นำเข้าไฟล์จากบัญชี OneDrive

_รุ่นที่รองรับฟีเจอร์นี้ ได้แก่ Business Starter, Business Standard และ Business Plus; Enterprise Standard และ Enterprise Plus; Education Fundamentals, Education Standard และ Education Plus; Essentials Starter, Essentials, Enterprise Essentials และ Enterprise Essentials Plus; Nonprofits; G Suite Basic และ G Suite Business เปรียบเทียบรุ่นของคุณ

ใช้เครื่องมือนำเข้าข้อมูลเพื่อคัดลอกไฟล์จาก Microsoft OneDrive ไปยังบัญชี Google Workspace ของผู้ใช้ โปรดทำตามขั้นตอนเหล่านี้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google สำหรับบัญชี Workspace ที่จะนำเข้าข้อมูลไป เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อกำหนดของ Workspace

  • ตรวจสอบว่าผู้ดูแลระบบขั้นสูงได้ตั้งค่าและเรียกใช้การนำเข้าข้อมูล ตัวแทนจำหน่ายจะนำเข้าข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้
  • เปิด Google ไดรฟ์สำหรับผู้ใช้ทั้งหมดที่คุณจะนำเข้าข้อมูลไปยัง Workspace ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อเปิดหรือปิด Google ไดรฟ์และเอกสารให้กับผู้ใช้
  • คุณต้องมีบัญชีผู้ใช้ Workspace และใบอนุญาตสำหรับผู้ใช้แต่ละรายที่คุณจะนำเข้าข้อมูล โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อวิธีเพิ่มผู้ใช้
  • คุณสามารถนำเข้าข้อมูลผู้ใช้ OneDrive ได้สูงสุดครั้งละ 500 ราย หากต้องการนำเข้าข้อมูลผู้ใช้มากกว่านั้น คุณจะต้องเริ่มการนำเข้าข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อกำหนดของ OneDrive

ก่อนที่จะเริ่มต้น: หลีกเลี่ยงไฟล์ที่ซ้ำกัน

หากคุณออกจากการนำเข้าข้อมูลแล้วเริ่มการนำเข้าใหม่สำหรับชุดข้อมูลเดียวกัน การนำเข้าครั้งที่ 2 อาจสร้างไฟล์ที่ซ้ำกันใน Workspace โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างการนำเข้า 2 รายการแยกกันสำหรับชุดข้อมูลเดียวกันเพื่อป้องกันการซ้ำกัน

เรียกใช้การนำเข้าข้อมูล

ขั้นตอนที่ 1: เชื่อมต่อกับ Microsoft OneDrive

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้น การนำเข้าและการส่งออกข้อมูล จากนั้น การนำเข้าข้อมูล

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. ในส่วน Microsoft OneDrive ให้คลิกนำเข้า
  3. คลิกเชื่อมต่อกับ Microsoft OneDrive และลงชื่อเข้าใช้เป็นผู้ดูแลระบบทั่วโลกด้วยบัญชี Microsoft หากเชื่อมต่อไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่าคุณใช้บัญชีผู้ดูแลระบบทั่วโลกในการลงชื่อเข้าใช้ Microsoft

ขั้นตอนที่ 2: สร้างไฟล์ผู้ใช้ OneDrive ที่จะนำเข้า

เครื่องมือนำเข้าข้อมูลจะคัดลอกไฟล์ โฟลเดอร์ และสิทธิ์จากผู้ใช้ OneDrive ไปยังผู้ใช้ Workspace สร้างไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ที่แสดงรายการผู้ใช้ OneDrive ที่คุณต้องการนำเข้า คุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มข้อมูล โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB

วิธีสร้างไฟล์ CSV

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือคลิกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่าง ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. เพิ่มส่วนหัวของคอลัมน์ผู้ใช้ OneDrive ต้นทาง แล้วป้อนอีเมลของผู้ใช้ OneDrive แต่ละรายที่ต้องการนำเข้า ใช้อีเมลบรรทัดละ 1 รายการ

    ตัวอย่าง

    ผู้ใช้ OneDrive ต้นทาง
    charliecruz@example.com
    kailee@example.com
  3. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  4. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์การจับคู่ CSVจากนั้นคลิก เปิด
    3. คลิกงานเพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว
  5. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์แล้วคลิกลบจากนั้นใช่ เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง

    หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ขั้นตอนที่ 3: สร้างและอัปโหลดการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

สร้างไฟล์ CSV ที่ 2 (แยกจากไฟล์ผู้ใช้ OneDrive) เพื่อจับคู่ผู้ใช้ OneDrive กับผู้ใช้ Workspace คุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มแถว โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มผู้ใช้ภายนอก เนื่องจากระบบจะนำเข้าสิทธิ์ของผู้ใช้ภายนอกโดยค่าเริ่มต้น โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB

วิธีสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือคลิกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่าง ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. เพิ่มส่วนหัวอีเมลต้นทาง ในคอลัมน์แรก แล้วป้อนอีเมลของผู้ใช้ OneDrive แต่ละรายที่ต้องการนำเข้า ใช้ผู้ใช้บรรทัดละ 1 รายการ
  3. เพิ่มส่วนหัวอีเมลปลายทาง ในคอลัมน์ที่ 2 แล้วป้อนอีเมล Workspace ของผู้ใช้แต่ละราย ใช้ผู้ใช้บรรทัดละ 1 รายการ

    ตัวอย่าง

    อีเมลต้นฉบับ อีเมลปลายทาง
    charliecruz@example.com ccruz@other-company.com
    kailee@example.com klee@other-company.com
  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์การจับคู่ CSVจากนั้นคลิก เปิด
    3. คลิกงานเพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว
  6. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์แล้วคลิกลบจากนั้นใช่ เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง

    หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ขั้นตอนที่ 4: เลือกการตั้งค่าการนำเข้าข้อมูล

ใช้การตั้งค่าใดก็ได้ต่อไปนี้เพื่อระบุข้อมูลที่จะคัดลอกจาก OneDrive

  1. หากต้องการนำเข้าข้อมูลผู้ใช้ OneDrive ทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้ที่ไม่พบในการจับคู่ข้อมูลประจำตัว ให้เลือกช่องคัดลอกบัญชีที่ไม่ได้รวมอยู่ในการจับคู่ที่ค้นพบระหว่างการนำเข้าข้อมูล แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้:
    • หากอีเมลของผู้ใช้ใน OneDrive เหมือนกับอีเมลใน Workspace ให้เลือกเก็บอีเมลเดิมไว้
    • หากชื่อโดเมนสำหรับผู้ใช้ที่นำเข้าทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลง ให้เลือกใช้โดเมนอีเมลอื่นสำหรับบัญชีเหล่านี้ แล้วเลือกโดเมน
  2. หากต้องการคัดลอกไฟล์ตามวันที่ ให้เลือกช่องรวมเฉพาะไฟล์ที่สร้างหรือแก้ไขหลังจากวันที่ต่อไปนี้ แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • หากต้องการคัดลอกไฟล์ที่สร้างหลังวันที่ที่กำหนด ให้เลือกสร้างโดย แล้วเลือกวันที่
    • หากต้องการคัดลอกไฟล์ที่แก้ไขหลังวันที่ที่กำหนด ให้เลือกแก้ไขโดย แล้วป้อนวันที่

    หมายเหตุ: การตั้งค่าวันที่อิงตามเขตเวลาท้องถิ่นและมีผลกับไฟล์แต่ละไฟล์เท่านั้น ไม่ใช่กับโฟลเดอร์ ระบบจะนำเข้าโฟลเดอร์ทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงวันที่ที่คุณเลือก

  3. หากไม่ต้องการนำเข้าข้อมูลไฟล์ทุกประเภท ให้เลือกช่องยกเว้นรูปแบบไฟล์ที่เจาะจง แล้วป้อนนามสกุลไฟล์ที่ต้องการยกเว้น โดยให้แยกนามสกุลไฟล์ต่างๆ ด้วยเครื่องหมายคอมมา (เช่น tmp, log, bak, และอื่นๆ)
  4. หากไม่ต้องการนำเข้าข้อมูลไฟล์ขนาดใหญ่ ให้เลือกช่องยกเว้นไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดต่อไปนี้ จากนั้นป้อนขนาดสูงสุด แล้วเลือก MB หรือ GB
  5. คลิกบันทึก

ขั้นตอนที่ 5: เริ่มการนำเข้าข้อมูล

การเริ่มการนำเข้าข้อมูลจะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน และสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการนำเข้าข้อมูลใน Workspace โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

  1. คลิกเริ่มการนำเข้า
  2. คุณจะเห็นข้อมูลอัปเดตต่อไปนี้แบบเรียลไทม์ขณะที่กำลังดำเนินการนำเข้าข้อมูล
    • งานที่พบ—จำนวนงานที่เสร็จสมบูรณ์
    • คำเตือน \- จำนวนงานที่ทำเสร็จแล้วแต่ไม่ได้เสร็จตามแบบที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ—จำนวนงานที่นำเข้าไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ที่ถูกข้าม—จำนวนงานที่ถูกข้ามเนื่องจากการตั้งค่าการนำเข้าข้อมูลบางอย่าง หรือเนื่องจากงานดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้วในการนำเข้าครั้งก่อนหน้า
    • สำเร็จ—จำนวนงานที่เสร็จสมบูรณ์
    • ผู้ใช้ที่ประมวลผลแล้ว—จำนวนผู้ใช้ที่นำเข้าข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว
    • เวลาที่ใช้—เวลาที่ใช้นับตั้งแต่เริ่มการนำเข้าข้อมูล
    • ไฟล์ที่พบ—จำนวนไฟล์ที่ตรวจพบระหว่างการนำเข้าข้อมูล
    • โฟลเดอร์ที่นำเข้า—จำนวนโฟลเดอร์ที่นำเข้าข้อมูลสำเร็จแล้ว
    • ไฟล์ที่นำเข้า—จำนวนไฟล์ที่นำเข้าข้อมูลสำเร็จแล้ว
    • ไฟล์ที่ถูกข้าม—จำนวนไฟล์ที่ถูกข้ามไปในการนำเข้าข้อมูลก่อนหน้านี้
    • ไฟล์ที่ไม่สำเร็จ—จำนวนไฟล์ที่นำเข้าข้อมูลไปยังไดรฟ์ไม่สำเร็จ
    • ปัญหาด้านการค้นพบ—จำนวนโฟลเดอร์จากบัญชีต้นทางที่ทำการ Crawl ไม่ได้
  3. คลิกดูบันทึกการนำเข้าข้อมูล คุณจะส่งออกรายงานได้ทุกเมื่อที่การนำเข้าข้อมูลเริ่มขึ้น
  4. หากรายการงานไม่เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับรายงานที่ส่งออก ให้คลิกงานจากนั้นลิงก์รายงาน
  5. (ไม่บังคับ) คลิกเปิดใน Google ชีต เพื่อเปิดรายงานใน Google ชีต
เมื่อการนำเข้าข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลที่มีสถิติการนำเข้า รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 6: หยุดการนำเข้าข้อมูลที่กำลังทำงาน

หากต้องการหยุดการนำเข้าข้อมูลระหว่างที่ดำเนินการอยู่ ให้คลิกหยุดการนำเข้า

การหยุดการนำเข้าข้อมูลอาจใช้เวลาสักครู่ และจะไม่ย้อนกลับกระบวนการนำเข้า โดยระบบจะไม่ลบไฟล์ที่นำเข้าก่อนการหยุดออกจากไดรฟ์

ขั้นตอนที่ 7: ออกจากการนำเข้าข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

คุณดำเนินการนำเข้าข้อมูลแบบเดลต้าและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์ในคอนโซลผู้ดูแลระบบได้ตราบเท่าที่ยังไม่ออกจากการนำเข้า หากต้องการเริ่มการนำเข้าข้อมูลใหม่จาก OneDrive คุณต้องออกจากการนำเข้าที่มีอยู่

  1. หากต้องการนำเข้าไฟล์ใหม่หรือไฟล์ที่อัปเดตก่อนที่จะออก ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้อเรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้าสำหรับ OneDrive
  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการจัดเก็บบันทึกและรายงานจากการนำเข้าข้อมูล ให้คลิกดูบันทึกการนำเข้าข้อมูล และส่งออกรายงานผู้ใช้
  3. คลิกออกจากการนำเข้าจากนั้นออกและลบการนำเข้า

หลีกเลี่ยงไฟล์ที่ซ้ำกัน

หากคุณออกจากการนำเข้าข้อมูลแล้วเริ่มการนำเข้าใหม่สำหรับชุดข้อมูลเดียวกัน การนำเข้าครั้งที่ 2 อาจสร้างไฟล์ที่ซ้ำกันใน Workspace โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างการนำเข้า 2 รายการแยกกันสำหรับชุดข้อมูลเดียวกันเพื่อป้องกันการซ้ำกัน

การนำเข้าข้อมูลมีไว้เพื่อเป็นฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยในการปฏิบัติตามกฎหมาย คุณและองค์กรของคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายขององค์กร หากคุณต้องใช้ไฟล์และโฟลเดอร์เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ให้พิจารณาสำรองข้อมูลไฟล์ใน OneDrive ก่อนนำเข้าข้อมูลไปยัง Google Workspace


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง