เมื่อเลือกรุ่น Google Workspace ที่จะเปลี่ยนไปใช้ เราขอแนะนําให้คุณตรวจสอบฟีเจอร์ที่องค์กรใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งฟีเจอร์ที่ต้องการเพิ่ม ลองดูวิธีตรวจสอบว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์พรีเมียมต่อไปนี้ใน Google Workspace หรือไม่
จำนวนผู้ใช้
รุ่น Business มีผู้ใช้ได้สูงสุด 300 คน หากคุณมีผู้ใช้ 300 คนหรือใกล้ถึงขีดจํากัดแล้ว คุณจะต้องอัปเกรดเป็นรุ่น Enterprise
วิธีค้นหาจํานวนผู้ใช้ที่องค์กรมี
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
การสมัครใช้บริการ
- คลิกการสมัครใช้บริการ
- ตรวจสอบส่วนใบอนุญาต จํานวนใบอนุญาตที่มอบหมายแล้วคือจํานวนผู้ใช้ในองค์กร
พื้นที่เก็บข้อมูลที่ใช้
ปริมาณพื้นที่เก็บข้อมูลที่องค์กรใช้ได้จะแตกต่างกันไปตามรุ่น Google Workspace
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้พื้นที่เก็บข้อมูลไปเท่าใด ให้ทําตามขั้นตอนต่อไปนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การรายงาน
ภาพรวม
ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบสำหรับรายงาน
- เลื่อนไปที่พื้นที่เก็บข้อมูลที่ใช้งาน
- หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม ให้คลิกดูรายละเอียด
การสื่อสาร
ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Google Meet
ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Meet มีดังนี้
- การบันทึกช่วยให้ผู้เข้าร่วมการประชุมในองค์กรของคุณบันทึกการประชุมทางวิดีโอและจัดเก็บไฟล์บันทึกเหล่านั้นไว้ในไดรฟ์ได้
- รายงานการเข้าร่วมช่วยให้ผู้จัดการประชุมได้รับรายงานว่ามีผู้ใดบ้างที่เข้าร่วมการประชุมและมีผู้ใดบ้างที่ดูสตรีมแบบสด
- สตรีมมิงแบบสดช่วยให้ผู้ใช้ในองค์กรดูการประชุมทางวิดีโอได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์เหล่านี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
Google Meet
- คลิกการตั้งค่าวิดีโอใน Meet
- ตรวจสอบส่วนการบันทึก องค์กรของคุณสามารถใช้การบันทึกได้หากมีการเปิดอนุญาตให้ผู้ใช้บันทึกการประชุมไว้
- ตรวจสอบส่วนรายงานการเข้าร่วม องค์กรสามารถใช้การติดตามการเข้าร่วมได้หากเปิดตัวเลือกนี้ไว้
- ตรวจสอบส่วนสตรีม องค์กรจะใช้สตรีมมิงแบบสดได้หากเปิดอนุญาตให้ผู้ใช้สตรีมการประชุม
การทำงานร่วมกัน
การสร้างแบรนด์ขององค์กร
แบรนด์ขององค์กรจะช่วยให้คุณสร้างเทมเพลต Google เอกสาร, ชีต, สไลด์ และฟอร์มโดยใช้แกลเลอรีเทมเพลตมาตรฐาน รวมถึงสร้างแกลเลอรีเทมเพลตที่กำหนดเองสำหรับองค์กรได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
ไดรฟ์และเอกสาร
เทมเพลต
การดำเนินการนี้จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบไดรฟ์และเอกสาร
-
ตรวจสอบตัวเลือกการตั้งค่าเทมเพลต องค์กรของคุณสามารถใช้การสร้างแบรนด์ขององค์กรได้หากตั้งค่าตัวเลือกนี้เป็นเปิดใช้เทมเพลตที่กําหนดเอง
ไดรฟ์ที่แชร์
ไดรฟ์ที่แชร์ช่วยให้คุณสร้างไดรฟ์ที่แชร์ใน Google ไดรฟ์เพื่อจัดเก็บ ค้นหา และเข้าถึงไฟล์ร่วมกับทีมได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
ไดรฟ์และเอกสาร
- คลิกการตั้งค่าการแชร์
- ตรวจสอบการตั้งค่าการสร้างไดรฟ์ที่แชร์ องค์กรจะใช้ไดรฟ์ที่แชร์ได้หากเปิดตัวเลือกนี้ไว้
ชีตที่เชื่อมต่อ
ชีตที่เชื่อมต่อช่วยให้คุณเข้าถึง วิเคราะห์ แสดงข้อมูลเป็นภาพ และแชร์ข้อมูลได้หลายๆ พันล้านแถวจากสเปรดชีตด้วยเครื่องมือเชื่อมต่อข้อมูล BigQuery แบบใหม่
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
- เปิดสเปรดชีตใน Google ชีตในคอมพิวเตอร์
- ในเมนูด้านบน ให้คลิกข้อมูล
เครื่องมือเชื่อมต่อข้อมูล
เชื่อมต่อกับ BigQuery
หากมีตัวเลือกนี้ องค์กรของคุณจะใช้ชีตที่เชื่อมต่อได้
ฟีเจอร์แชทขั้นสูงของ Google
ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Google Chat ประกอบไปด้วยห้องแชทภายนอกที่อนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมจากภายนอกและควบคุมการแชร์ไฟล์ได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์เหล่านี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
Google Chat
- ตรวจสอบส่วนการตั้งค่าแชทภายนอก องค์กรจะใช้ห้องแชทสําหรับผู้เข้าร่วมจากภายนอกได้หากเปิดแชทกับภายนอกไว้
- ตรวจสอบส่วนการแชร์ไฟล์ใน Chat องค์กรของคุณจะแชร์ไฟล์ได้หากเปิดการแชร์ไฟล์ภายนอกหรือการแชร์ไฟล์ภายในไว้
Google ปฏิทิน
ฟีเจอร์ขั้นสูงของปฏิทินมีดังนี้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์เหล่านี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
ปล่อยห้องที่ไม่ได้ใช้ให้ว่าง
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
ไดเรกทอรี
อาคารและทรัพยากร
ภาพรวม
- ให้คลิกเปิดในส่วนหน้าแดชบอร์ดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับห้อง
- เลื่อนไปที่ส่วนการปล่อยห้องว่างแล้วคลิกแก้ไขการตั้งค่า
- ตรวจสอบทรัพยากรของคุณ หากเปิดตัวเลือกการปล่อยห้องว่างตามปฏิทินไว้ แสดงว่าองค์กรใช้การปล่อยห้องว่างโดยอัตโนมัติ
ระยะเวลากิจกรรมเริ่มต้น
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
ปฏิทิน
ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบสำหรับปฏิทิน
- เลื่อนไปที่การตั้งค่าขั้นสูง และตรวจสอบการตั้งค่าระยะเวลากิจกรรมเริ่มต้น
Google Cloud Search
Cloud Search ช่วยให้คุณค้นหาเนื้อหาขององค์กรในบริการของ Google Workspace หรือแหล่งข้อมูลของบุคคลที่สามได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การรายงาน
ภาพรวม
ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบสำหรับรายงาน
- เลื่อนไปที่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Search
- หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม ให้คลิกดูรายละเอียด
AppSheet Pro
AppSheet ช่วยให้ทุกคนสร้างแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บแอปพลิเคชันได้แม้จะไม่เคยเขียนโค้ด
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
- เปิดสเปรดชีตใน Google ชีตในคอมพิวเตอร์
- คลิกเครื่องมือ
AppSheet ในเมนูด้านบน
หากมีตัวเลือกนี้ องค์กรของคุณจะใช้ AppSheet Pro ได้
การรักษาความปลอดภัยและการดูแลระบบ
การจัดการปลายทางขั้นพื้นฐาน
การจัดการอุปกรณ์ปลายทางขั้นพื้นฐานเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่จําเป็นในการเก็บรักษาข้อมูล Google Workspace ขององค์กรให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เดสก์ท็อป แล็ปท็อป และอุปกรณ์ปลายทางอื่นๆ ของผู้ใช้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
อุปกรณ์
อุปกรณ์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ปลายทาง
การตั้งค่า
ส่วนกลาง
ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบการจัดการมือถือ
-
คลิกทั่วไป
การจัดการมือถือ
- ตรวจสอบตัวเลือกการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากตัวเลือกนี้ตั้งไว้เป็นพื้นฐาน (ไม่มี Agent) แสดงว่าองค์กรของคุณใช้การจัดการปลายทางขั้นพื้นฐาน
การจัดการปลายทางขั้นสูง
การจัดการอุปกรณ์ปลายทางขั้นสูงช่วยให้คุณรักษาข้อมูล Google Workspace ขององค์กรให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้ ทั้งในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เดสก์ท็อป แล็ปท็อป และอุปกรณ์ปลายทางอื่นๆ ของผู้ใช้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
อุปกรณ์
อุปกรณ์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ปลายทาง
การตั้งค่า
ส่วนกลาง
ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบการจัดการมือถือ
-
คลิกทั่วไป
การจัดการมือถือ
- ตรวจสอบตัวเลือกการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากเลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งต่อไปนี้ แสดงว่าองค์กรใช้การจัดการปลายทางขั้นสูง
- ขั้นสูง
- กําหนดเอง โดยตั้ง Android, iOS หรือ Google Sync เป็นขั้นสูง
การทำงานร่วมกันกับโดเมนที่เชื่อถือได้
การทํางานร่วมกันกับโดเมนภายนอกที่เชื่อถือได้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์กับองค์กรเพียงบางแห่งที่ไม่ได้รวมอยู่ในธุรกิจหรือสถานศึกษาของคุณ
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
บัญชี
โดเมน
ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าโดเมน
- คลิกโดเมนที่อนุญาตพิเศษ
- องค์กรของคุณจะสามารถแชร์ข้อมูลกับโดเมนที่เชื่อถือได้หากมีโดเมนที่ระบุอยู่ในรายการ
Google ห้องนิรภัย
Google ห้องนิรภัยช่วยให้คุณเก็บรักษา ค้นหา และส่งออกข้อมูลสำหรับการเก็บรักษาข้อมูลและ eDiscovery ได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
- ลงชื่อเข้าใช้ https://vault.google.com ด้วยบัญชี Google Workspace
- คลิกการเก็บรักษา หากกฎข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้เป็นจริง แสดงว่าองค์กรของคุณกําลังใช้ห้องนิรภัย
- คลิกกฎเริ่มต้น - กฎการเก็บรักษาเริ่มต้นทั้งหมดจะเปิดใช้งาน
- คลิกกฎที่กําหนดเอง - มีกฎที่กําหนดเองทั้งหมด
- คลิกกรณี หากมีการสร้างกรณีไว้ แสดงว่าองค์กรกําลังใช้ห้องนิรภัย
DLP ของ Gmail
การป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) ของ Gmail ช่วยให้คุณใช้ตัวตรวจจับเนื้อหาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อสแกนอีเมลขาเข้าและขาออกได้
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
Gmail
การปฏิบัติตามข้อกำหนด
- ตรวจสอบส่วนการปฏิบัติตามข้อกำหนดของเนื้อหา หากตัวเลือกนี้แสดงข้อความเพิ่มกฎอื่น แสดงว่าองค์กรของคุณใช้ DLP
OCR ของ Gmail
การรู้จำอักขระด้วยภาพ (OCR) ของ Gmail จะดึงข้อความจากรูปภาพในไฟล์แนบอีเมลและใช้กฎการปฏิบัติตามข้อกำหนดของเนื้อหา
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
Gmail
การปฏิบัติตามข้อกำหนด
- ตรวจสอบการตั้งค่าเปิดใช้ OCR สำหรับไฟล์แนบในอีเมล ถัดจากการรู้จำอักขระด้วยภาพ (OCR) หากเปิดตัวเลือกนี้ แสดงว่าองค์กรกําลังใช้ OCR
เขตข้อมูล Enterprise
เขตข้อมูลช่วยให้คุณเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมตามนโยบายไว้ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ต้องการได้โดยใช้นโยบายเขตข้อมูล
หากต้องการดูว่าองค์กรใช้ฟีเจอร์นี้อยู่หรือไม่ ให้ทําดังนี้
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
ข้อมูล
การปฏิบัติตามข้อกำหนด
เขตข้อมูล
- คลิกเขตข้อมูล หากใช้ตัวเลือกนี้เป็นค่าใดๆ ที่ไม่ใช่ไม่มีค่ากําหนด แสดงว่าองค์กรของคุณใช้เขตข้อมูล