ใช้วิธีการนำเข้าข้อมูลเริ่มต้นสำหรับ Teams

ใช้เครื่องมือนำเข้าข้อมูลเพื่อคัดลอกข้อมูลแชทจาก Microsoft Teams ไปยังบัญชี Google Workspace ของผู้ใช้

เกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลด้วยวิธีเริ่มต้น

  • ใช้โควต้า API ที่แชร์ของ Google
  • การนำเข้าจะไม่ลบหรือแก้ไขข้อมูลของทีมใน Teams แต่จะคัดลอกข้อมูลไปยังบัญชีของผู้ใช้ใน Workspace
  • โปรดทำตามขั้นตอนเหล่านี้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google สำหรับบัญชี Workspace ที่จะนำเข้าข้อมูลไป เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • ระบบไม่รองรับฟีเจอร์บางอย่างของ Teams โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อสิ่งที่นำเข้าจาก Teams

หากต้องการนำเข้าข้อมูลด้วยโควต้า API เฉพาะของคุณเอง ให้ใช้วิธีการนำเข้าข้อมูลขั้นสูง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อใช้วิธีการนำเข้าข้อมูลขั้นสูงสำหรับ Teams

ข้อกำหนดของ Workspace

  • ตรวจสอบว่าผู้ดูแลระบบขั้นสูงได้ตั้งค่าและเรียกใช้การนำเข้าข้อมูล ตัวแทนจำหน่ายจะนำเข้าข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้
  • คุณต้องมีบัญชีผู้ใช้ Workspace และใบอนุญาตสำหรับผู้ใช้แต่ละรายที่จะนำเข้า โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อวิธีเพิ่มผู้ใช้
  • เปิด Google Chat สำหรับผู้ใช้ทั้งหมดที่จะนำเข้าไปยัง Workspace โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเปิดหรือปิดบริการสำหรับผู้ใช้ Google Workspace
  • ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้เปิดการลบอัตโนมัติและยอมรับคำเชิญแชทโดยอัตโนมัติ
  • คุณนำเข้าข้อมูลแชทสำหรับทีมได้สูงสุดครั้งละ 1,000 ทีม หากต้องการนำเข้าทีมเพิ่มเติม คุณต้องเริ่มการนำเข้าข้อมูลอีกครั้ง

ข้อกำหนดของ Teams

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มต้น: หลีกเลี่ยงพื้นที่ทำงานที่ซ้ำกัน

หากคุณสร้างพื้นที่ทำงานสำหรับการนำเข้าข้อมูล แล้วเริ่มการนำเข้าใหม่สำหรับชุดข้อมูลเดียวกัน การนำเข้าครั้งที่ 2 อาจสร้างพื้นที่ทำงานที่ซ้ำกันใน Workspace โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างการนำเข้า 2 รายการแยกกันสำหรับชุดข้อมูลเดียวกันเพื่อป้องกันการซ้ำกัน

ขั้นตอนที่ 1: เชื่อมต่อกับบัญชี Microsoft

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้น การนำเข้าและการส่งออกข้อมูล จากนั้น การนำเข้าข้อมูล

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. ในส่วนนำเข้าข้อมูลจาก Microsoft ให้คลิก Teams จากนั้น นำเข้า
  3. คลิกเชื่อมต่อกับบัญชี Microsoft และลงชื่อเข้าใช้เป็นผู้ดูแลระบบทั่วโลกด้วยบัญชี Microsoft หากดำเนินการสำเร็จ คุณจะได้รับข้อความเชื่อมต่อแล้ว หากเชื่อมต่อไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่าคุณใช้บัญชีผู้ดูแลระบบทั่วโลกในการลงชื่อเข้าใช้ Microsoft

ขั้นตอนที่ 2: สร้างไฟล์ทีมที่จะนำเข้า

เครื่องมือนำเข้าข้อมูลจะคัดลอกข้อมูลแชทจาก Teams ไปยังผู้ใช้ Workspace สร้างไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ที่แสดงรายการทีมที่ต้องการนำเข้า โดยคุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มข้อมูล โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB

วิธีสร้างไฟล์ CSV

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือคลิกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่าง ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. ในคอลัมน์แรก ให้เพิ่มส่วนหัวของคอลัมน์ Source MicrosoftTeamsID และป้อนรหัส Teams สำหรับแต่ละทีมที่ต้องการนำเข้า ใช้แถวแยกกันสำหรับทีมอีเมลแต่ละทีม
  3. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัวประเภทต้นทาง แล้วป้อนทีม หรือผู้ใช้ เพื่อระบุต้นทางที่คุณเพิ่มในคอลัมน์แรก

    ตัวอย่าง

    Source MicrosoftTeamsID ประเภทต้นทาง
    8f445146-9d80-b020-d50d5589ab ทีม
    kim@example.com ผู้ใช้
    d0bef58c-9a55-4d8d-976c89n006 ทีม
  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์การจับคู่ CSV จากนั้น คลิก เปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว
  6. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์แล้วคลิกลบ จากนั้น ใช่ เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ขั้นตอนที่ 3: สร้างและอัปโหลดการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

สร้างไฟล์ CSV ที่ 2 (แยกจากไฟล์รหัส Teams) เพื่อจับคู่ผู้ใช้ Teams กับผู้ใช้ Workspace โดยคุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มแถว โดยไม่ต้องเพิ่มผู้ใช้ภายนอก เนื่องจากระบบจะนำเข้าสิทธิ์ของผู้ใช้ภายนอกโดยค่าเริ่มต้น โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB

คุณไม่จำเป็นต้องมีการจับคู่ข้อมูลประจำตัวในกรณีต่อไปนี้

  • อีเมลของผู้ใช้ใน Teams เช่น raha@example.com เหมือนกับอีเมลใน Workspace
  • ผู้ใช้ทั้งหมดมีชื่อผู้ใช้เดียวกันใน Teams และ Workspace แต่จับคู่กับชื่อโดเมนอื่น โดยมีการเปลี่ยนแปลงเพียงชื่อโดเมน เช่น จาก @example.com เป็น @altostrat.com

หากมีผู้ใช้บางรายที่ไม่จำเป็นต้องจับคู่และมีบางรายที่ต้องจับคู่ คุณสามารถสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัวสำหรับเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องจับคู่เท่านั้นได้

วิธีสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือคลิกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่าง ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. ในคอลัมน์แรก ให้เพิ่มส่วนหัวอีเมลต้นทาง แล้วป้อนอีเมลสำหรับผู้ใช้แต่ละราย ใช้แถวแยกกันสำหรับผู้ใช้แต่ละราย
  3. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัวอีเมลปลายทาง แล้วป้อนอีเมล Workspace สำหรับผู้ใช้แต่ละราย ใช้แถวแยกกันสำหรับผู้ใช้แต่ละราย

    ตัวอย่าง

    อีเมลต้นฉบับ อีเมลปลายทาง
    charliecruz@example.com ccruz@other-company.com
    kailee@example.com klee@other-company.com
  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์การจับคู่ CSV จากนั้น คลิก เปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว
  6. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์แล้วคลิกลบ จากนั้น ใช่ เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง
  7. หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ขั้นตอนที่ 4: เลือกการตั้งค่าการนำเข้าข้อมูล

  1. คลิกแก้ไขการตั้งค่า แล้วใช้การตั้งค่าใดก็ได้ต่อไปนี้เพื่อเลือกข้อมูลที่จะคัดลอกจาก Teams
  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการคัดลอกกิจกรรมหรือข้อความ Teams ทั้งหมดที่ส่งหรือที่ได้รับหลังจากวันที่ใดวันที่หนึ่ง ให้เลือกวันที่สำหรับช่วงวันที่
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุประเภทแชทที่ควรคัดลอกให้ผู้ใช้ ให้เลือกช่องต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ช่องสำหรับการตั้งค่านำเข้า
    • รวมแชทแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
    • รวมแชทเป็นกลุ่ม
    • รวมแชทในการประชุม
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการนำเข้าผู้ใช้ Teams ทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้ที่ไม่พบในการจับคู่ข้อมูลประจำตัว ให้เลือกช่องจับคู่บัญชีเพิ่มเติมที่ค้นพบระหว่างการนำเข้าข้อมูล แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    1. หากอีเมลของผู้ใช้ใน Teams เหมือนกับอีเมลใน Workspace ให้เลือกเก็บอีเมลเดิมไว้
    2. หากชื่อโดเมนสำหรับผู้ใช้ที่นำเข้าทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลง ให้เลือกช่องใช้โดเมนอีเมลอื่นสำหรับบัญชีเหล่านี้ จากนั้น เลือกโดเมน
  5. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 5: เริ่มการนำเข้าข้อมูล

การเริ่มการนำเข้าข้อมูลจะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน และสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการนำเข้าข้อมูลใน Workspace โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

  1. คลิกเริ่มการนำเข้า
  2. ตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ขณะที่การนำเข้าข้อมูลกำลังดำเนินการอยู่

    • งานที่ค้นพบ—จำนวนงานทั้งหมดที่นำเข้า ข้าม หรือล้มเหลว
    • คำเตือน \- จำนวนงานที่ทำเสร็จแล้วแต่ไม่ได้เสร็จตามแบบที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ—จำนวนงานที่นำเข้าไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ที่ถูกข้าม—จำนวนงานที่ถูกข้ามเนื่องจากการตั้งค่าการนำเข้าข้อมูลบางอย่าง หรือเนื่องจากงานดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้วในการนำเข้าครั้งก่อนหน้า
    • สำเร็จ—จำนวนงานที่เสร็จสมบูรณ์
    • ช่องที่ค้นพบ—จำนวนช่องที่นำเข้าได้ ที่ข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
    • พื้นที่ทำงานที่สร้าง—จำนวนช่องที่นำเข้าข้อมูลไปยังพื้นที่ทำงาน
    • พื้นที่ทำงานที่ข้าม—จำนวนพื้นที่ทำงานที่ไม่ได้สร้าง
    • ปัญหาด้านการค้นพบ—จำนวนรายการที่อ่านจาก Microsoft ไม่ได้
    • แชทส่วนตัวที่ค้นพบ—จำนวนแชทแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แชทเป็นกลุ่ม และแชทในการประชุมที่นำเข้าได้สำเร็จ ที่ข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งออกรายงานสำหรับการนำเข้าข้อมูลที่กำลังดำเนินการอยู่ ให้ทำดังนี้

    1. คลิกดูบันทึกการนำเข้าข้อมูล หรือส่งออกรายงานสรุป
    2. หากรายการงานไม่เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับรายงานที่ส่งออก ให้คลิกงาน จากนั้น ลิงก์รายงาน
    3. คลิกเปิดใน Google ชีต เพื่อเปิดรายงานใน Google ชีต
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการหยุดการนำเข้าที่กำลังดำเนินการอยู่ ให้คลิกหยุดการนำเข้า ซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่ และกระบวนการนำเข้าจะไม่ย้อนกลับ หากคุณเรียกใช้ชุดข้อมูลอื่นๆ ไปพร้อมกัน ชุดข้อมูลเหล่านั้นจะยังคงนำเข้าต่อไป โดยระบบจะไม่ลบข้อมูล Teams ที่นำเข้าก่อนการหยุดออกจาก Workspace

เมื่อการนำเข้าข้อมูลเสร็จสมบูรณ์ คุณจะได้รับอีเมลที่มีสถิติการนำเข้า รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการนำเข้าแชท

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 6: ดำเนินการนำเข้าแบบเดลต้า

หลังจากนำเข้าชุดข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถดำเนินการนำเข้าแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่เพิ่มหรือที่อัปเดตใหม่ไปยัง Workspace ได้ นอกจากนี้ คุณยังใช้การนำเข้าแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่นำเข้าไม่สำเร็จในการนำเข้าครั้งแรกได้อีกด้วย

หากคุณนำเข้าข้อมูลเดียวกันใน 2 ชุดข้อมูลแยกกัน การนำเข้าแบบเดลต้าจะไม่สร้างรายการที่ซ้ำกัน ตราบใดที่คุณยังไม่ได้คลิกออกจากการนำเข้าเพื่อนำชุดข้อมูลใดชุดข้อมูลหนึ่งออก

โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อ ดำเนินการนำเข้าแบบเดลต้าสำหรับข้อมูลแชท

ขั้นตอนที่ 7: สร้างพื้นที่ทำงานและข้อความที่ผู้ใช้ดูได้

หลังจากนำเข้าข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้สร้างพื้นที่ทำงานและข้อความที่นำเข้าให้ผู้ใช้ Workspace ดูได้ โดยคุณต้องดำเนินการนี้ให้เสร็จภายใน 90 วันนับจากวันที่เริ่มการนำเข้า ไม่เช่นนั้นพื้นที่ทำงานที่นำเข้าแล้วจะถูกลบ

สำคัญ: อย่าทำตามขั้นตอนเหล่านี้หากคุณยังต้องดำเนินการนำเข้าแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่เพิ่มหรือที่อัปเดตใหม่ไปยัง Workspace คุณจะดำเนินการนำเข้าแบบเดลต้าไม่ได้หลังจากคลิกสร้างพื้นที่ทำงาน

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้คลิกสร้างพื้นที่ทำงาน คุณสามารถตรวจสอบจำนวนพื้นที่ทำงานและข้อความที่นำเข้าสำเร็จได้ในแบบเรียลไทม์
  2. เมื่อกระบวนการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้คลิกดาวน์โหลดบันทึก เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ทำงานและสมาชิกที่เพิ่มไปยังบัญชี Workspace ของผู้ใช้สำเร็จ
  3. หากนำเข้าพื้นที่ทำงานไม่สำเร็จ ให้คลิกสร้างพื้นที่ทำงาน อีกครั้งเพื่อลองทำกระบวนการในพื้นที่ทำงานทั้งหมดที่นำเข้าไม่สำเร็จอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 8: ออกจากการนำเข้าข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

เมื่อออกจากการนำเข้าข้อมูลแล้ว คุณจะเข้าถึงข้อมูลการกำหนดค่าหรือรายงานของการนำเข้าข้อมูลนั้นไม่ได้อีกต่อไป

วิธีออกจากการนำเข้าข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

  1. (ไม่บังคับ) หากต้องการบันทึกบันทึกและรายงานจากการนำเข้าข้อมูล ให้คลิกดูบันทึกการนำเข้าข้อมูล และส่งออกรายงานผู้ใช้
  2. คลิก ออกจากการนำเข้า จากนั้น ออกและลบการนำเข้า

การนำเข้าข้อมูลมีไว้เพื่อเป็นฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยในการปฏิบัติตามกฎหมาย คุณและองค์กรของคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายขององค์กร หากคุณต้องใช้ไฟล์และโฟลเดอร์เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ให้พิจารณาสำรองข้อมูลไฟล์ใน Teams ก่อนนำเข้าข้อมูลไปยัง Google Workspace

เมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ย้ายข้อมูลของ Google Workspace


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง