มีผลกับรุ่นต่างๆ ของ Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชําระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google
บัญชี Google Workspace ของคุณอาจต้องชำระภาษี เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีสินค้าและบริการ (GST) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของคุณ
หมายเหตุ: หากต้องการข้อมูลสําหรับภูมิภาคอื่น ให้เลือกภูมิภาคจากรายการด้านล่างนี้ ซึ่งรายการจะเรียงตามลําดับตัวอักษรตามรหัสประเทศ ไม่ใช่ชื่อประเทศ โปรดดูรายละเอียดที่รายการรหัสประเทศ แม้ว่าที่ตั้งธุรกิจของคุณจะไม่อยู่ในรายการนี้ คุณอาจยังต้องรับผิดชอบในการชำระภาษีสําหรับบริการของ Google Workspace
Google ให้คำปรึกษาด้านภาษีแก่คุณไม่ได้ หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีของคุณ
แสดงข้อมูลสำหรับ
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
Google Australia Pty Limited
ใบแจ้งหนี้ที่ออกโดย Google Australia Pty Limited จะรวมภาษีสินค้าและบริการ (GST) 10% ของมูลค่าบริการที่เก็บภาษีได้ ภาษีนี้มีผลต่อบัญชี Google ใดๆ ก็ตามที่มีที่อยู่ธุรกิจในออสเตรเลีย
โปรดตรวจสอบว่าคุณได้ส่งการชำระเงินโดยใช้ข้อมูลการโอนเงินในใบแจ้งหนี้ที่คุณได้รับจาก Google Australia Pty Limited
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
VAT ในบาห์เรน
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% ใน Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามกฎหมายของบาห์เรน
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในเบนิน
Google จะเรียกเก็บ VAT 18% สำหรับบริการดิจิทัลที่มอบให้แก่บุคคลธรรมดาในเบนิน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในเบนิน
สำหรับบัญชีธุรกิจ เราจะไม่เพิ่ม VAT ลงในค่าบริการ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่จ่ายภาษีตามอัตราในเบนิน หรือคุณจะแจ้ง Identifiant Fiscal Unique (IFU) ให้ Google ทราบก็ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของเบนิน ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อน IFU
- คลิกบันทึก
บราซิล
ลูกค้าชาวบราซิลที่ชำระค่าบริการ Google ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ใช้กับธุรกรรมระหว่างประเทศ
- รายละเอียดปลีกย่อยของอัตราแลกเปลี่ยน
ลูกค้าที่ลงชื่อสมัครใช้หรือเปลี่ยนไปใช้การชำระเงินในสกุลเรียลบราซิลจะไม่อยู่ภายใต้รายการเหล่านี้ ดูเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในเบลารุส
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 20% จากบริการดิจิทัลสําหรับบัญชีบุคคลธรรมดาในเบลารุสหรือบัญชีธุรกิจที่มีสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในเบลารุส
สําหรับบัญชีของธุรกิจที่มีสถานะภาษีเป็นธุรกิจ เราจะไม่บวก VAT ลงในค่าบริการ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมินและจ่ายภาษีด้วยตัวเองตามอัตราในเบลารุส
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
ภาษีในแคนาดา
ปัจจุบันคุณทำสัญญากับ Google LLC สำหรับบริการทั้งหมดของ Google Workspace หากคุณมีที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินในแคนาดา Google จะคำนวณและเรียกเก็บภาษีตามที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินของคุณ เว้นแต่คุณจะอ้างสิทธิ์การยกเว้นได้ รัฐในที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินในใบแจ้งหนี้จะเป็นตัวกำหนดอัตราภาษี ซึ่งหน่วยงานด้านภาษีของแคนาดาเป็นผู้กำหนดอัตราดังกล่าวและอาจมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานเห็นสมควร โปรดปรึกษาหน่วยงานด้านภาษีในท้องถิ่นเกี่ยวกับอัตราภาษีในปัจจุบัน
ขอยกเว้น
คุณสามารถขอยกเว้นภาษีต่อไปนี้ได้โดยแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณให้เราทราบ
- ภาษีสินค้าและบริการ (GST) - เป็นอัตราของรัฐบาลกลางที่มีผลบังคับใช้ในทุกพื้นที่ของแคนาดา
- ภาษีการขายแบบรวม (HST) - มีผลบังคับใช้ในออนแทรีโอ นิวบรันสวิก นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ โนวาสโกเชีย และพรินซ์เอดเวิร์ดไอแลนด์
- ภาษีการขายของควิเบก (QST) - มีผลบังคับใช้ในควิเบก นอกเหนือจากภาษี GST
- ภาษีการขายของรัฐ (PST) - มีผลบังคับใช้ในบริติชโคลัมเบีย แมนิโทบา และซัสแคตเชวัน นอกเหนือจากภาษี GST
ในแคนาดา Google LLC ได้จดทะเบียนอยู่ภายใต้ระเบียบ GST/HST แบบรวบรัดตามมาตรา 211.11 ของพระราชบัญญัติ Excise Tax Act รวมถึงได้จดทะเบียนอยู่ภายใต้ระเบียบ QST แบบรวบรัดตามมาตรา 477.5 ของพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับภาษีการขายของควิเบก
โปรดดูขั้นตอนการระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่หัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของแคนาดา ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณ
- คลิกบันทึก
VAT ในสวิตเซอร์แลนด์
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 8.1% จากบริการดิจิทัลที่มีให้ลูกค้า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในชิลี
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 19% สำหรับบริการดิจิทัล ยกเว้นกรณีที่แจ้งข้อมูล VAT แล้ว Google จำเป็นต้องรวบรวมหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณสำหรับระบุภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในชิลี โปรดทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- เลื่อนลงไปที่ข้อมูลภาษีของชิลีแล้วคลิกแก้ไข
- ป้อนข้อมูลต่อไปนี้
- คุณลงทะเบียนในชิลีในฐานะผู้เสียภาษี VAT หรือไม่ - เลือกใช่หากคุณลงทะเบียน
- คุณได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม (Impuesto adicional) ใช่ไหม
- ใช่ - Google จะเรียกเก็บ VAT จากคุณ
- ไม่ใช่ - Google จะไม่เรียกเก็บ VAT จากคุณ คุณต้องรายงานภาษีโดยตรง
- ในช่องหมายเลขผู้เสียภาษี (RUT/RUN) หมายเลขผู้เสียภาษีของคุณ (RUT/RUN)
- คลิกบันทึก
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในโคลอมเบีย
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 19% สำหรับบริการดิจิทัล ยกเว้นกรณีที่แจ้งข้อมูล VAT แล้ว Google จำเป็นต้องรวบรวมหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณสำหรับระบุภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในโคลอมเบีย โปรดทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- เลื่อนลงไปที่ข้อมูลภาษีของโคลอมเบียแล้วคลิกแก้ไข
- ป้อนข้อมูลต่อไปนี้
- คุณจดทะเบียนภายใต้ Regimen Comun ใช่ไหม - เลือกใช่ หากจดทะเบียนแล้ว
- Numero de Identificación Tributaria (NIT) - ป้อน NIT ของโคลอมเบีย
- โปรดอัปโหลดแบบฟอร์ม RUT (แบบฟอร์มจดทะเบียนภาษีเฉพาะ) - คลิกเลือกไฟล์และอัปโหลดเอกสาร RUT ในรูปแบบ PDF
- คลิกบันทึก
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
VAT ในเอสโตเนีย
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 24% จากบริการดิจิทัลที่ให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของเอสโตเนีย
หากคุณจดทะเบียนภาษีในเอสโตเนียไว้ คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้กับ Google ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ไปที่หัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของเอสโตเนีย ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณ
- คลิกบันทึก
VAT ในอียิปต์
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 14% จากบริการดิจิทัล และเรียกเก็บ VAT 10% จากบริการให้คำปรึกษา ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในอียิปต์
หากมีสถานะเป็นบัญชีบุคคลธรรมดา คุณจะต้องชำระ VAT และหากมีสถานะเป็นบัญชีธุรกิจ คุณก็ต้องชำระ VAT เว้นแต่คุณจะแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ID) ให้ทาง Google ทราบ หากต้องการอัปเดตระเบียน VAT ของ Google โปรดทำตามขั้นตอนในหน้านี้เพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
หมู่เกาะของสเปน
Google จะเรียกเก็บภาษีจากบัญชีในหมู่เกาะสเปนที่มีสถานะภาษีเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นดังต่อไปนี้
- จังหวัด Las Palmas และ Santa Cruz de Tenerife: 7% สำหรับภาษีทางอ้อมทั่วไปของเกาะคะแนรี (IGIC)
- จังหวัด Ceuta และ Melilla: 0.5% สำหรับภาษีการผลิต บริการ และนําเข้า (IPSI)
หากคุณอาศัยอยู่ใน 1 ใน 4 จังหวัดที่ระบุไว้ด้านบน โปรดยืนยันว่าโปรไฟล์การชําระเงินแสดงที่อยู่ธุรกิจที่ถูกต้องเพื่อให้เราคำนวณภาษีที่เกี่ยวข้องได้ โปรดทําตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตที่อยู่ธุรกิจ
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
VAT ในฝรั่งเศส
ลูกค้าใหม่ในฝรั่งเศสจะลงชื่อสมัครใช้ได้เฉพาะบัญชีธุรกิจเท่านั้น
หากที่อยู่ธุรกิจของคุณอยู่ในฝรั่งเศส ข้อกำหนด VAT ของบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินของ Google จะขึ้นอยู่กับนิติบุคคลสำหรับการเรียกเก็บเงินของคุณ
ตรวจสอบข้อมูลสำหรับนิติบุคคลสำหรับการเรียกเก็บเงิน
วิธีค้นหานิติบุคคลสำหรับการเรียกเก็บเงิน
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
- คลิกดูใบแจ้งหนี้ถัดจากการสมัครใช้บริการ
- ในส่วนใบแจ้งหนี้ PDF ให้คลิกหมายเลขใบแจ้งหนี้
- ค้นหานิติบุคคลสำหรับการเรียกเก็บเงินที่ด้านบนของใบแจ้งหนี้
สิ่งที่เราจะดำเนินการหากนิติบุคคลของคุณคือบริษัทต่อไปนี้
- Google France SARL - เราจะเรียกเก็บ VAT คุณต้องระบุหมายเลข VAT, SIRET หรือ SIREN โดยขึ้นอยู่กับสถานะภาษีของคุณ โปรดดูขั้นตอนที่หัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- Google Ireland Limited - เราจะไม่เพิ่มการเรียกเก็บ VAT ในบัญชีของคุณ เว้นแต่คุณจะเลือกวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็น "ไม่ใช่ธุรกิจแต่มีสิทธิ์" ในระหว่างการลงชื่อสมัครใช้ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมินด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยข้อกำหนดนี้เป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC โปรดไปที่หัวข้อประเมิน VAT ด้วยตนเอง (อ่านต่อในหน้านี้)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
มีผลเฉพาะในกรณีที่นิติบุคคลสำหรับการเรียกเก็บเงินของคุณคือ Google Ireland Limited
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง เมื่อคุณมีหมายเลข VAT แล้ว ให้ทำดังนี้
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - ป้อนหมายเลข VAT โดยทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
มีผลเฉพาะในกรณีที่นิติบุคคลสำหรับการเรียกเก็บเงินของคุณคือ Google Ireland Limited
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Limited จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของฝรั่งเศส ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลข VAT, SIRET หรือ SIREN
- คลิกบันทึก
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
หากคุณเป็นลูกค้าของ Google Ireland Limited นับจากนี้เป็นต้นไป เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในจอร์เจีย
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 18% ใน Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามกฎหมายของจอร์เจีย
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
VAT ในอินโดนีเซีย
Google จะเรียกเก็บ VAT 11% สำหรับบริการดิจิทัลในอินโดนีเซียเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของอินโดนีเซีย
ภาพรวมของ VAT
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นองค์กรโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีองค์กร คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
ระบุชื่อ ที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงิน และหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
คุณต้องยืนยันว่าชื่อและที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินในโปรไฟล์การชำระเงินด้วยบริการของ Google ของคุณตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียนกับหน่วยงานด้านภาษีของอินโดนีเซียทุกประการ Google จึงจะออก Faktur Pajak ที่ถูกต้องให้คุณได้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐบาลท้องถิ่น ข้อมูลนี้จะใช้กับ NIK (หมายเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขประจำตัวผู้พำนักอาศัย), NPWP (หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี) หรือ NITKU (หมายเลขรหัสที่ตั้งธุรกิจ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีของคุณ
วิธียืนยันหรือแก้ไขข้อมูล
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้อบัญชีบุคคลธรรมดา: อัปเดตที่อยู่และ NIK หรือบัญชีขององค์กร: อัปเดตข้อมูลติดต่อและ NPWP (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace
ขอภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Bukti Potong)
หากต้องการให้หักภาษี 2% จากใบแจ้งหนี้ Workspace และไม่ให้มียอดค้างชำระในบัญชี คุณต้องส่งใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Bukti Potong) มาให้เรา โปรดส่งใบกำกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ระบบหักภาษี
ขั้นตอนสำหรับใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยคิวอาร์โค้ด
ส่งใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายไปยังอีเมลใดอีเมลหนึ่งต่อไปนี้ตามวิธีการชำระเงินของคุณ ในบรรทัดเรื่อง ให้ป้อนใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย PTGCI โดยให้ส่งไปยังที่อยู่ตามวิธีการชำระเงินดังนี้
- บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตหรือโอนผ่าน ATM - eps-wht@google.com
- ใบแจ้งหนี้ - collections@google.com
ขั้นตอนสำหรับใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ไม่มีคิวอาร์โค้ด
ส่งใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้นฉบับของคุณโดยใช้ POS Indonesia ไปยังที่อยู่ต่อไปนี้ โดยให้ส่งไปยังที่อยู่ตามวิธีการชำระเงินดังนี้
- บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต หรือการโอนผ่าน ATM
PO BOX 176 Cibinong 16900
Jl. Tegar Beriman No.7
Pakansari, Cibinong, Bogor
Jawa Barat 16914-Indonesia
- ใบแจ้งหนี้
PO BOX 188 Cibinong 16900
Jl. Tegar Beriman No.7
Pakansari, Cibinong, Bogor
Jawa Barat 16914-Indonesia
ยืนยันสถานะผู้เก็บ VAT
หากมีสถานะผู้เก็บ VAT คุณต้องแสดงประกาศการจดทะเบียน (Surat Keterangan Terdaftar หรือ SKT) ที่ออกโดยกระทรวงการคลังแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Kementerian Keuangan Republik Indonesia)
วิธีอัปโหลด SKT
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ถัดจากข้อมูลการยกเว้นภาษี ให้คลิกแก้ไข
- คลิกอัปโหลดไฟล์ แล้วเลือก SKT
- หลังจากอัปโหลดไฟล์แล้ว ให้คลิกเพิ่ม
บันทึก
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะผู้เก็บ VAT
บัญชีบุคคลธรรมดา: อัปเดตที่อยู่และ NIK
หากมีบัญชีบุคคลธรรมดาและเคยระบุ NPWP ไว้ก่อนหน้านี้ คุณต้องอัปเดตการตั้งค่าการชำระเงินด้วย NIK เพื่อหลีกเลี่ยงการออกใบแจ้งหนี้หรือการหยุดชะงักของบริการ
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนที่อยู่ ให้คลิกแก้ไข
- อัปเดตที่อยู่ให้ตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับหน่วยงานด้านภาษีของอินโดนีเซียสำหรับ NIK ของคุณ
- ในส่วนข้อมูลภาษีของอินโดนีเซีย ให้คลิกแก้ไข
- สำหรับหมายเลขประจำตัวผู้พำนักอาศัย (NIK) ให้ป้อน NIK
- คลิกบันทึก
บัญชีขององค์กร: อัปเดตข้อมูลติดต่อและ NPWP
รูปแบบ NPWP เปลี่ยนจาก 15 หลักเป็น 16 หลัก โดยเพิ่มเลขศูนย์ (0) ไว้หน้าหมายเลขที่มีอยู่
วิธีอัปเดตหมายเลขเป็นรูปแบบ 16 หลัก
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนชื่อองค์กรและที่อยู่ขององค์กร ให้คลิกแก้ไข
และตรวจสอบว่าชื่อและที่อยู่ขององค์กรตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียนไว้กับหน่วยงานด้านภาษีของอินโดนีเซีย
- ในส่วนข้อมูลภาษีของอินโดนีเซีย ให้คลิกแก้ไข
- เลือกสำนักงานสาขาหรือสำนักงานที่บ้าน
- (สำนักงานสาขาเท่านั้น) สำหรับ Nomor Identitas Tempat Kegiatan Usaha (NITKU) ให้ป้อนหมายเลข NITKU 22 หลัก
- สำหรับ Nomor Pokok Wajib Pajak (NPWP) ให้ป้อน NPWP 16 หลัก
- คลิกบันทึก
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดาวน์โหลดหรือพิมพ์ธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
VAT 56B
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
บัญชีธุรกิจในไอร์แลนด์
หากธุรกิจของคุณตั้งอยู่ในประเทศไอร์แลนด์และมีสถานะใบอนุญาต VAT 56B โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและสำเนาใบอนุญาต หากคุณไม่ได้รับการอนุญาตแบบ VAT 56B เราจะรวม VAT ของไอร์แลนด์ไว้ในใบแจ้งหนี้ค่าใช้บริการโดยอัตโนมัติ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป (EU) ที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
หากคุณเป็นลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด เราจะยังเรียกเก็บ VAT ในไอร์แลนด์ต่อไป
GST ในอินเดีย
Google จะใช้ภาษีสินค้าและบริการ (GST) สำหรับการขายและบริการทั้งหมดของผู้ซื้อในอินเดียที่ซื้อจาก Google อินเดียหรือองค์กรในต่างประเทศ
อัปเดตข้อมูลภาษี
เราจำเป็นต้องใช้หมายเลขประจำตัว GST ของคุณ (GSTIN) รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการคำนวณภาษีให้เหมาะสม หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดต GSTIN หรือข้อมูลภาษีอื่นๆ
โมเดล GST
GST ในอินเดียเป็นโมเดลธุรกรรมแบบ 2 ชั้น โดยจะมีการเรียกเก็บภาษีดังต่อไปนี้
- ธุรกรรมภายในรัฐ - เมื่อผู้ให้บริการ (Google) และผู้รับบริการ (ลูกค้า) อยู่ในรัฐเดียวกัน ธุรกรรมนั้นจะต้องเสีย GST ส่วนกลาง (ภาษีส่วนกลาง) และ GST ของรัฐ (ภาษีของรัฐ)
- ธุรกรรมระหว่างรัฐ - เมื่อผู้ให้บริการ (Google) และผู้รับบริการ (ลูกค้า) อยู่ในรัฐหรือดินแดนสหภาพที่แตกต่างกัน ธุรกรรมนั้นจะต้องเสีย GST รวม (ภาษีรวม)
- ธุรกรรมระหว่างประเทศ - เมื่อผู้ให้บริการ (Google) อยู่ภายนอกอินเดีย และผู้รับบริการ (ลูกค้า) อยู่ในอินเดีย ธุรกรรมนั้นจะถือเป็นการนำเข้าบริการ ส่วนบริการจากองค์กรต่างประเทศ เช่น การเข้าถึงหรือเรียกใช้ฐานข้อมูลและข้อมูลแบบออนไลน์ (OIDAR) จะต้องเสียภาษีดังนี้
- หากลูกค้าไม่ได้ให้ข้อมูล GSTIN ไว้ ธุรกรรมนั้นจะต้องเสียภาษีรวม
- หากลูกค้าให้ข้อมูล GSTIN ไว้ ลูกค้ามีหน้าที่เสียภาษีทุกประเภท
หากมีข้อสงสัย
อัตราภาษีคืออะไร
หากเป็นการใช้ภาษีรวม Google จะแสดงอัตราภาษีสำหรับบริการที่ 18% โดยเมื่อรวมอัตราภาษีส่วนกลางกับภาษีของรัฐจะอยู่ที่ประมาณ 18%
จะใช้ที่อยู่ใดในการคำนวณภาษี
ระบบคำนวณ GST ตามที่อยู่ของคุณ โดยจะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินดังนี้
- หากคุณชำระเงินแบบอัตโนมัติ - ระบบจะคำนวณภาษีตามที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงิน
- หากคุณได้รับใบแจ้งหนี้เป็นรายเดือนและระบุที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินไว้ - เราจะใช้ที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินนั้น แต่หากไม่ได้ระบุที่อยู่ เราจะใช้ที่ตั้งตามกฎหมายของธุรกิจ
หากไม่มี GSTIN ฉันจะลงชื่อสมัครใช้ Google Workspace ได้ไหม
ไม่ได้ สำหรับการลงชื่อสมัครใช้ใหม่ทั้งหมด บัญชี Google Workspace จะเป็นบัญชีธุรกิจ ซึ่ง GSTIN มีความจำเป็นสำหรับบัญชีธุรกิจ
ฉันต้องทำอย่างไรหากฉันมี UIN แต่ไม่มี GSTIN
คุณไม่สามารถลงชื่อสมัครใช้ Google Workspace ด้วย Unique Identification Number (UIN) ได้
หากฉันอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฉันจะตั้งค่าบัญชี Google เป็นบัญชีธุรกิจได้อย่างไร
เมื่อได้รับข้อความแจ้งระหว่างการลงชื่อสมัครใช้หรือการตั้งค่าการเรียกเก็บเงิน ให้เลือก SEZ เป็นสถานะภาษี จากนั้นคุณจะเห็นตัวเลือกให้ใส่ GSTIN และอัปโหลดใบรับรองเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ของคุณ
หากมี GSTIN แต่ไม่มีธุรกิจ ฉันจะใช้บัญชีบุคคลธรรมดาได้ไหม
ผู้ใช้ปัจจุบันที่มีบัญชีบุคคลธรรมดาสามารถใช้ GSTIN กับบัญชีของตนเองได้ โดยเลือกสถานะภาษีเป็นบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียน การลงชื่อสมัครใช้ใหม่จะใช้บัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้
หากคุณไม่ได้ใส่ GSTIN ในบัญชีบุคคลธรรมที่จดทะเบียน เราจะถือว่าคุณเป็นบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียน และจะเรียกเก็บภาษี GST ตามที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินของคุณ ซึ่งหากที่อยู่ดังกล่าวอยู่ในรัฐหรยาณา Google จะเรียกเก็บภาษีส่วนกลางรวมกับภาษีของรัฐจากคุณ แต่หากมีที่อยู่ในรัฐอื่น Google จะเรียกเก็บภาษีรวมแทน
GSTIN ของ Google India Private Limited คืออะไร
GSTIN ของ Google India Private Limited คือ 06AACCG0527D1Z8
Google India Private Limited ส่งใบแจ้งหนี้มาจากที่ไหน
Tower B, Unitech Signature Tower II, Sector 15, Part-I Village Silokhera, Gurugram, Haryana – 122002
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่า Google เรียกเก็บ GST ในอัตราที่ถูกต้อง
รัฐบาลอินเดียเป็นผู้กำหนดอัตรา GST โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากข้อกำหนดในการให้บริการ (TOS)
ฉันจะอัปเดต GSTIN ได้อย่างไร
คุณสามารถเพิ่ม GSTIN ได้หลายรายการในโปรไฟล์การชำระเงิน ซึ่งรัฐจะเป็นผู้กำหนด GSTIN ข้อมูลรัฐใน GSTIN และในที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงินของบัญชีการชำระเงินจะต้องตรงกัน ไม่เช่นนั้น เราจะเรียกเก็บเงินจากบัญชีโดยถือว่าไม่มีการระบุ GSTIN ไว้
ฉันจะเพิ่ม GSTIN ใหม่และใช้กับใบแจ้งหนี้ก่อนหน้านี้ได้ไหม
ไม่ได้ GSTIN ที่เพิ่มใหม่จะเริ่มใช้กับการเรียกเก็บเงินในรอบถัดไป
โปรดดูข้อมูล TOS ของผลิตภัณฑ์
GSTIN ของฉันจะแสดงในใบแจ้งหนี้ไหม
ได้ โดย GSTIN ที่ตรงกับรัฐในที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินจากบัญชีการชำระเงินจะแสดงในใบแจ้งหนี้ หาก GSTIN ไม่ตรงกับรัฐในที่อยู่ดังกล่าว ก็จะไม่แสดงในใบแจ้งหนี้
ใบแจ้งหนี้จะแสดง GSTIN ของทั้ง Google และบัญชีของคุณ
เกี่ยวกับใบรับรอง TDS
ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (TDS) มีความจำเป็นต้องใช้ในทุกไตรมาส (โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากรของอินเดีย)
ใบรับรองรายไตรมาสที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน กันยายน ธันวาคม และมีนาคม จะต้องออกให้ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม, 30 ตุลาคม, 30 มกราคม และ 15 พฤษภาคม ตามลำดับ
ใบรับรอง TDS ที่ส่งหลังจากวันที่ 30 เมษายนของปีงบประมาณปัจจุบันจะใช้สำหรับปีงบประมาณก่อนหน้าไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ใบรับรองทั้งหมดสำหรับปีงบประมาณ 2017 - 2018 จะต้องส่งภายในวันที่ 30 เมษายน 2018
การส่งใบรับรอง TDS
หากบัญชี Google ของคุณใช้การแจ้งหนี้รายเดือน ให้ส่งสำเนาดิจิทัลของใบรับรอง TDS (ที่ลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับรองที่ลงนามแล้วในรูปแบบไฟล์สแกน PDF อย่างใดอย่างหนึ่ง) ไปที่ collections@google.com โดยตรง
หากคุณชำระเงินด้วยตนเองหรือใช้การชำระเงินอัตโนมัติสำหรับบัญชี โปรดเลือกวิธีในการส่งใบรับรอง TDS ดังต่อไปนี้
- ส่งใบรับรอง TDS ที่ลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กับเราทางอีเมล บัญชีของคุณจะได้รับจำนวนเครดิตเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว
- ส่งสำเนาใบรับรอง TDS ที่ลงนามแล้วพร้อมกับจดหมายนำส่งที่มีรหัสลูกค้า 10 หลักไปยังที่อยู่ต่อไปนี้
Google India Pvt Ltd.
9th Floor, Building 8, Tower C
DLF Cyber City, DLF Phase 2
Gurgaon, Haryana
122002 India
หลังจากส่งเอกสารแล้ว โปรดติดต่อเราทางอีเมลพร้อมรายละเอียดต่อไปนี้เพื่อขอรับเครดิต
- สำเนาดิจิทัลของใบรับรอง TDS (ใบรับรอง TDS ที่ลงชื่อแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือที่ลงชื่อแล้วสแกนเป็นไฟล์ PDF แบบใดแบบหนึ่ง)
- รายละเอียดการแจ้งเมื่อส่งถึงของผู้จัดส่ง
หมายเลขบัญชีถาวรของ Google (PAN) คือ AACCG0527D และที่อยู่จดทะเบียนในใบรับรอง TDS ควรเป็นดังนี้
Google India Pvt Ltd.
No.3, RMZ Infinity, Tower E,
Old Madras Road, 4th & 5th Floor,
Bangalore – 560 016
อินเดีย
อัปเดต GSTIN หรือข้อมูลภาษีอื่นๆ
คุณสามารถป้อนหรือเปลี่ยนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสินค้าและบริการ (GSTIN) สถานะภาษี และข้อมูลภาษีอื่นๆ ได้ในหน้าการตั้งค่าการชำระเงิน
หลังจากอัปเดต GSTIN แล้ว หมายเลขใหม่จะแสดงในใบแจ้งหนี้ของเดือนถัดไป เช่น หากคุณเปลี่ยน GSTIN ในวันที่ 4 เมษายน หมายเลขใหม่จะแสดงในใบแจ้งหนี้ที่จะได้รับในเดือนพฤษภาคมและในเดือนต่อๆ ไป
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- เลื่อนลงไปที่ข้อมูลภาษีของอินเดีย แล้วคลิกแก้ไข
- ป้อนหรือเปลี่ยน GSTIN สถานะภาษี หรือข้อมูลภาษีอื่นๆ
- คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ ในอินเดีย สถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจมีดังนี้
- ธุรกิจ
- การปกครอง
- องค์การสหประชาชาติ
- สถานทูต
- หน่วยงานท้องถิ่น
- หน่วยงานภาครัฐ
- SEZ (เขตเศรษฐกิจพิเศษ)
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดามีดังนี้
- บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียน - คุณมี GSTIN ที่ต้องการป้อน
- บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียน - คุณไม่มี GSTIN หรือไม่ต้องการป้อนรหัสดังกล่าว
สำหรับสถานะภาษีธุรกิจและบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียน การป้อนข้อมูลภาษีจะช่วยให้แน่ใจว่า Google จะคิดค่าบริการพร้อมด้วยภาษีที่ถูกต้อง หากไม่ป้อนข้อมูลภาษี ค่าบริการในบัญชีของคุณอาจสูงขึ้น คุณจำเป็นต้องป้อนข้อมูลภาษีเพิ่มเติมสำหรับสถานะภาษีบางรายการ ส่วนบางรายการก็ไม่จำเป็นต้องป้อน ซึ่งสามารถทราบได้โดยตรวจสอบข้อมูลภาษีของอินเดีย เพื่อดูว่ามีการติดป้ายกำกับ (ไม่บังคับ) หรือไม่
คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
มาตรา 206AB ของพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปี 1961
Google ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้สำหรับปีการประเมิน 2 ปีที่เกี่ยวข้องกับ 2 ปีก่อนหน้าทันทีก่อนปีที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งเลยกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ระบุไว้ในมาตรา 139(1) ของกฎหมายภาษีเงินได้ปี 1961 ("กฎหมาย")
ด้วยเหตุนี้ Google จึงไม่ถือว่าอยู่คําจํากัดความของ "บุคคลที่ระบุ" ตามที่ระบุไว้ในบทบัญญัติมาตรา 206AB ของพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ในปี 1961 ดังนั้นอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ให้ไว้ในมาตราข้างต้นจะไม่มีผล
ภาพรวมของ VAT
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นองค์กรโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีองค์กร คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในอิตาลี
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น Google Cloud Italy S.r.l. จะเรียกเก็บ VAT 22% จาก Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google
หากคุณจดทะเบียน VAT ในอิตาลี Google จำเป็นต้องใช้หมายเลข VAT ของคุณเพื่ออัปเดตระเบียนและพิมพ์ข้อมูลภาษีของคุณในใบแจ้งหนี้ นอกเหนือจากใบแจ้งหนี้เชิงพาณิชย์ของ Google แล้ว คุณจะได้รับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ท้องถิ่นด้วย หากต้องการสร้างใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ เราต้องมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้องของคุณ โปรดทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
การยกเว้น VAT ในซานมารีโนและนครวาติกัน
องค์กรซึ่งมีที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินในซานมารีโนและนครวาติกันได้รับการยกเว้น VAT Google จะต้องออกใบกำกับภาษีท้องถิ่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดง VAT 0% ให้กับลูกค้าแบบธุรกิจกับธุรกิจและแบบธุรกิจกับผู้บริโภคทุกรายที่ระบุ VAT หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ระบบจะสร้างใบกำกับภาษีท้องถิ่นแบบอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะเมื่อมีการเพิ่ม VAT หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินของคุณ
หากต้องการเพิ่มหมายเลข VAT หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
การยกเว้นผู้ส่งออกประจำ
หากองค์กรของคุณเป็นผู้ส่งออกประจํา (HE) และมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้น VAT โปรดส่งใบประกาศเจตนารมณ์ (DOI) ไปยังหน่วยงานด้านภาษีของอิตาลีสำหรับแต่ละปีที่มีการใช้สถานะ HE หน่วยงานด้านภาษีของอิตาลีจะให้ DOI ที่ได้อนุมัติแล้วแก่ Google ผ่าน Cassetto Fiscale (ลิ้นชักภาษี) เมื่อได้รับ DOI ใน Cassetto Fiscale ของ Google เราจะอัปเดตบัญชีการเรียกเก็บเงินเพื่อให้แสดงสถานะ HE สำหรับใบแจ้งหนี้ของปีนั้น
การยกเว้นการชำระเงินแบบแยก
องค์กรที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดสำหรับการชำระเงินแบบแยก (SP) มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้น VAT โดย Google จะกำหนดการมีสิทธิ์ SP ของคุณโดยอัตโนมัติเป็นรายทุกเดือนโดยอ้างอิงรายชื่อการมีสิทธิ์ของรัฐบาล SP ที่เผยแพร่ต่อไปนี้
รายการสิทธิ์ SP จะอิงตามรหัสทางการเงิน (Codice Fiscale) เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการเรียกเก็บเงินของเรากำหนดการมีสิทธิ์ SP ของคุณอย่างถูกต้อง โปรดเพิ่มรหัสภาษีของคุณในบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงิน การเพิ่มรหัสภาษีของคุณมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งหากหมายเลขดังกล่าวไม่ใช่หมายเลขเดียวกับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Partita IVA)
วิธีเพิ่มรหัสทางการเงินในบัญชี Google Workspace
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- เลื่อนไปที่ข้อมูลภาษีของอิตาลีแล้วคลิกแก้ไข
- ป้อนรหัสทางการเงินในส่วนรหัสทางการเงิน
- คลิกบันทึก
นอกจากนี้ การมีสิทธิ์ SP ยังพิจารณาจากการเปรียบเทียบชื่อบริษัทในบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินของ Google Workspace กับชื่อบริษัทในรายการสิทธิ์อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจยิ่งขึ้นว่าระบบการเรียกเก็บเงินของเรากำหนดการมีสิทธิ์ SP ของคุณอย่างถูกต้อง โปรดกำหนดชื่อทั้งสองให้ตรงกัน
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
หน่วยงานบริหารรัฐกิจและรหัส CUP หรือ CIG
ในแง่ของภาษี จะไม่มีการยกเว้นภาษีสำหรับหน่วยงานบริหารรัฐกิจแบบผู้ประกอบการกับภาครัฐ (PA) และใบกำกับภาษีท้องถิ่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีรหัส Codice Unico di Progetto (CUP) และ Codice Identificativo Gara (CIG) สามารถใช้ได้ หากต้องการรหัส CUP หรือ CIG ในใบแจ้งหนี้ สิ่งที่คุณต้องทำจะขึ้นอยู่กับวิธีชำระใบแจ้งหนี้
ฉันชำระเงินตามใบแจ้งหนี้รายเดือน
- โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace แล้วแจ้งว่าต้องการระบุเป็น PA
- ระบุ Codice Indice Pubbliche Amministrazioni (IPA) 6 หลักและรหัส CUP หรือ CIG ที่เกี่ยวข้อง
ใบกำกับภาษีท้องถิ่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในอนาคตจะมีรหัส CUP หรือ CIG
ระบบหักเงินให้ฉันโดยอัตโนมัติ
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- เลื่อนไปที่ข้อมูลภาษีของอิตาลีแล้วคลิกแก้ไข
- เลือกช่องหน่วยงานบริหารรัฐกิจและบริษัทที่ทำหน้าที่เทียบเท่า
- ป้อน Codice IPA ในส่วนรหัสสำนักงานบริหารรัฐกิจ
- ในส่วน CUP (รหัสโปรเจ็กต์ที่ไม่ซ้ำกัน) หรือ CIG (รหัสประจำตัวผู้ให้บริการ) ให้ป้อน CUP หรือรหัส CIG
- คลิกบันทึก
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของอิตาลี ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
JCT
Google จะเรียกเก็บภาษีผู้บริโภคของประเทศญี่ปุ่น (Japan Consumption Tax หรือ JCT) 10% จาก Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น
VAT ในเคนยา
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 16% ใน Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามกฎหมายท้องถิ่น
Google จำเป็นต้องเก็บข้อมูลหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณ (หมายเลข PIN ในเคนยา) ซึ่งเราจะระบุข้อมูลนี้ไว้ในใบแจ้งหนี้ หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในบทความนี้)
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของเคนยา ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ ซึ่งบัญชีธุรกิจจะมีสถานะภาษีแบบธุรกิจ
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา ซึ่งบัญชีบุคคลธรรมดามีสถานะภาษีแบบบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
VAT ในคีร์กีซสถาน
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น Google จะเรียกเก็บ VAT 12% สำหรับบริการดิจิทัลที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าในคีร์กีซสถาน
VAT ในกัมพูชา
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% ในบริการดิจิทัลในกัมพูชาหากคุณไม่ได้แจ้งหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี (TIN) สำหรับ VAT ซึ่ง Google จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูล TIN สำหรับ VAT ที่จะแสดงอยู่ในใบแจ้งหนี้ของคุณเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น โดยทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
หากคุณอยู่ในกัมพูชาและไม่มี TIN สำหรับ VAT คุณตัดสินใจได้ว่าต้องการให้มีการดําเนินการใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในเกาหลีใต้
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% จากธุรกรรมทั้งหมดในเกาหลีใต้ตามกฎหมายท้องถิ่น
ลูกค้าทั้งหมดที่มีสถานะบัญชีบุคคลธรรมดาต้องชำระ VAT ลูกค้าที่มีสถานะบัญชีธุรกิจก็ต้องชำระ VAT ด้วยเช่นกัน เว้นแต่จะแจ้งหมายเลขการจดทะเบียนธุรกิจ (BRN) ให้ Google ทราบ หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในคาซัคสถาน
Google จะเรียกเก็บ VAT 16% สำหรับบริการดิจิทัลที่มอบให้แก่บุคคลธรรมดาในคาซัคสถาน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในคาซัคสถาน
สำหรับบัญชีธุรกิจ เราจะไม่เพิ่ม VAT ลงในค่าบริการ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่จ่ายภาษีตามอัตราในคาซัคสถาน
VAT ในลาว
Google จะเรียกเก็บ VAT 10% สำหรับบริการดิจิทัลที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าในลาวเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของลาว
หากต้องการให้หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ปรากฏในใบแจ้งหนี้ โปรดระบุ TIN ให้เรา โปรดทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- หากต้องการดูข้อมูลการยกเว้นภาษีของชื่อภูมิภาค ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อน TIN
- คลิกเพิ่ม
VAT ในลิกเตนสไตน์
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 8.1% จากบริการดิจิทัลที่มีให้ลูกค้า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในลิกเตนสไตน์
หากคุณจดทะเบียนภาษีในลิกเตนสไตน์ไว้ คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้กับ Google ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ไปที่อัปเดตข้อมูลภาษี (ด้านล่างในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
VAT ในลักเซมเบิร์ก
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 17% จาก Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของลักเซมเบิร์ก
หากคุณจดทะเบียนภาษีในลักเซมเบิร์กไว้ คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้กับ Google ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ไปที่อัปเดตข้อมูลภาษี (ด้านล่างในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
IVA ในเม็กซิโก
บริการ Google Workspace ทั้งหมดที่ทำสัญญาในเม็กซิโกจะได้รับการจัดการโดย Google Cloud Mexico LLC Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Impuesto al Valor Agregado หรือ IVA) 16% เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น หน่วยงานด้านภาษีของเม็กซิโกเป็นผู้กำหนดอัตรานี้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานเห็นสมควร
Google จำเป็นต้องรวบรวมหมายเลข Registro Federal de Contribuyentes (RFC) ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเม็กซิโกเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานด้านภาษี ตรวจสอบว่าข้อมูลภาษีของ Google ตรงกับระเบียนของหน่วยบริการด้านการบริหารภาษี (SAT) ของเม็กซิโก หากไม่เห็น ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม IVA
ก่อนที่จะเริ่มต้น: ตรวจสอบประเภทบัญชีและ RFC
ประเภทบัญชี Google ของคุณต้องตรงกับประเภท RFC เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ของเม็กซิโก เช่น หากคุณมี RFC ธุรกิจ ประเภทบัญชี Google ของคุณต้องเป็นองค์กร หากมี RFC ส่วนบุคคล ประเภทบัญชี Google ของคุณต้องเป็นบุคคลธรรมดา ในทำนองเดียวกัน โปรไฟล์การชำระเงินด้วยบริการของ Google จะยอมรับเฉพาะหมายเลข RFC ที่ตรงกับประเภทบัญชีของคุณเท่านั้น เช่น หากประเภทบัญชี Google ของคุณเป็นองค์กร โปรไฟล์การชำระเงินจะยอมรับเฉพาะ RFC ของธุรกิจ หากประเภทบัญชีและหมายเลข RFC ไม่ตรงกัน โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่ออัปเดตประเภทบัญชี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- สำหรับชื่อและที่อยู่ ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนชื่อและรหัสไปรษณีย์ให้ตรงกับที่ปรากฏในระเบียนของหน่วยบริการด้านการบริหารภาษี (SAT) ของเม็กซิโก
- สำหรับข้อมูลภาษีของเม็กซิโก ให้คลิกแก้ไข
แล้วอัปเดตตัวเลือกต่อไปนี้
- ป้อนหมายเลข RFC และระเบียบภาษีให้ตรงกับที่ปรากฏในระเบียนของ SAT
- สำหรับ Constancia de Situacion Fiscal ให้คลิกเลือกไฟล์ แล้วอัปโหลดใบรับรองการเสียภาษีของเม็กซิโกในรูปแบบ PDF
- คลิกบันทึก
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดาวน์โหลดหรือพิมพ์ธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
การแก้ปัญหา
ใบแจ้งหนี้ของฉันมีหมายเลข RFC ทั่วไป
หากใบแจ้งหนี้มีหมายเลข RFC ทั่วไป เช่น XAXX010101000 แสดงว่าใบแจ้งหนี้ถูกส่งโดยใช้ข้อมูลที่รัฐบาลเม็กซิโกไม่รู้จัก ซึ่งอาจหมายความว่า
- ข้อมูลโปรไฟล์การชำระเงินด้วยบริการของ Google ซึ่งรวมถึงชื่อและที่อยู่ของคุณไม่ตรงกับระเบียน SAT หากต้องการอัปเดตข้อมูลภาษี โปรดทำตามขั้นตอนในหน้านี้
- ประเภทบัญชี Google และหมายเลข RFC ของคุณไม่ตรงกัน ติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่ออัปเดตประเภทบัญชี
ฉันอัปเดตข้อมูล RFC แล้วและต้องการให้เรียกเก็บเงินในใบแจ้งหนี้อีกครั้ง
หลังจากอัปเดตโปรไฟล์การชำระเงินด้วยบริการของ Google ให้ตรงกับระเบียน SAT แล้ว โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace แจ้งให้ทราบว่าคุณได้อัปเดตโปรไฟล์การชำระเงินแล้วและตอนนี้ต้องการให้เรียกเก็บเงินจากใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาอีกครั้ง เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายและการเงิน จึงมีข้อจำกัดบางประการในการออกใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาอีกครั้ง ข้อกำหนดเหล่านี้กำหนดโดยรัฐบาลเม็กซิโกและอยู่นอกเหนือการควบคุมของ Google ตัวแทนฝ่ายสนับสนุนจะอธิบายข้อจำกัดดังกล่าว
SST ในมาเลเซีย
Google จะเรียกเก็บภาษีการขายและบริการ (SST) 8% จากการสมัครใช้บริการ Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในมาเลเซีย
VAT ในไนจีเรีย
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7.5% ใน Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามกฎหมายของไนจีเรีย
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในเนปาล
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 13% จากบริการดิจิทัลที่มีให้ลูกค้า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในเนปาล
หากคุณมีสถานะภาษีแบบบุคคลธรรมดา ระบบจะเรียกเก็บ VAT จากคุณ หากคุณมีสถานะภาษีแบบผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาหรือธุรกิจ คุณจะถูกเรียกเก็บ VAT เว้นแต่จะแจ้งหมายเลขบัญชีถาวร (PAN) ให้ Google ทราบ โปรดเปลี่ยนสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาและแจ้ง PAN เพื่อไม่ให้ Google เรียกเก็บ VAT จากคุณหากคุณมีบัญชีประเภทบุคคลธรรมดาและใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
หากต้องการอัปเดตระเบียน VAT ของ Google โปรดทำตามขั้นตอนในหน้านี้เพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในโอมาน
Google จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในโอมาน โดยทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
เราจะไม่บวก VAT ลงในค่าบริการ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมินและจ่ายภาษีด้วยตนเองตามอัตราในโอมาน
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในเปรู
Google จะเรียกเก็บ VAT 18% สำหรับบริการดิจิทัลในเปรู เว้นแต่คุณจะจดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษี VAT เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของเปรู ดูขั้นตอนการอัปเดตสถานะผู้เสียภาษี VAT ได้ที่อัปเดตข้อมูลภาษี (ด้านล่างในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของเปรู ให้คลิกแก้ไข
- สำหรับคุณจดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษี VAT ในเปรูใช่ไหม ให้เลือกใช่
- คลิกบันทึก
VAT ในฟิลิปปินส์
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของฟิลิปปินส์ Google จะเรียกเก็บ VAT 12% สำหรับบริการดิจิทัลที่ให้บริการแก่ลูกค้า
หากคุณจดทะเบียน VAT ในฟิลิปปินส์ Google จะเรียกเก็บ VAT เว้นแต่คุณจะแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ของฟิลิปปินส์ให้เราทราบ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี โดยตัวเลือกนี้จะใช้ได้หากคุณมีบัญชีประเภทองค์กร หรือมีบัญชีประเภทบุคคลธรรมดาแต่มีส่วนร่วมในธุรกิจ หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของฟิลิปปินส์ ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อน TIN
- คลิกบันทึก
VAT ในโปแลนด์
Google Cloud Poland Sp. z o.o. เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 23% ใน Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชําระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามกฎหมายของโปแลนด์
หากคุณจดทะเบียน VAT และวางแผนจะอ้างสิทธิ์ VAT ของคุณจากหน่วยงานท้องถิ่น โปรดระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณเพื่อให้เราระบุไว้ใบแจ้งหนี้ได้ หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
VAT ในเซอร์เบีย
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 20% ใน Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามกฎหมายของเซอร์เบีย
คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google เพื่อคิด VAT ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์บนใบแจ้งหนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
รัสเซีย
Google จะเรียกเก็บ VAT จาก Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลรัสเซียเป็นผู้กำหนดอัตราดังกล่าวและอาจมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงตามที่รัฐบาลเห็นสมควร
GST ในสิงคโปร์
Google จะเรียกเก็บภาษีสินค้าและบริการ (GST) 9% จาก Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น
ประเทศในสหภาพยุโรป (EU) (ยกเว้นไอร์แลนด์)
ลูกค้าใหม่ในสหภาพยุโรปจะลงชื่อสมัครใช้บัญชีธุรกิจได้เท่านั้น
บัญชี Google ที่มีที่ตั้งของธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) มีหน้าที่ต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเมิน VAT ด้วยตนเอง
หากธุรกิจของคุณมีที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) แต่ไม่ใช่ประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในบัญชี Google ของคุณ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตนเอง รวมทั้งชำระ VAT สำหรับค่าบริการของ Google ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยเป็นไปตามข้อบังคับ EU VAT Directive 2006/112/EC
คุณจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลข VAT ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อประเมิน VAT ด้วยตนเอง
- สำหรับบัญชีการเรียกเก็บเงินใหม่ - ให้ป้อนหมายเลข VAT เมื่อกรอกโปรไฟล์การเรียกเก็บเงิน
- บัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินที่มีอยู่ - โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้ นอกจากนี้ เราจะพิจารณาด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ในการรับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ในครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ หากพบว่ามีสิทธิ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมล
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว เราจะหยุดเรียกเก็บ VAT ในค่าบริการของ Google โดยอัตโนมัติ จากนั้น คุณจะต้องจ่าย VAT จากการชำระค่าบริการเหล่านี้ให้แก่สำนักงานสรรพากรในประเทศของคุณตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว โปรดติดต่อสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ของคุณ
รับเครดิตจากการเรียกเก็บ VAT ครั้งก่อนหน้า
หาก Google ได้เรียก VAT ไปแล้วแต่คุณมีสิทธิ์ประเมิน VAT ด้วยตนเอง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace พร้อมแจ้งรายละเอียดธุรกิจและหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วเราจะอัปเดตบัญชีให้
เราจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิตจาก VAT ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่มีสิทธิ์รับเงินคืน คุณไม่ควรขอรับเงินคืนจากกรมสรรพากรประเทศไอร์แลนด์ (Irish Revenue Commissioners) หรือผ่านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของ EU ทาง Google Ireland Ltd. จะจัดการคืนภาษีและนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้กับคุณเอง
ระบบอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อดำเนินการให้เครดิตแก่คุณ ขอขอบคุณที่อดทนรอ
ใบแจ้งหนี้ที่สร้างจากบัญชีของคุณ
ใบแจ้งหนี้ที่คุณพิมพ์จากบัญชีได้จะเป็นใบแจ้งหนี้ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งระบุการชำระเงินและภาษีที่เราเรียกเก็บจากยอดชำระนั้น (หากมี) ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับจะมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของเราและของคุณรวมอยู่ ดังนั้นใบแจ้งหนี้จึงถือเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของสำนักงานสรรพากรในท้องที่ของคุณ
หากคุณกังวลว่าใบแจ้งหนี้เหล่านี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหากไม่มีตราประทับหรือลายเซ็นต้นฉบับ โปรดทราบว่าใบแจ้งหนี้ออนไลน์ของเราเป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในข้อบังคับด้านภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปัจจุบัน มาตรา 226, Council Directive 2006/112/EC คำสั่งนี้ระบุข้อกำหนดที่เป็นทางการสำหรับใบแจ้งหนี้ VAT ที่ถูกต้อง และได้รวมอยู่ในกฎหมาย VAT ภายในประเทศของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ
หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีหรือหน่วยงานภาษีในท้องที่ของคุณ
ทำไม Google จึงเปลี่ยนประเภทบัญชีของฉัน
เราเห็นว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีธุรกิจ ลูกค้าบัญชีธุรกิจนั้นรวมไปถึงองค์กรธุรกิจ บริษัทในเครือ กิจการเจ้าของคนเดียว ผู้ขายอิสระ และห้างหุ้นส่วน
ผลจากการเปลี่ยนแปลง
นับจากนี้เป็นต้นไป หากคุณไม่ใช่ลูกค้าในประเทศไอร์แลนด์ เราจะไม่รวม VAT ในค่าบริการของ Google ที่เรียกเก็บจากคุณ แต่คุณมีหน้าที่ประเมิน VAT ด้วยตัวเองและจ่ายค่า VAT สำหรับค่าบริการที่คุณใช้ตามอัตราท้องถิ่นของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
VAT ในเซเนกัล
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของเซเนกัล Google จะเรียกเก็บ VAT 18% สำหรับบริการดิจิทัลที่ให้บริการแก่ลูกค้า
หากมีบัญชีประเภทองค์กร คุณสามารถแจ้ง Numéro d'Identification National des Entreprises et des Associations (NINEA) ของคุณให้ Google ทราบ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของเซเนกัล ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อน NINEA
- คลิกบันทึก
VAT ในไทย
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% สำหรับบริการดิจิทัล ยกเว้นกรณีที่แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
หากคุณจดทะเบียน VAT ในประเทศไทย Google จำเป็นต้องรวบรวมหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น หากต้องการอัปเดตระเบียนและใช้อัตราภาษีที่เหมาะสม ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในทาจิกิสถาน
Google จะเรียกเก็บ VAT 14% จากบริการดิจิทัลสําหรับบัญชีบุคคลธรรมดาในทาจิกิสถานหรือบัญชีธุรกิจที่มีสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในทาจิกิสถาน
สําหรับบัญชีของธุรกิจที่มีสถานะภาษีเป็นธุรกิจ เราจะไม่บวก VAT ลงในค่าบริการ ทั้งนี้คุณมีหน้าที่จ่ายภาษีตามอัตราในทาจิกิสถาน
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในตุรกี
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตรา VAT ในตุรกีเมื่อเร็วๆ นี้ Google จึงเพิ่มอัตรา VAT ในการจำหน่ายให้กับลูกค้าจาก 18% เป็น 20% โปรดยืนยันว่าคุณตั้งค่าประเภทบัญชีไว้อย่างถูกต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือธุรกิจ เพื่อให้แน่ใจว่า Google จะเรียกเก็บ VAT ได้อย่างถูกต้อง
สำหรับบัญชีธุรกิจ เราจะไม่เพิ่ม VAT ลงในค่าบริการของ Google ทั้งนี้ คุณมีหน้าที่ในการประเมินและจ่ายภาษีด้วยตัวเองตามอัตราในตุรกี ทั้งนี้ บัญชีบุคคลธรรมดาจะมีการเรียกเก็บ VAT เพิ่มเติม
ตรวจสอบประเภทบัญชี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ตรวจสอบประเภทบัญชี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในไต้หวัน
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 5% สำหรับบริการดิจิทัลในไต้หวัน ยกเว้นกรณีที่แจ้งข้อมูล VAT แล้ว Google จำเป็นต้องรวบรวมหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณสำหรับระบุภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของไต้หวัน โปรดทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อป้อนข้อมูลภาษี
หากคุณทำธุรกรรมกับ Google Asia Pacific Pte Ltd และแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของไต้หวัน ระบบจะไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
อัปเดตข้อมูลภาษี
คุณสามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลภาษีได้ในบัญชีการชําระเงินของ Google Workspace
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- เลื่อนลงไปที่ข้อมูลภาษีของไต้หวันแล้วคลิกแก้ไข
- เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลภาษีหรือสถานะภาษี
- คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ ในไต้หวัน บัญชีธุรกิจทั้งหมดจะมีสถานะภาษีแบบธุรกิจ
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดามีดังนี้
- บุคคลที่จดทะเบียน - คุณมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องการป้อน
- บุคคลที่ไม่ได้ลงทะเบียน - คุณไม่มีหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ต้องการป้อนรหัสดังกล่าว
สำหรับสถานะภาษีธุรกิจและบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียน การป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจะช่วยให้แน่ใจว่า Google จะคิดค่าบริการพร้อมด้วยภาษีที่ถูกต้อง หากไม่ป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าบริการในบัญชีของคุณอาจสูงขึ้น
คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
การเปลี่ยนแปลงผู้ประกอบธุรกิจ
สำหรับลูกค้าบางราย Google จะมอบหมายข้อกำหนดและเงื่อนไขในการให้บริการของคุณจากองค์กรธุรกิจรายหนึ่งไปให้แก่อีกรายหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่จะมีข้อผูกพันตามข้อกำหนดในสัญญาการให้บริการของคุณและจะให้บริการต่างๆ รวมถึงทำการออกใบแจ้งหนี้ให้
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในแทนซาเนีย
Google จะเรียกเก็บ VAT 18% สำหรับบริการดิจิทัลที่มอบให้แก่ลูกค้าเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของแทนซาเนีย
คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้ Google ทราบเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระ VAT ได้ นอกจากนี้ คุณต้องระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ซึ่งจะพิมพ์ในใบแจ้งหนี้เพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีพร้อมกับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- หากต้องการดูข้อมูลการยกเว้นภาษีของชื่อภูมิภาค ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อน TIN หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกเพิ่ม
VAT ในยูเครน
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 20% ในบริการดิจิทัลสําหรับบุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาในยูเครนที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นธุรกิจ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในยูเครน
การมีบัญชีประเภท "ธุรกิจ" หมายความว่าบัญชีของคุณจะใช้เพื่อจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ภายใต้นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย โดยหากคุณใช้บริการ Google Workspace เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจภายใต้นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย คุณก็ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ คุณมีหน้าที่ในการประเมินและส่งเงินภาษีด้วยตัวเองตามอัตราในยูเครน
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา กิจการเจ้าของคนเดียว และผู้ขายอิสระซึ่งจัดอยู่ในประเภท "ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา" จะต้องชำระภาษียกเว้นกรณีที่จดทะเบียน VAT แล้ว หากสถานะภาษีของคุณคือ "ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา" แสดงว่าบัญชีของคุณใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และคุณได้จดทะเบียน VAT ในยูเครนแล้ว โปรดกำหนดสถานะภาษีเป็น "ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา" และตั้งค่าสถานะการจดทะเบียน VAT เป็น "จดทะเบียนแล้ว" โดยทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
VAT ในยูกันดา
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 18% จากบริการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในยูกันดา
หากคุณมีบัญชีประเภทบุคคลธรรมดา เราจะคิด VAT กับบริการที่มีให้ และหากมีบัญชีประเภทธุรกิจ เราก็จะคิด VAT เว้นแต่จะแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ID) หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ให้ทาง Google ทราบ หากต้องการอัปเดตระเบียน VAT ของ Google โปรดทำตามขั้นตอนในส่วนอัปเดตข้อมูลภาษีในหน้านี้
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
เกี่ยวกับภาษีการขายของสหรัฐอเมริกา
บัญชี Google ในสหรัฐอเมริกาอาจต้องชำระภาษีการขายในระดับรัฐและท้องที่ กฎหมายภาษีในที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินจะเป็นตัวกำหนดว่าบัญชีของคุณต้องชำระภาษีหรือไม่
วิธีซื้อการสมัครใช้บริการ
วิธีที่คุณซื้อการสมัครใช้บริการของ Google ก็เป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องชำระภาษีการขายหรือไม่เช่นกัน
- ซื้อโดยตรงทางออนไลน์ - Google จะเรียกเก็บภาษีการขายของรัฐที่เกี่ยวข้องจากคุณโดยตรง คุณสามารถดูการเรียกเก็บเงินได้ในใบแจ้งหนี้รายเดือนหรือในหน้าธุรกรรม
- ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย - ติดต่อตัวแทนจำหน่ายของคุณโดยตรงเพื่อดูรายละเอียดภาษีการขายที่เกี่ยวข้อง
คุณมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่
องค์กรบางแห่งอาจได้รับการยกเว้นภาษีการขาย ทั้งนี้ขึ้นกับข้อกำหนดด้านภาษีของรัฐและท้องที่ หากคุณซื้อการสมัครใช้บริการทางออนไลน์โดยตรงและเชื่อว่าองค์กรของคุณมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษี (เช่น เนื่องจากเป็นองค์กรการกุศลหรือเป็นหน่วยงานราชการ) ให้ส่งข้อมูลการขอยกเว้นภาษีที่สอดคล้องกับประเภทของลูกค้าและรูปแบบการชำระเงินของคุณดังต่อไปนี้
- ลูกค้าที่ตั้งค่าการชำระเงินอัตโนมัติ - ให้ปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้เพื่อส่งใบรับรองการยกเว้นภาษีให้ Google ตรวจสอบ
- ลูกค้าที่มีบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้ - ติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace หรือผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าเพื่อขอความช่วยเหลือในการป้อนใบรับรองการยกเว้นภาษี โปรดดูหัวข้อเกี่ยวกับบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้
- ลูกค้าจากพาร์ทเนอร์ - ติดต่อตัวแทนจำหน่ายของคุณโดยตรงเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับการยกเว้นภาษี
การประมวลผลใบรับรอง
ข้อมูลที่จำเป็นในใบรับรองการยกเว้นภาษีของคุณ
ใบรับรองการยกเว้นภาษีของแต่ละรัฐจะมีรูปแบบแตกต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบว่าได้กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มอย่างครบถ้วนเพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะกรอกใบรับรอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่า
- ได้จัดส่งเอกสารการยกเว้นของรัฐที่ถูกต้องแล้ว เราไม่รับจดหมาย IRS เช่น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของรัฐหรือเอกสารจากรัฐมนตรีแทนใบรับรองการยกเว้นที่ถูกต้อง
- ชื่อผู้ซื้อในใบรับรองตรงกับชื่อในบัญชีลูกค้า
- ระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของรัฐแล้ว
- ตรวจสอบเหตุผลที่ได้รับการยกเว้นภาษี เช่น เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือองค์กรการกุศล
- ระบุ Google เป็นผู้ขาย
- เซ็นชื่อในใบรับรองแล้ว
หากใบรับรองของคุณถูกปฏิเสธ
หากใบรับรองของคุณถูกปฏิเสธ ให้ตรวจสอบเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดแล้วส่งอีกครั้ง และตรวจสอบสาเหตุที่อาจทำให้ถูกปฏิเสธเหล่านี้ด้วย หากยังมีข้อสงสัย โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace
หากคุณส่งใบรับรองการยกเว้นภาษีไปแล้ว แต่ใบแจ้งหนี้ของคุณยังคงมีการเรียกเก็บภาษี
อาจมีการเรียกเก็บภาษีจากใบแจ้งหนี้หากใบรับรองการยกเว้นภาษีอยู่ระหว่างการตรวจสอบในช่วงเวลาที่ออกใบแจ้งหนี้ หรือใบรับรองดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในรัฐอื่นซึ่งไม่ใช่รัฐที่ระบุไว้ในที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงิน
อัปโหลดใบรับรองการยกเว้นภาษี
หากมีบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องอ่านข้อมูลนี้ก็ได้ แต่โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace หรือผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าเพื่อขอความช่วยเหลือในการป้อนใบรับรองการยกเว้นภาษีแทน
หากคุณมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษีในสหรัฐอเมริกา โปรดส่งใบรับรองการยกเว้นภาษีให้กับ Google เพื่อตรวจสอบ และหากมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นมากกว่า 1 ประเภท คุณก็ส่งใบรับรองหลายใบได้
สำคัญ: Google ไม่สามารถให้คำแนะนำเรื่องภาษีแก่คุณได้ โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านภาษีของคุณเพื่อสอบถามข้อสงสัยในกรณีของคุณ
อัปโหลดใบรับรอง
คุณต้องอัปโหลดไฟล์ใบรับรองการยกเว้นภาษีในรูปแบบ PDF, JPG หรือ PNG
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ถัดจากข้อมูลการยกเว้นภาษี ให้คลิกแก้ไข
- คลิกเพิ่มข้อมูลการยกเว้นภาษีใหม่ (ไม่บังคับ)
- ป้อนหรือเลือกสิ่งต่อไปนี้
- รัฐ
- หมายเลขการยกเว้นภาษีของคุณ
- วันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดของใบรับรอง (ถ้ามี)
- ประเภทของการยกเว้น (หากมี)
- คลิกอัปโหลดไฟล์ แล้วเลือกไฟล์ใบรับรองการยกเว้นภาษี
- หลังจากไฟล์อัปโหลดเสร็จแล้ว ให้คลิก เพิ่ม
- (ไม่บังคับ) หากต้องการอัปโหลดใบรับรองอื่นเพิ่ม ให้คลิกเพิ่มข้อมูลการยกเว้นภาษีใหม่ (ไม่บังคับ)
- คลิกบันทึก
ตรวจสอบสถานะการยกเว้นภาษี
หลังจากที่คุณส่งใบรับรอง Google จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนที่จะยืนยันการยกเว้นภาษีของคุณ หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว การยกเว้นภาษีจะมีผลกับใบแจ้งหนี้ในอนาคต
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
การสมัครใช้บริการ
- คลิกการสมัครใช้บริการ
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- คลิกข้อมูลการยกเว้นภาษี
- เลื่อนไปที่สถานะที่เลือกไว้แล้วในการส่งข้อมูลเพื่อดูสถานะของการยกเว้น
หากใบรับรองของคุณถูกปฏิเสธ
หากอัปโหลดใบรับรองการยกเว้นภาษีแล้วแต่ถูกปฏิเสธ อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
คุณยื่นจดหมายการยกเว้นภาษีเงินได้ IRS หรือ W-9
การยกเว้นภาษีการขายของรัฐไม่รับจดหมายภาษีเงินได้ IRS แต่หากมั่นใจว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้น โปรดยื่นใบรับรองการยกเว้นของรัฐให้ครบถ้วน
คุณยื่นใบอนุญาตของรัฐ การขออนุญาต หรือเอกสารอื่นๆ
เอกสารที่ยื่นไม่ใช่ใบรับรองการยกเว้นที่ถูกต้อง เราไม่รับแบบฟอร์ม เช่น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของรัฐ การขออนุญาต หรือเอกสารจากรัฐมนตรีแทนใบรับรองการยกเว้นที่ถูกต้อง โปรดยื่นใบรับรองการจำหน่ายต่อหรือการยกเว้นที่ครบถ้วน
ชื่อในบัญชีไม่ตรงกับชื่อในใบรับรอง
ชื่อบุคคลที่ทำการซื้อบริการของ Google ต้องตรงกับที่ระบุไว้ในใบรับรองการยกเว้น โดยชื่อบุคคลที่ทำการซื้อต้องเป็นชื่อธุรกิจของลูกค้าในบัญชีของคุณ หากชื่อในใบรับรองถูกต้องแล้ว โปรดติดต่อตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าของ Google เพื่ออัปเดตชื่อธุรกิจในบัญชี
ใบรับรองไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง
ตัวอย่างของข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง เช่น ใบรับรองที่ไม่มีการเซ็นชื่อหรือไม่ทำเครื่องหมายในช่อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของใบรับรองก่อนยื่นอีกครั้ง
VAT ในอุซเบกิสถาน
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 15% ในบริการดิจิทัลสําหรับผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาในอุซเบกิสถาน แต่จะไม่เรียกเก็บ VAT สําหรับบัญชีธุรกิจในอุซเบกิสถาน
บัญชีธุรกิจในอุซเบกิสถาน
การมีบัญชีธุรกิจในอุซเบกิสถานหมายความว่า บัญชีของคุณจะใช้เพื่อจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ภายใต้นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย หากคุณใช้บริการ Google Workspace เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจภายใต้นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย เราจะไม่เรียกเก็บ VAT คุณจะมีหน้าที่ในการประเมินตนเองและการชําระเงินภาษีใดๆ ก็ตามที่ต้องชําระในอุซเบกิสถานตามข้อกําหนดในการให้บริการของ Google Workspace ที่มีผลกับธุรกิจ
บัญชีผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา กิจการเจ้าของคนเดียว และผู้ขายอิสระจะจัดอยู่ในประเภทผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา Google เรียกเก็บเงิน VAT 15% หากบัญชีของคุณใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ แต่คุณไม่ได้เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย โปรดอัปเดตสถานะภาษีของคุณให้เป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ดูวิธีอัปเดตข้อมูลภาษี
แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
วิธีแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google จะขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินของคุณ
- หากชำระด้วยระบบหักเงินโดยอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่าการชำระเงินแล้วทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อไปในหน้านี้)
- หากชําระผ่านใบแจ้งหนี้รายเดือน โปรดติดต่อ ทีมสนับสนุนของ Google Workspace เพื่อส่งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้เลือกสถานะภาษีเป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา ก่อนที่จะป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี - คลิกบันทึก
เกี่ยวกับประเภทบัญชีและสถานะภาษี
ประเภทบัญชีและภูมิภาคจะกำหนดสถานะภาษีที่คุณใช้ได้ ซึ่งคุณเปลี่ยนแปลงสถานะภาษีได้ แต่เปลี่ยนประเภทบัญชีไม่ได้
บัญชีที่มีอยู่ส่วนใหญ่และบัญชีใหม่ทั้งหมดจะเป็นประเภทบัญชีธุรกิจ โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีธุรกิจ คือ ธุรกิจและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
บัญชีที่มีอยู่บางบัญชีเป็นประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา โดยสถานะภาษีที่เป็นไปได้สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา คือ บุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา คุณจะใช้ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาไม่ได้หากลงชื่อสมัครใช้บัญชีใหม่ ตั้งค่าบัญชีสำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่ หรือเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการเรียกเก็บเงิน แต่หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดรุ่น Google Workspace
ตําแหน่งที่เห็นการเรียกเก็บภาษี
- จำนวนภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อของคุณจะปรากฏเป็นธุรกรรมแยกต่างหากในส่วนการเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงินในคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูวิธีดูและทำความเข้าใจธุรกรรม
- ใบแจ้งหนี้ของคุณจะแสดงจำนวนภาษีที่เรียกเก็บ
เมื่อตั้งค่าการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการ ระบบจะตั้งค่าประเภทบัญชีเป็นธุรกิจโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบัญชีธุรกิจ คุณมีหน้าที่ประเมินบัญชีขององค์กรและชำระ VAT ด้วยตนเอง
คุณไม่สามารถตั้งค่าการเรียกเก็บเงินด้วยประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีบัญชีประเภทนี้อยู่แล้ว คุณก็เก็บบัญชีดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Google Workspace สำหรับบัญชีบุคคลธรรมดา Google จะเพิ่ม VAT ลงในใบแจ้งหนี้สำหรับบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ราคาค่าบริการที่แสดงในเว็บไซต์ Google นั้นไม่รวม VAT
VAT ในเวียดนาม
Google จะเรียกเก็บ VAT 10% จากยอดรวมของ Google Workspace และการสมัครใช้บริการแบบชำระเงินอื่นๆ ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่นในเวียดนาม ซึ่งยอดรวมจะเท่ากับปริมาณการใช้งานหารด้วย 0.9
เช่น หากการใช้งาน Google Workspace ของคุณคือ $100 USD ยอดรวมจะเท่ากับ 100/0.9 = $111.11 USD และยอดเรียกเก็บ VAT ของคุณจะอยู่ที่ 0.10*111.11 = $11.11 USD สรุปยอดเรียกเก็บทั้งหมดคือ $111.11 USD
หากคุณจดทะเบียนภาษีในเวียดนาม คุณสามารถแจ้งรหัสภาษีของเวียดนามแก่ Google ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ไปที่หัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของเวียดนาม ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนรหัสภาษีของเวียดนาม
- คลิกบันทึก
แอฟริกาใต้
การทำธุรกรรมบางอย่างของซัพพลายเออร์ต่างชาติให้กับลูกค้าในแอฟริกาใต้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศแอฟริกาใต้ (VAT)
คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Google เพื่อคิด VAT ได้ ซึ่งเราจะพิมพ์บนใบแจ้งหนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทําตามขั้นตอนด้านล่างเพื่ออัปเดตข้อมูลภาษี
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของ<ชื่อภูมิภาค> ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก
VAT ในแซมเบีย
Google จะเรียกเก็บ VAT 16% สำหรับบริการดิจิทัลที่มอบให้แก่ลูกค้าเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของแซมเบีย
หากมีบัญชีประเภทองค์กร คุณสามารถแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TPIN) ของคุณให้ Google ทราบ ซึ่งเราจะพิมพ์หมายเลขดังกล่าวในใบแจ้งหนี้เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยเรื่องภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของแซมเบีย ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อน TPIN
- คลิกบันทึก
VAT ในซิมบับเว
Google จะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 15.5% จากบริการดิจิทัลที่มีให้ลูกค้า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของซิมบับเว
หากคุณจดทะเบียน VAT ในซิมบับเว คุณจะแจ้งภาษีมูลค่าเพิ่มในหมายเลขการขายท้องถิ่น (VAT ID) ให้ Google ทราบได้ ซึ่งเราจะพิมพ์ไว้บนใบแจ้งหนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษี หากต้องการอัปเดตระเบียน ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้ออัปเดตข้อมูลภาษี (อ่านต่อในหน้านี้)
อัปเดตข้อมูลภาษี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
บัญชีการชำระเงิน
-
คลิกเพิ่มเติมถัดจากการสมัครใช้บริการ
ดูการตั้งค่าการชำระเงิน
- ในส่วนข้อมูลภาษีของซิมบับเว ให้คลิกแก้ไข
แล้วป้อนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- คลิกบันทึก