ใช้วิธีการนำเข้าข้อมูลขั้นสูงสำหรับ Teams

คุณสามารถใช้วิธีการนำเข้าข้อมูลขั้นสูงเพื่อปรับปรุงการนำเข้าข้อมูลขนาดใหญ่จาก Microsoft Teams ไปยัง Google Workspace ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เกี่ยวกับวิธีการนำเข้าข้อมูลขั้นสูง

  • ใช้โควต้า API เฉพาะของคุณเอง
  • คุณตั้งค่าแอปพลิเคชัน Microsoft Azure ผ่านพอร์ทัล Azure และนำเข้าข้อมูลไปยัง Workspace เป็นกลุ่ม
  • การนำเข้าจะไม่ลบหรือแก้ไขข้อมูลใน Teams แต่จะคัดลอกข้อมูลไปยังบัญชีของผู้ใช้ใน Workspace
  • โปรดทำตามขั้นตอนเหล่านี้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google สำหรับบัญชี Workspace ที่จะนำเข้าข้อมูลไป เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • อาจไม่รองรับบางฟีเจอร์ของ Teams โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อข้อมูลที่นำเข้าจาก Teams

หากต้องการนำเข้าข้อมูลด้วยโควต้า API ที่ใช้ร่วมกันของ Google แทน ให้ไปที่หัวข้อใช้วิธีการนำเข้าข้อมูลเริ่มต้นสำหรับ Teams

วิธีนำเข้าข้อมูลแชท

  • แชทกลุ่มและแชทแบบตัวต่อตัว - นำเข้าเป็นพื้นที่ทำงานที่แชร์สำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน ระบบจะไม่นำเข้าแชทแบบตัวต่อตัวไปยังประวัติข้อความส่วนตัวของผู้ใช้
  • แชทในพื้นที่ทำงาน - หลังจากนำเข้าข้อมูลแล้ว คุณจะเปิดตัวพื้นที่ทำงานเพื่อให้ผู้ใช้ Workspace แชทได้ ไม่มีใครเพิ่มข้อความในพื้นที่ทำงานได้ แม้ว่าจะมีข้อความใหม่ใน Teams ก็ตาม และระบบจะไม่นำเข้าข้อความใหม่ไปยังพื้นที่ทำงานในการนำเข้าครั้งต่อๆ ไป

    หากต้องการนำเข้าข้อความทั้งหมด ให้เพิ่มผู้ใช้ที่แชร์แชทแบบกลุ่มและแชทแบบตัวต่อตัวลงในกลุ่มการนำเข้าเดียวกัน หรืออย่าสร้างพื้นที่ทำงานจนกว่าจะนำเข้าผู้ใช้ทั้งหมด

  • ข้อมูลที่ลบ - หากลบข้อมูล Teams ก่อนที่จะสร้างพื้นที่ทำงาน คุณจะนำเข้าแชทเดียวกันในกลุ่มอื่นๆ ไม่ได้ ก่อนที่จะนำเข้ากลุ่มอีกครั้ง โปรดลบพื้นที่ทำงานที่การนำเข้าสร้างไว้ใน Workspace ก่อน หากไม่ดำเนินการใดๆ ระบบจะลบพื้นที่ทำงานโดยอัตโนมัติใน 90 วัน

ข้อกำหนดของ Workspace

  • ตรวจสอบว่าผู้ดูแลระบบขั้นสูงได้ตั้งค่าและเรียกใช้การนำเข้าข้อมูลแล้ว ตัวแทนจำหน่ายจะนำเข้าข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้
  • คุณต้องมีบัญชีผู้ใช้ Workspace สำหรับผู้ใช้แต่ละรายที่คุณจะนำเข้าไปยัง Workspace โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อวิธีเพิ่มผู้ใช้
  • เปิด Google Chat สำหรับผู้ใช้ทั้งหมดที่คุณจะนำเข้าไปยัง Workspace โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเปิดหรือปิดบริการสำหรับผู้ใช้ Google Workspace
  • ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ปิดการลบอัตโนมัติและตอบรับคำเชิญเข้าร่วมแชทโดยอัตโนมัติ
  • คุณสามารถนำเข้าข้อมูลให้ทีมได้สูงสุด 1,000 ทีมพร้อมกัน คุณนำเข้าได้ครั้งละ 10 ชุด ส่วนผู้ใช้รายอื่นๆ จะต้องนำเข้าข้อมูลแยกต่างหาก

ข้อกำหนดของทีม

ข้อควรทราบก่อนที่จะเริ่มต้น

  • สร้างแอปพลิเคชัน Azure - เพื่อให้มั่นใจว่าการนำเข้าข้อมูลจาก Teams ไปยังบัญชี Workspace ของคุณปลอดภัย คุณต้องสร้างแอปพลิเคชัน Microsoft Azure ในพอร์ทัล Azure ก่อน โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อตั้งค่าแอปพลิเคชัน Azure สำหรับ Teams
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ทำงานที่ซ้ำกัน - หากคุณสร้างพื้นที่ทำงานสำหรับข้อมูลชุดหนึ่งแล้วเริ่มการนำเข้าใหม่สำหรับข้อมูลชุดเดียวกัน การนำเข้าครั้งที่ 2 อาจสร้างพื้นที่ทำงานที่ซ้ำกันใน Workspace โปรดหลีกเลี่ยงการสร้างการนําเข้า 2 รายการแยกกันสําหรับข้อมูลชุดเดียวกันเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน

ขั้นตอนที่ 1: สร้างกลุ่มการนำเข้าใหม่

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้น การนำเข้าและการส่งออกข้อมูล จากนั้น การนำเข้าข้อมูล จากนั้น ขั้นสูง

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. ในหน้าขั้นสูง ให้คลิกกลุ่มใหม่ในส่วนกลุ่มการนำเข้าข้อมูล
  3. ในส่วนชื่อกลุ่ม ให้ป้อนชื่อสำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้ จากนั้น คลิกดำเนินการต่อ
  4. ในส่วนประเภทข้อมูล ให้คลิก Microsoft Teams จากนั้น คลิกต่อไป
  5. ในส่วนรหัสไคลเอ็นต์ ให้ป้อนหมายเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกันสำหรับบัญชี Teams
  6. ในส่วน Client Secret ให้ป้อนค่ารหัสลับไคลเอ็นต์สำหรับกลุ่มผู้ใช้ Azure
  7. ในส่วน Tenant ID ให้ป้อนหมายเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกันสำหรับกลุ่มผู้ใช้ Azure
  8. คลิกเชื่อมต่อ

ขั้นตอนที่ 2: เลือกทีมและผู้ใช้ที่จะนำเข้า

สร้างไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ที่แสดงรายการทีมและผู้ใช้ที่ต้องการนำเข้าในกลุ่มนี้ คุณสร้างไฟล์ CSV ใหม่ได้ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มข้อมูล โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB และมีผู้ใช้ไม่เกิน 5,000 ราย

วิธีสร้างไฟล์ CSV

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือเลือกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่างในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. ในคอลัมน์แรก ให้เพิ่มส่วนหัว MicrosoftTeamsID ต้นทาง และป้อนรหัส Teams สำหรับแต่ละทีมที่ต้องการนำเข้า ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับรหัสทีมแต่ละรหัส
  3. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัวประเภทแหล่งที่มา แล้วป้อนทีมหรือผู้ใช้เพื่อระบุประเภทแชทสำหรับรหัส Teams แต่ละรหัส

    ตัวอย่าง

    MicrosoftTeamsID ต้นทาง ประเภทแหล่งที่มา
    8f445146-9d80-b020-d50d5589ab ทีม
    bd4685f0-61f2-4789-4c1cda85d93 ผู้ใช้
    d0bef58c-9a55-4d8d-976c89n006 ทีม
  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบโดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์ จากนั้น คลิกเปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว
  6. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์แล้วคลิกลบ จากนั้น ใช่เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง
  7. หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 3: สร้างและอัปโหลดการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

หากจำเป็น ให้สร้างไฟล์ CSV ไฟล์ที่ 2 (แยกจากไฟล์รหัส Teams) เพื่อจับคู่ผู้ใช้ Teams กับผู้ใช้ Workspace คุณสร้างไฟล์ CSV ใหม่ได้ หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างและเพิ่มแถว คุณไม่จำเป็นต้องเพิ่มผู้ใช้ภายนอก ระบบจะนำเข้าสิทธิ์ของผู้ใช้ดังกล่าวโดยค่าเริ่มต้น โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB

คุณไม่จำเป็นต้องใช้การจับคู่ข้อมูลประจำตัวในกรณีต่อไปนี้

  • อีเมลของผู้ใช้ใน Teams เช่น raha@example.com จะเหมือนกับใน Workspace
  • ผู้ใช้ทั้งหมดมีชื่อผู้ใช้เดียวกันใน Teams และ Workspace แต่จับคู่กับชื่อโดเมนอื่น โดยจะเปลี่ยนเฉพาะชื่อโดเมนเท่านั้น เช่น @example.com เป็น @altostrat.com

หากมีผู้ใช้บางรายที่ไม่จำเป็นต้องจับคู่และมีบางรายที่ต้องจับคู่ คุณสามารถสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัวสำหรับเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องการจับคู่เท่านั้นได้

วิธีสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัว

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือเลือกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่างในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. ในคอลัมน์แรก ให้เพิ่มส่วนหัวอีเมลต้นทางและเพิ่มอีเมลสำหรับผู้ใช้ Teams แต่ละรายที่ต้องการนำเข้า ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้แต่ละคน
  3. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัวอีเมลปลายทาง และป้อนอีเมล Workspace สำหรับผู้ใช้แต่ละรายในคอลัมน์แรก ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้แต่ละคน

    ตัวอย่าง

    อีเมล Exchange ต้นทาง อีเมลปลายทาง
    charliecruz@example.com ccruz@solarmora.com
    kailee@example.com klee@solarmora.com
    group@example.com group@solarmora.com
  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบโดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์ จากนั้น คลิกเปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว
  6. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์และคลิกลบ จากนั้น ใช่เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง
  7. หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ขั้นตอนที่ 4: เลือกการตั้งค่าการนำเข้าข้อมูล

  1. คลิกแก้ไขการตั้งค่า แล้วใช้การตั้งค่าต่อไปนี้เพื่อเลือกข้อมูลที่จะนำเข้าจาก Teams
  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการคัดลอกกิจกรรมหรือข้อความ Teams ทั้งหมดที่ส่งหรือได้รับหลังจากวันที่ที่กำหนด ให้เลือกวันที่สำหรับช่วงวันที่
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุประเภทแชทที่ควรคัดลอกสำหรับผู้ใช้แต่ละราย ให้เลือกช่องต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ช่องในส่วนการตั้งค่าการนำเข้า
    • รวมแชทแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
    • รวมแชทเป็นกลุ่ม
    • รวมแชทในการประชุม
  4. หากคุณสร้างการจับคู่ข้อมูลประจำตัวสำหรับผู้ใช้บางรายเท่านั้นหรือไม่ได้สร้างเลย ให้เลือกช่องจับคู่บัญชีเพิ่มเติมที่ค้นพบระหว่างการนำเข้าข้อมูลเพื่อนำเข้าผู้ใช้ Teams ทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้ที่ไม่พบในการจับคู่ข้อมูลประจำตัว
    1. หากอีเมลของผู้ใช้ใน Teams เหมือนกับอีเมลใน Workspace ให้เลือกช่องเก็บอีเมลเดิมไว้
    2. หากชื่อโดเมนสำหรับผู้ใช้ที่นำเข้าทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลง ให้เลือกช่องใช้โดเมนอีเมลอื่นสำหรับบัญชีเหล่านี้ จากนั้น เลือกโดเมน
  5. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 5: เริ่มการนำเข้าข้อมูล

เริ่มนำเข้าทีมชุดปัจจุบัน คุณนำเข้าได้ครั้งละ 10 ชุด

การเริ่มนำเข้าข้อมูลจะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมนและสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการนำเข้าข้อมูลใน Workspace โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

  1. คลิกเรียกใช้การนำเข้าเต็มรูปแบบ
  2. ตรวจสอบข้อมูลอัปเดตต่อไปนี้แบบเรียลไทม์ขณะที่การนำเข้าข้อมูลกำลังดำเนินการ
    • งานที่ค้นพบ - จำนวนงานทั้งหมดที่นำเข้า ข้าม หรือล้มเหลว
    • คำเตือน - จำนวนงานที่ทำเสร็จแล้วแต่ไม่ได้เสร็จตามแบบที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ - จำนวนงานที่นำเข้าไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ที่ถูกข้าม - จำนวนงานที่ถูกข้ามเนื่องจากการตั้งค่าการนำเข้าข้อมูลบางอย่าง หรือเนื่องจากงานดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้วในการนำเข้าครั้งก่อนหน้า
    • สำเร็จ - จำนวนงานที่เสร็จสมบูรณ์
    • ช่องที่ค้นพบ - จำนวนช่องที่นำเข้าได้ ที่ข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
    • พื้นที่ทำงานที่สร้าง - จำนวนช่องที่นำเข้าไปยังพื้นที่ทำงาน
    • พื้นที่ทำงานที่ข้าม - จำนวนพื้นที่ทำงานที่ไม่ได้สร้าง
    • ปัญหาด้านการค้นพบ - จำนวนรายการที่อ่านจาก Microsoft ไม่ได้
    • แชทส่วนตัวที่ค้นพบ - จำนวนแชทแบบตัวต่อตัว แชทเป็นกลุ่ม และแชทในการประชุมที่นำเข้าสำเร็จ ถูกข้าม หรือไม่สำเร็จ

คุณออกจากหน้าการนําเข้าได้โดยไม่รบกวนกระบวนการนําเข้า การนำเข้าข้อมูลจะดำเนินต่อไป เว้นแต่คุณจะหยุด

  1. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งออกรายงานสำหรับการนำเข้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ให้ทำดังนี้
    1. คลิกดูบันทึกการนำเข้าข้อมูลหรือส่งออกรายงานผู้ใช้
    2. หากรายการงานไม่เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับรายงานที่ส่งออก ให้คลิกงาน จากนั้น ลิงก์รายงาน
    3. คลิกเปิดใน Google ชีตเพื่อเปิดรายงานในชีต
  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการหยุดการนําเข้าที่กําลังดําเนินอยู่ ให้คลิกหยุดการนําเข้า ซึ่งระบบอาจใช้เวลาสักครู่ และกระบวนการนำเข้าจะไม่ย้อนกลับ หากคุณเรียกใช้กลุ่มอื่นๆ พร้อมกัน กลุ่มเหล่านั้นจะยังคงนําเข้าต่อไป ระบบจะไม่ลบข้อมูล Teams ที่นำเข้าก่อนการหยุดออกจาก Workspace

เมื่อนำเข้าข้อมูลเสร็จแล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมสถิติการนำเข้า รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการนำเข้าข้อมูล Chat

ขั้นตอนที่ 6: เรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้า

หลังจากนำเข้าข้อมูลชุดหนึ่งเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่เพิ่มหรือที่อัปเดตใหม่ไปยัง Workspace ได้ นอกจากนี้ คุณยังใช้การนำเข้าแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่นำเข้าไม่สำเร็จในการนำเข้าครั้งแรกได้ด้วย

หากคุณนำเข้าข้อมูลเดียวกันใน 2 ชุดแยกกัน การนำเข้าแบบเดลต้าจะไม่สร้างรายการที่ซ้ำกัน ตราบใดที่คุณยังไม่ได้คลิกออกจากการนำเข้าเพื่อนำเข้าข้อมูลชุดใดชุดหนึ่งออก

อย่าเรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้าหากคุณอัปเดตคอลัมน์อีเมลปลายทางในการจับคู่ข้อมูลประจำตัวหลังจากนำเข้าข้อมูลเสร็จแล้ว การนําเข้าแบบเดลต้าจะไม่คัดลอกข้อมูลไปยังอีเมลใหม่ ให้เรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเต็มอีกครั้งแทนการเรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้า

โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเรียกใช้การนําเข้าแบบเดลต้าสําหรับข้อมูลแชท

ขั้นตอนที่ 7: สร้างพื้นที่ทำงานและข้อความที่ผู้ใช้ดูได้

หลังจากนำเข้าข้อมูลเสร็จแล้ว ให้สร้างพื้นที่ทำงานเพื่อให้ผู้ใช้ Workspace เข้าถึงพื้นที่ทำงานและข้อความที่นำเข้าได้ โดยคุณต้องดำเนินการนี้ให้เสร็จภายใน 90 วันนับจากวันที่เริ่มการนำเข้า ไม่เช่นนั้นพื้นที่ทำงานที่นำเข้าแล้วจะถูกลบ

สำคัญ: อย่าทำตามขั้นตอนเหล่านี้หากคุณยังต้องเรียกใช้การนำเข้าแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่เพิ่มหรือที่อัปเดตใหม่ไปยัง Workspace คุณจะดำเนินการนำเข้าแบบเดลต้าไม่ได้หลังจากคลิกสร้างพื้นที่ทำงาน

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้คลิกสร้างพื้นที่ทำงาน คุณสามารถตรวจสอบจำนวนพื้นที่ทำงานและข้อความที่นำเข้าสำเร็จได้ในแบบเรียลไทม์
  2. เมื่อกระบวนการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้คลิกดาวน์โหลดบันทึกเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ทำงานและสมาชิกที่เพิ่มไปยังบัญชี Workspace ของผู้ใช้สำเร็จ
  3. หากนำเข้าพื้นที่ทำงานไม่สำเร็จ ให้คลิกสร้างพื้นที่ทำงานอีกครั้งเพื่อลองทำกระบวนการในพื้นที่ทำงานทั้งหมดที่นำเข้าไม่สำเร็จอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 8: ออกจากรายงานการนำเข้าข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์

เมื่อออกจากการนำเข้าข้อมูลแล้ว คุณจะเข้าถึงข้อมูลการกำหนดค่าหรือรายงานไม่ได้อีกต่อไป

วิธีออกจากการนำเข้าข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์

  1. (ไม่บังคับ) หากต้องการบันทึกรายงานจากการนำเข้าข้อมูล ให้คลิกดูบันทึกการนำเข้าข้อมูล จากนั้น ส่งออกรายงานเว็บไซต์
  2. คลิกออกจากการนำเข้า จากนั้น ออกและลบการนำเข้า

การนำเข้าข้อมูลมีไว้เพื่อเป็นฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยในการปฏิบัติตามกฎหมาย คุณและองค์กรของคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายขององค์กร หากคุณต้องใช้ไฟล์และโฟลเดอร์เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ให้พิจารณาสำรองข้อมูลไฟล์ใน Teams ก่อนนำเข้าข้อมูลไปยัง Google Workspace

เมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ย้ายข้อมูลของ Google Workspace


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง