช้ใน Workspace
  • โปรดทำตามขั้นตอนเหล่านี้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google สำหรับบัญชี Workspace ที่จะย้ายข้อมูลไป เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • ระบบไม่รองรับฟีเจอร์บางอย่างของ Exchange Online โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อมีการย้ายข้อมูลอะไรบ้างในการย้ายข้อมูล Exchange Online

หากต้องการย้ายข้อมูลโดยใช้โควต้า API ที่แชร์ของ Google แทน ให้ไปที่ใช้วิธีย้ายข้อมูลเริ่มต้นสำหรับ Exchange Online

ข้อกำหนด

  • ผู้ดูแลระบบขั้นสูงต้องจัดการการย้ายข้อมูลในฝั่ง Workspace ผู้ดูแลระบบส่วนกลาง ผู้ดูแลระบบบทบาทที่มีสิทธิ์ หรือผู้ใช้ที่มีสิทธิ์อื่นๆ ต้องอนุมัติการย้ายข้อมูลใน Exchange Online ตัวแทนจำหน่ายจะย้ายข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้
  • คุณต้องยืนยันโดเมน Workspace และหากคุณใช้รุ่น Essentials คุณต้องยืนยันก่อนเริ่มการย้ายข้อมูล โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อยืนยันโดเมนสําหรับ Google Workspace
  • บริการย้ายข้อมูลจะย้ายเฉพาะผู้ใช้ที่มีบัญชี Exchange Online และ Workspace อยู่แล้ว ซึ่งบริการนี้จะไม่สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่สำหรับข้อมูลที่ย้าย
  • คุณต้องมีอีเมลของผู้ใช้ Exchange Online ทุกรายที่ต้องการย้ายข้อมูล โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อวางแผนว่าจะจัดการบัญชีผู้ใช้ของคุณที่ไหนและอย่างไร
  • คุณต้องมีบัญชีผู้ใช้ Workspace สำหรับผู้ใช้แต่ละรายที่คุณจะย้ายข้อมูลไปยัง Workspace โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อวิธีเพิ่มผู้ใช้
  • ผู้ใช้แต่ละรายต้องมีใบอนุญาตเพื่อใช้บริการของ Google โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อหลักการทำงานของการอนุญาตให้ใช้สิทธิ
  • เปิดบริการ Gmail และ Google ปฏิทินสำหรับผู้ใช้ที่คุณกำลังย้ายข้อมูล โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเปิดหรือปิดบริการสำหรับผู้ใช้ Google Workspace
  • คุณสามารถย้ายข้อมูลผู้ใช้ Exchange Online ได้สูงสุด 5,000 รายในคราวเดียว คุณย้ายข้อมูลได้ครั้งละ 10 ชุด ส่วนผู้ใช้รายอื่นๆ จะต้องย้ายข้อมูลแยกต่างหาก

ดำเนินการย้ายข้อมูล

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้ ตัวแทนจำหน่ายจะย้ายข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้

ก่อนเริ่มต้น: หากต้องการย้ายข้อมูลจาก Exchange Online ไปยังบัญชี Workspace อย่างปลอดภัย คุณต้องสร้างแอปพลิเคชัน Microsoft Azure ในพอร์ทัล Azure ก่อน โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อตั้งค่า Azure สำหรับการย้ายข้อมูลขั้นสูง

ขั้นตอนที่ 1: สร้างกลุ่มการย้ายข้อมูลใหม่

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้น การนำเข้าและการส่งออกข้อมูล จากนั้น การย้ายข้อมูล (ใหม่)

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. สำหรับขั้นสูง (เบต้า) ให้คลิกชุดใหม่
  3. สำหรับชื่อเวฟ ให้ป้อนชื่อสำหรับกลุ่มผู้ใช้ชุดนี้ แล้วคลิกต่อไป
  4. สำหรับรหัสไคลเอ็นต์ ให้ป้อนหมายเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกันสำหรับบัญชี Exchange Online
  5. ในส่วน Client Secret ให้ป้อนค่า Client Secret สำหรับผู้เช่า Azure
  6. สำหรับรหัสกลุ่มผู้ใช้ ให้ป้อนหมายเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกันสำหรับกลุ่มผู้ใช้ Azure
  7. คลิกเชื่อมต่อ

ขั้นตอนที่ 2: เลือกผู้ใช้ที่จะย้ายข้อมูล

สร้างไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ซึ่งแสดงรายชื่อผู้ใช้ Exchange Online ที่คุณต้องการย้ายข้อมูลในกลุ่มนี้ คุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ได้ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มข้อมูล โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB และมีผู้ใช้ไม่เกิน 5,000 ราย

หากต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้ในกลุ่มผู้ใช้ Exchange Online ให้ไปที่หัวข้อวางแผนว่าจะจัดการบัญชีผู้ใช้ของคุณที่ไหนและอย่างไร

วิธีสร้างไฟล์ CSV

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือเลือกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่างในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. เพิ่มส่วนหัวอีเมล Exchange ต้นทาง และเพิ่มอีเมลสำหรับผู้ใช้ Exchange Online แต่ละรายที่คุณต้องการย้ายข้อมูล ใช้อีเมลแต่ละรายการในแถวแยกกัน

    ตัวอย่าง

    อีเมล Exchange ต้นทาง
    kim@example.com
    alex@example.com
  3. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  4. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบโดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์จากนั้นคลิกเปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว
  5. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์ แล้วคลิกลบ จากนั้นใช่เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง

    หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 3: สร้างและอัปโหลดการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

หากจำเป็น ให้สร้างไฟล์ CSV ที่ 2 (แยกจากไฟล์ของผู้ใช้ Exchange Online) เพื่อแมปผู้ใช้ Exchange Online กับผู้ใช้ Workspace คุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ได้ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มแถว คุณไม่จำเป็นต้องเพิ่มผู้ใช้ภายนอก ระบบจะย้ายข้อมูลสิทธิ์ของผู้ใช้ดังกล่าวโดยค่าเริ่มต้น โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB

คุณจะจับคู่ผู้ใช้ Exchange Online รายเดียวกับผู้ใช้หรือกลุ่มหลายรายใน Workspace ไม่ได้ คุณต้องระบุการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งหรือแบบหลายต่อหนึ่ง

ทั้งนี้คุณไม่จำเป็นต้องจับคู่ข้อมูลประจำตัวเสมอไป โดยไม่ต้องใช้การจับคู่ข้อมูลประจำตัวในกรณีต่อไปนี้

  • อีเมลของผู้ใช้ใน Exchange Online จะเหมือนกับอีเมลใน Workspace เช่น อีเมลของผู้ใช้คือ raha@example.com สำหรับบัญชี Microsoft และบัญชี Workspace
  • ผู้ใช้ทั้งหมดจะเก็บชื่อผู้ใช้เดียวกันใน Workspace และจับคู่กับชื่อโดเมนอื่น ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ทั้งหมดมีชื่อโดเมน @example.com และกำลังย้ายไปยังชื่อโดเมน @altostrat.com ผู้ใช้จะยังคงใช้ชื่อผู้ใช้เดิมและมีเพียงชื่อโดเมนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไป

หากมีผู้ใช้บางรายที่ไม่จำเป็นต้องจับคู่และมีบางรายที่ต้องจับคู่ คุณสามารถสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัวสำหรับเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องจับคู่ได้

สร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือเลือกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่างในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. เพิ่มส่วนหัวอีเมลต้นทางในคอลัมน์แรก และเพิ่มอีเมลสำหรับผู้ใช้ Exchange Online แต่ละรายที่ต้องการย้ายข้อมูล ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้แต่ละราย
  3. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัวอีเมลปลายทาง แล้วป้อนอีเมล Workspace สำหรับผู้ใช้แต่ละรายในคอลัมน์แรก ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้แต่ละราย

    ตัวอย่าง

    อีเมล Exchange ต้นทาง อีเมลปลายทาง
    charliecruz@example.com ccruz@other-company.com
    kailee@example.com klee@other-company.com
  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบโดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์จากนั้นคลิกเปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว
  6. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์ แล้วคลิกลบจากนั้นใช่เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง

    หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ขั้นตอนที่ 4: กำหนดการตั้งค่าการย้ายข้อมูล

ปรับการตั้งค่าต่อไปนี้เพื่อเลือกข้อมูลที่จะคัดลอกจาก Exchange Online

  1. คลิกแก้ไขการตั้งค่า
  2. เลือกช่องต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ช่องเพื่อเลือกข้อมูลที่จะย้ายสำหรับผู้ใช้ที่เลือกทั้งหมด
    • อีเมล
    • กิจกรรมในปฏิทิน
    • รายชื่อติดต่อ - การย้ายข้อมูลใหม่จะทำซ้ำรายชื่อติดต่อที่คุณย้ายไปแล้ว ระบบจะไม่ทำซ้ำป้ายกำกับรายชื่อติดต่อ
  3. ในส่วนช่วงวันที่ ให้ป้อนวันที่เพื่อเริ่มย้ายข้อมูลจากแหล่งที่มาที่คุณเลือก ระบบจะคัดลอกกิจกรรมในปฏิทินและข้อความอีเมลทั้งหมดที่ส่งหรือได้รับหลังจากวันที่นี้ไปยัง Workspace และจะคัดลอกรายชื่อติดต่อทั้งหมดไม่ว่าคุณจะสร้างขึ้นเมื่อใด
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุข้อมูลอีเมลที่จะย้ายข้อมูล ให้เลือกช่องต่อไปนี้ในส่วนตัวเลือกอีเมล
    • รวมอีเมลที่ถูกลบ - ย้ายข้อมูลข้อความอีเมลที่ถูกลบ
    • รวมอีเมลขยะ - ย้ายข้อมูลข้อความอีเมลในโฟลเดอร์จดหมายขยะ
    • ยกเว้นโฟลเดอร์ที่เฉพาะเจาะจง - ป้อนชื่อโฟลเดอร์ที่ยกเว้นโดยคั่นด้วยคอมมา โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อยกเว้นโฟลเดอร์จากการย้ายข้อมูล
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการย้ายข้อมูลปฏิทินและกิจกรรมของผู้ใช้ Exchange Online รวมถึงปฏิทินสำหรับการนัดหมายส่วนตัว ให้เลือกช่องคัดลอกข้อมูลปฏิทินเพิ่มเติม ระบบจะย้ายข้อมูลปฏิทินไปยังปฏิทินอื่นๆ ใน Google ปฏิทิน
  6. หากคุณสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัวสำหรับผู้ใช้เพียงบางรายหรือไม่ได้สร้างเลย ให้เลือกช่องคัดลอกบัญชีที่ไม่ได้รวมอยู่ในการจับคู่ที่ค้นพบระหว่างการย้ายข้อมูลเพื่อย้ายข้อมูลผู้ใช้ Exchange Online ทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้ที่ไม่พบในการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

    แล้วเลือกตัวเลือกดังนี้

    • หากอีเมลของผู้ใช้ใน Exchange Online เหมือนกับอีเมลใน Workspace ให้เลือกช่องเก็บอีเมลเดิมไว้
    • หากชื่อโดเมนสำหรับผู้ใช้ที่ย้ายข้อมูลทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลง ให้เลือกช่องใช้โดเมนอีเมลอื่นสำหรับบัญชีเหล่านี้ แล้วเลือกโดเมนจากรายการ
  7. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

ยกเว้นโฟลเดอร์จากการย้ายข้อมูล

  • เพิ่มชื่อโฟลเดอร์หรือโฟลเดอร์ย่อยของ Exchange Online แต่ละรายการแยกกัน
  • หากยกเว้นโฟลเดอร์ใด ระบบจะไม่ย้ายข้อมูลโฟลเดอร์ย่อยและข้อความอีเมลใดๆ ในโฟลเดอร์นั้น
  • หากต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ย่อย ให้ใช้เส้นทางแบบเต็มและแยกโฟลเดอร์หลักออกจากโฟลเดอร์ย่อยด้วยเครื่องหมายทับ (/) เช่น
    • หากต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ย่อย Asia ในโฟลเดอร์ Travel ให้ป้อน Travel/Asia
    • หากเพิ่ม Travel ไว้ในรายการด้วย เช่น Travel, Travel/Asia ระบบจะยกเว้นโฟลเดอร์ย่อยทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
  • หากต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ที่มีเครื่องหมายทับ (/) ในชื่อ ให้แทนที่เครื่องหมายทับแต่ละรายการด้วยขีดล่าง (_) เช่น หากต้องการยกเว้น Folder/with/slash ให้เพิ่มเป็น Folder_with_slash
  • นอกจากนี้ คุณยังยกเว้นโฟลเดอร์เริ่มต้นของ Microsoft เช่น รายการที่ถูกลบ กล่องจดหมาย หรืออีเมลขยะได้ด้วย

ขั้นตอนที่ 5: เริ่มการย้ายข้อมูลและตรวจสอบความคืบหน้า

เริ่มย้ายข้อมูลผู้ใช้กลุ่มปัจจุบัน คุณย้ายข้อมูลได้ครั้งละ 5 กลุ่ม

  1. คลิกเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเต็ม

    สถานะจะเปลี่ยนเป็นกำลังดำเนินการ และระบบจะอัปเดตข้อมูลต่อไปนี้แบบเรียลไทม์

    • ผู้ใช้ที่ประมวลผลแล้ว - จำนวนผู้ใช้ที่ย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้วสำหรับข้อมูลทุกประเภทที่เลือก
    • อีเมลที่ค้นพบ - จำนวนข้อความอีเมลในบัญชีของผู้ใช้ Exchange Online
    • อีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • อีเมลที่ถูกข้าม - จำนวนข้อความอีเมลที่ถูกข้าม ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำเครื่องหมายอีเมลเป็น "ข้าม" หากมีการย้ายข้อมูลกิจกรรมนั้นในการย้ายข้อมูลทั้งหมดแล้ว และคุณเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้า
    • อีเมลที่ดำเนินการไม่สำเร็จ - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จ
    • ปฏิทินที่ประมวลผล - จำนวนปฏิทินที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ค้นพบ - จำนวนกิจกรรมในบัญชีของผู้ใช้ Exchange Online
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ย้ายข้อมูล - จำนวนกิจกรรมที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ข้าม - จำนวนกิจกรรมที่ข้าม ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำเครื่องหมายกิจกรรมเป็น "ข้าม" หากมีการย้ายข้อมูลกิจกรรมนั้นในการย้ายข้อมูลทั้งหมดแล้ว และคุณเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้า
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ไม่สำเร็จ - จำนวนกิจกรรมที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จ
  2. คุณสามารถออกจากหน้าการย้ายข้อมูลได้โดยไม่ขัดจังหวะการย้ายข้อมูล การย้ายข้อมูลจะดำเนินต่อไปจนกว่าคุณจะยกเลิก

    เมื่อการย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมสถิติการย้ายข้อมูล รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย

  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งออกรายงานสำหรับการย้ายข้อมูลที่กำลังดำเนินการ ให้ทำดังนี้
    1. คลิกส่งออกรายงานการย้ายข้อมูลหรือส่งออกรายงานผู้ใช้
    2. หากรายการงานไม่เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับรายงานที่ส่งออก ให้คลิกงาน จากนั้น ลิงก์รายงาน
    3. คลิกเปิดใน Google ชีตเพื่อเปิดรายงานในชีต
    4. โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการย้ายข้อมูล Exchange Online

ขั้นตอนที่ 6: หยุดการย้ายข้อมูลที่ดำเนินการอยู่

หากต้องการหยุดการย้ายข้อมูลที่กำลังดำเนินการอยู่ ให้คลิกหยุดการย้ายข้อมูล ซึ่งระบบอาจใช้เวลาสักครู่การย้ายข้อมูลจึงจะหยุด และกระบวนการย้ายข้อมูลจะไม่ย้อนกลับ หากคุณเรียกใช้ชุดข้อมูลอื่นๆ พร้อมกัน ชุดข้อมูลเหล่านั้นจะย้ายข้อมูลต่อไป

ระบบจะไม่ลบข้อความอีเมล ปฏิทิน กิจกรรมในปฏิทิน และรายชื่อติดต่อที่ย้ายข้อมูลไปก่อนที่จะหยุดการย้ายข้อมูลออกจาก Gmail, Google ปฏิทิน หรือ Google Contacts

ขั้นตอนที่ 7: ดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

หลังจากย้ายข้อมูลชุดหนึ่งเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่เพิ่มหรือที่อัปเดตใหม่ไปยัง Workspace ได้ นอกจากนี้ คุณยังใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้าเพื่อย้ายข้อมูลที่ย้ายไม่สำเร็จในการย้ายข้อมูลครั้งแรกได้ด้วย หากคุณย้ายข้อมูลเดียวกันใน 2 แบตช์แยกกัน การย้ายข้อมูลเดลต้าจะไม่สร้างรายการที่ซ้ำกันตราบใดที่คุณยังไม่ได้คลิกออกจากการย้ายข้อมูลเพื่อนำแบตช์ใดแบตช์หนึ่งออก

โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

ออกจากการย้ายข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์

  • หากคุณออกจากการย้ายข้อมูลสำหรับกลุ่มหนึ่ง แล้วเริ่มการย้ายข้อมูลใหม่สำหรับกลุ่มข้อมูลเดียวกัน การย้ายข้อมูลครั้งที่ 2 อาจสร้างรายการที่ซ้ำกันใน Workspace โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างการย้ายข้อมูล 2 รายการแยกกันสำหรับข้อมูลชุดเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำกัน
  • เมื่อออกจากการย้ายข้อมูลสำหรับกลุ่มแล้ว คุณจะเข้าถึงข้อมูลการกำหนดค่าหรือรายงานไม่ได้อีกต่อไป อย่าออกจากการย้ายข้อมูลจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์และไม่จำเป็นต้องย้ายข้อมูลแบบเดลต้า
  • คุณสามารถเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้าและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์ในคอนโซลผู้ดูแลระบบได้ตราบเท่าที่ยังไม่ออกจากการย้ายข้อมูล

วิธีออกจากการย้ายข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์

  1. (ไม่บังคับ) หากต้องการจัดเก็บบันทึกจากการย้ายข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้คลิกส่งออกรายงานการย้ายข้อมูลและส่งออกรายงานผู้ใช้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการย้ายข้อมูลอีเมล
  2. คลิกออกจากการย้ายข้อมูลจากนั้นออกจากการย้ายข้อมูลและลบ

เมื่อคุณออก ระบบจะลบรหัสไคลเอ็นต์และนำการย้ายข้อมูล (ใหม่) ออกในรูปแบบไคลเอ็นต์ในการตั้งค่าการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

การย้ายข้อมูล Exchange Online มีไว้เพื่อเป็นฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย คุณและองค์กรของคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายขององค์กร


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง