ย้ายข้อมูลอีเมลด้วยบริการย้ายข้อมูลใหม่

บทความนี้มีไว้สำหรับผู้ดูแลระบบที่ต้องการย้ายข้อมูลอีเมลขององค์กรไปยัง Google Workspace จาก Microsoft Exchange Online, ผู้ให้บริการเว็บเมลที่ใช้ IMAP, บัญชี Workspace อื่น หรือบัญชี Gmail ส่วนตัว

ย้ายข้อมูลจาก Exchange Online

โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อย้ายข้อมูลจากบัญชี Exchange Online

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้ ตัวแทนจำหน่ายจะย้ายข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้

ขั้นตอนที่ 1: เชื่อมต่อกับบัญชี Microsoft Exchange Online

เลือกบัญชี Microsoft Exchange Online ที่จะคัดลอกข้อมูล

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้นการนำเข้าและส่งออกข้อมูล จากนั้นการย้ายข้อมูล (ใหม่)

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. สำหรับ Exchange Online ให้คลิกย้ายข้อมูล
  3. คลิกเชื่อมต่อ แล้วลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft 365 ในฐานะผู้ดูแลระบบทั่วโลก

    หมายเหตุ: อนุญาตป๊อปอัปจากเว็บไซต์ของ Microsoft หากจำเป็น

เมื่อเชื่อมต่อบัญชีแล้ว การย้ายข้อมูล (ใหม่) จะปรากฏเป็นไคลเอ็นต์ API ที่ได้รับอนุญาตในหน้าการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมนของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

ขั้นตอนที่ 2: เลือกผู้ใช้ที่จะย้ายข้อมูล

เวิร์กโฟลว์สำหรับการย้ายข้อมูลผู้ใช้จาก Exchange Online จะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ในองค์กร

หากมีผู้ใช้ไม่เกิน 20 คน

หลังจากเชื่อมต่อบัญชี Exchange Online และ Workspace แล้ว บริการย้ายข้อมูลจะค้นหาผู้ใช้ในทั้ง 2 บัญชีโดยอัตโนมัติและพยายามจับคู่ผู้ใช้

โดยค่าเริ่มต้น บริการย้ายข้อมูลจะพยายามจับคู่ผู้ใช้ที่มีอีเมลคล้ายกัน เช่น ผู้ใช้ Exchange Online ที่มีอีเมล kim@example.com จะจับคู่กับผู้ใช้ Workspace ที่มีอีเมล kim@other-company.com

  1. ตรวจสอบการจับคู่ที่แนะนำระหว่างผู้ใช้ Exchange Online กับผู้ใช้ Workspace
  2. หากบริการย้ายข้อมูลไม่พบอีเมลที่ตรงกันสำหรับผู้ใช้ Workspace บางราย ให้เพิ่มอีเมลสำหรับผู้ใช้เหล่านั้นด้วยตนเอง
  3. หากต้องการเปลี่ยนอีเมล Workspace ที่แนะนำ ให้เลือกอีเมลที่จะใช้
  4. หากไม่ต้องการย้ายข้อมูลผู้ใช้บางราย ให้ยกเลิกการเลือกช่องทำเครื่องหมายข้างอีเมลของผู้ใช้
  5. หากเพิ่งเพิ่มหรืออัปเดตผู้ใช้ใน Workspace ให้คลิกรีเฟรชข้อมูลเพื่อสร้างรายชื่อผู้ใช้ที่จับคู่รายการใหม่

    การรีเฟรชจะทิ้งรายชื่อผู้ใช้ปัจจุบันในบริการย้ายข้อมูลและการแก้ไขด้วยตนเองที่คุณทำ

  6. หากคลิกรีเฟรชข้อมูล ให้เพิ่มผู้ใช้ที่บริการไม่พบอีเมลที่ตรงกันอีกครั้งด้วยตนเอง (ขั้นตอนที่ 2 ก่อนหน้านี้ในส่วนนี้)
  7. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

หากมีผู้ใช้มากกว่า 20 ราย

สร้างและอัปโหลดไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ที่มีอีเมล Exchange Online ของผู้ใช้แต่ละรายและอีเมล Workspace ใหม่ นอกจากนี้ คุณยังใช้ไฟล์ CSV เพื่อย้ายข้อมูลปฏิทินทรัพยากรของ Exchange Online ไปยังทรัพยากรใน Google ปฏิทิน เช่น ห้องประชุม ได้ด้วย

หากต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้ในกลุ่มผู้ใช้ Exchange Online ให้ไปที่หัวข้อวางแผนว่าจะจัดการบัญชีผู้ใช้ของคุณที่ไหนและอย่างไร

เคล็ดลับ: คลิกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่างเพื่อดูตัวอย่างไฟล์

หากต้องการสร้างไฟล์ CSV ของคุณเอง ให้ทำดังนี้

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีต
  2. เพิ่มส่วนหัวอีเมล Exchange ต้นทางในคอลัมน์แรก และเพิ่มอีเมลสำหรับผู้ใช้ Exchange Online หรือทรัพยากรในปฏิทินทุกรายการที่คุณจะย้ายข้อมูล โดยแต่ละแถวต้องมีอีเมลที่ไม่ซ้ำกัน
  3. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัว GUser ปลายทาง และเพิ่มอีเมล Workspace สำหรับผู้ใช้หรือทรัพยากรในปฏิทินแต่ละรายการ อีเมลไม่จำเป็นต้องไม่ซ้ำกัน

    ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้หรือทรัพยากรในปฏิทินแต่ละรายการ

    ตัวอย่างเช่น

    อีเมล Exchange ต้นทาง

    GUser ปลายทาง

    kim@example.com

    kim@other-company.com

    alex@example.com

    alex@other-company.com

    คุณสามารถย้ายข้อมูลผู้ใช้หรือทรัพยากรได้สูงสุดครั้งละ 1,000 รายการ ไฟล์ CSV ต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB ส่วนผู้ใช้รายอื่นๆ จะต้องย้ายข้อมูลครั้งที่ 2

  4. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV

  5. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้นการนำเข้าและส่งออกข้อมูล จากนั้นการย้ายข้อมูล (ใหม่)

      คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

    2. คลิกอัปโหลด CSV
    3. เลือกไฟล์ จากนั้นคลิกเปิด
    4. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว
      หมายเหตุ: หากไฟล์ CSV โหลดไม่สำเร็จ ให้ไปที่ (ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 3: ลบไฟล์ CSV

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 3: ลบไฟล์ CSV

หากเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการอัปโหลด CSV หรือการอัปโหลดค้าง คุณสามารถลบการกำหนดค่าปัจจุบันและอัปโหลดใหม่ได้

  1. เลือกไฟล์ CSV ที่ต้องการนำออก
  2. คลิกลบ
  3. คลิกใช่เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการลบไฟล์ CSV
  4. หากต้องการอัปโหลดรายชื่อผู้ใช้ต้นทางใหม่ ให้ไปที่ขั้นตอนที่ 2: เลือกผู้ใช้ที่จะย้ายข้อมูล และทำตามวิธีการสำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้มากกว่า 20 คน

ขั้นตอนที่ 4: กำหนดการตั้งค่าการย้ายข้อมูล

ปรับการตั้งค่าต่อไปนี้เพื่อเลือกข้อมูลที่จะคัดลอกจาก Exchange Online

  1. ในส่วนแหล่งข้อมูล ให้เลือกช่องต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ช่องเพื่อย้ายข้อมูลสำหรับผู้ใช้ที่เลือกทั้งหมด
    • อีเมล
    • กิจกรรมในปฏิทิน
    • รายชื่อติดต่อ - การย้ายข้อมูลใหม่จะทำซ้ำรายชื่อติดต่อที่คุณย้ายไปแล้ว ระบบจะไม่ทำซ้ำป้ายกำกับรายชื่อติดต่อ
  2. ในส่วนช่วงวันที่ ให้เลือกวันที่เพื่อเริ่มย้ายข้อมูลจากแหล่งที่มาที่คุณเลือก ระบบจะคัดลอกกิจกรรมในปฏิทินและข้อความอีเมลทั้งหมดที่ส่งหรือได้รับหลังจากวันที่นี้ไปยัง Workspace และจะคัดลอกรายชื่อติดต่อทั้งหมดไม่ว่าคุณจะสร้างขึ้นเมื่อใด
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุข้อความอีเมลและโฟลเดอร์เพิ่มเติม ให้เลือกช่องต่อไปนี้
    • รวมอีเมลที่ถูกลบ - ย้ายข้อมูลข้อความอีเมลที่ถูกลบ
    • รวมอีเมลที่เป็นจดหมายขยะ - ย้ายข้อมูลข้อความอีเมลในโฟลเดอร์จดหมายขยะ
    • ยกเว้นโฟลเดอร์สำหรับผู้ใช้ทั้งหมดในองค์กร - ยกเว้นข้อความในบางโฟลเดอร์ ให้ป้อนชื่อโฟลเดอร์ที่ยกเว้นโดยคั่นด้วยเครื่องหมายคอมมา โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อยกเว้นโฟลเดอร์จากการย้ายข้อมูล
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการย้ายข้อมูลปฏิทินและกิจกรรมของผู้ใช้ Exchange Online รวมถึงปฏิทินสำหรับการนัดหมายส่วนตัว ให้เลือกคัดลอกข้อมูลปฏิทินเพิ่มเติม หลังจากการย้ายข้อมูลแล้ว รายการเหล่านี้จะอยู่ในปฏิทินอื่นๆ ใน Google ปฏิทิน
  5. (ไม่บังคับ) ในส่วนกิจกรรมในปฏิทินและรายชื่อติดต่อสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้ย้ายข้อมูล ให้เพิ่มรายชื่อผู้ใช้และทรัพยากรเพิ่มเติมในไฟล์ CSV ด้วยตนเอง ซึ่งรายชื่อนี้อาจรวมผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการย้ายข้อมูลครั้งนี้ด้วยก็ได้ เช่น คุณอาจมีแผนที่จะย้ายข้อมูลผู้ใช้บางรายในภายหลัง หรือจะรวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่อยู่นอกองค์กรของคุณไว้ในรายชื่อนี้ก็ได้เช่นกัน
    1. เลือกช่องอัปโหลดรายชื่ออีเมลสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้ย้ายข้อมูล
    2. เปิดโปรแกรมสเปรดชีต
    3. เพิ่มส่วนหัวอีเมลต้นทางในคอลัมน์แรก แล้วเพิ่มอีเมลเดิมของผู้ใช้
    4. ในคอลัมน์ที่ 2 ให้เพิ่มส่วนหัวอีเมลปลายทาง แล้วเพิ่มอีเมลใหม่

      ใช้แถวแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้แต่ละราย

      ตัวอย่างเช่น

      อีเมลต้นฉบับ

      อีเมลปลายทาง

      kim@example.com kim@other-company.com
      alex@example.com

      alex@other-company.com

    5. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
    6. คลิกอัปโหลด CSV แล้วทำตามขั้นตอนเพื่ออัปโหลดไฟล์ CSV
    7. (ไม่บังคับ) หากต้องการเลือกสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากบริการพบผู้ใช้เพิ่มเติมในระหว่างกระบวนการ ให้เลือกช่องหากผู้ใช้ไม่อยู่ในรายชื่อที่คุณอัปโหลด ให้คัดลอกที่อยู่ของผู้ใช้แล้ว และเลือกที่จะใช้ชื่อโดเมนเดิมหรือเลือกชื่อโดเมนอื่นจากรายการ

      การตั้งค่านี้ใช้ไม่ได้กับปฏิทินทรัพยากร Exchange Online คุณต้องใช้ไฟล์ CSV เพื่อจับคู่ทรัพยากรเหล่านั้นกับทรัพยากรใน Google ปฏิทิน

  6. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

ยกเว้นโฟลเดอร์จากการย้ายข้อมูล

  • เพิ่มชื่อโฟลเดอร์หรือโฟลเดอร์ย่อยของ Exchange Online แต่ละรายการแยกกัน
  • หากยกเว้นโฟลเดอร์ใด ระบบจะไม่ย้ายข้อมูลโฟลเดอร์ย่อยและข้อความอีเมลใดๆ ในโฟลเดอร์นั้น
  • หากต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ย่อย ให้ใช้เส้นทางแบบเต็มและแยกโฟลเดอร์หลักออกจากโฟลเดอร์ย่อยด้วยเครื่องหมายทับ (/) เช่น
    • หากต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ย่อย Asia ในโฟลเดอร์ Travel ให้ป้อน Travel/Asia
    • หากเพิ่ม Travel ไว้ในรายการด้วย เช่น Travel, Travel/Asia ระบบจะยกเว้นโฟลเดอร์ย่อยทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
  • หากต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ที่มีเครื่องหมายทับ (/) ในชื่อ ให้แทนที่เครื่องหมายทับแต่ละรายการด้วยขีดล่าง (_) เช่น หากต้องการยกเว้น Folder/with/slash ให้เพิ่มเป็น Folder_with_slash
  • นอกจากนี้ คุณยังยกเว้นโฟลเดอร์เริ่มต้นของ Microsoft เช่น รายการที่ถูกลบ กล่องจดหมาย หรืออีเมลขยะ และโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นได้ด้วย

ย้ายข้อมูลปฏิทินเพิ่มเติม

เมื่อย้ายข้อมูลปฏิทิน Outlook เพิ่มเติม เช่น ปฏิทินสำหรับการนัดหมายส่วนตัว ระบบจะย้ายข้อมูลปฏิทินเหล่านั้นเป็นปฏิทินอื่นๆ ใน Google ปฏิทิน

ขั้นตอนที่ 5: เริ่มการย้ายข้อมูลและตรวจสอบความคืบหน้า

  1. คลิกเริ่มการย้ายข้อมูล
  2. สถานะจะเปลี่ยนเป็นกำลังดำเนินการ และระบบจะอัปเดตข้อมูลต่อไปนี้แบบเรียลไทม์
    • รายการที่ค้นพบ - จำนวนรายการทั้งหมด (ข้อความ โฟลเดอร์ และงานอื่นๆ) ที่ย้ายข้อมูล ข้าม หรือล้มเหลว
    • คำเตือน - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลแล้วแต่ดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ข้าม - จำนวนรายการที่ข้าม
    • สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • ผู้ใช้ที่ประมวลผลแล้ว - จำนวนผู้ใช้ที่ย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้วสำหรับข้อมูลทุกประเภทที่เลือก
    • อีเมลที่ค้นพบ - จำนวนข้อความอีเมลในบัญชีของผู้ใช้ Exchange Online
    • อีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • อีเมลที่ถูกข้าม - จำนวนข้อความอีเมลที่ถูกข้าม ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำเครื่องหมายอีเมลเป็น "ข้าม" หากมีการย้ายข้อมูลอีเมลนั้นในการย้ายข้อมูลทั้งหมดแล้ว และคุณเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้า
    • อีเมลที่ดำเนินการไม่สำเร็จ - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จ
    • ปฏิทินที่ประมวลผล - จำนวนปฏิทินที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ค้นพบ - จำนวนกิจกรรมในบัญชีของผู้ใช้ Exchange Online
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ย้ายข้อมูล - จำนวนกิจกรรมที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ข้าม - จำนวนกิจกรรมที่ข้าม ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำเครื่องหมายกิจกรรมเป็น "ข้าม" หากมีการย้ายข้อมูลกิจกรรมนั้นในการย้ายข้อมูลทั้งหมดแล้ว และคุณเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้า
    • กิจกรรมในปฏิทินที่ไม่สำเร็จ - จำนวนกิจกรรมที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จ
    • รายชื่อติดต่อที่ค้นพบ - จำนวนรายชื่อติดต่อในบัญชีของผู้ใช้ Exchange Online
    • รายชื่อติดต่อที่ย้ายข้อมูลแล้ว - จำนวนรายชื่อติดต่อที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • รายชื่อติดต่อที่ถูกข้าม - จำนวนรายชื่อติดต่อที่ถูกข้าม ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำเครื่องหมายรายชื่อติดต่อเป็น "ข้าม" หากมีการย้ายข้อมูลรายชื่อติดต่อนั้นในการย้ายข้อมูลทั้งหมดแล้ว และคุณเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้า
    • รายชื่อติดต่อที่ไม่สำเร็จ - จำนวนกิจกรรมที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จ

    คุณสามารถออกจากหน้าการย้ายข้อมูลได้โดยไม่ขัดจังหวะการย้ายข้อมูล การย้ายข้อมูลจะดำเนินต่อไปจนกว่าคุณจะยกเลิก

    เมื่อการย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมสถิติการย้ายข้อมูล รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย

  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งออกรายงานสำหรับการย้ายข้อมูลที่กำลังดำเนินการ ให้ทำดังนี้
    1. คลิกส่งออกรายงานการย้ายข้อมูลหรือส่งออกรายงานผู้ใช้
    2. หากรายการงานไม่เปิดขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับรายงานที่ส่งออก ให้คลิกงาน จากนั้นลิงก์รายงาน
    3. คลิกเปิดใน Google ชีตเพื่อเปิดรายงานในชีต
    4. หากต้องการส่งออกและตีความรายงาน โปรดไปที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการย้ายข้อมูล Exchange Online

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 6: หยุดการย้ายข้อมูลที่ดำเนินการอยู่

หากต้องการหยุดการย้ายข้อมูลที่กำลังดำเนินการอยู่ ให้คลิกหยุดการย้ายข้อมูล ซึ่งระบบอาจใช้เวลาสักครู่การย้ายข้อมูลจึงจะหยุด และกระบวนการย้ายข้อมูลจะไม่ย้อนกลับ

ระบบจะไม่ลบข้อความอีเมล ปฏิทิน กิจกรรมในปฏิทิน และรายชื่อติดต่อที่ย้ายข้อมูลไปก่อนที่จะหยุดการย้ายข้อมูลออกจาก Gmail, ปฏิทิน หรือ Google Contacts

ขั้นตอนที่ 7: ดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

หลังจากย้ายข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คุณยังคงเรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้าเพื่อคัดลอกข้อมูลที่เพิ่มหรือที่อัปเดตใหม่ไปยัง Workspace ได้ นอกจากนี้ คุณยังลองย้ายข้อมูลที่ย้ายไม่สำเร็จในการย้ายข้อมูลครั้งแรกได้อีกครั้ง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

ย้ายข้อมูลจากผู้ให้บริการเว็บเมลที่ใช้ IMAP

ใช้บริการย้ายข้อมูลเพื่อคัดลอกอีเมลจากผู้ให้บริการที่ใช้ IMAP เช่น Yahoo!, iCloud Mail, GoDaddy, Zoho และ Titan โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อย้ายข้อมูลอีเมลจากบัญชี IMAP

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

ขั้นตอนที่ 1: เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ IMAP

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้นการนำเข้าและส่งออกข้อมูล จากนั้นการย้ายข้อมูล (ใหม่)

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. ในส่วน IMAP ให้คลิกย้ายข้อมูล
  3. สำหรับที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ IMAP ให้เลือกเซิร์ฟเวอร์จากรายการหรือป้อนชื่อเซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเอง (เช่น imap.example.com)

    หากต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับข้อมูลนี้ โปรดไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อสำหรับผู้ให้บริการเว็บเมลทั่วไปที่ใช้ IMAP

  4. คลิกทดสอบการเชื่อมต่อ

    หากเชื่อมต่อสำเร็จ คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเชื่อมต่อแล้ว

ข้อมูลการเชื่อมต่อสำหรับผู้ให้บริการเว็บเมลทั่วไปที่ใช้ IMAP

หากผู้ให้บริการของคุณไม่อยู่ในรายชื่อนี้ โปรดตรวจสอบข้อมูลนี้จากเอกสารประกอบของผู้ให้บริการ

ผู้ให้บริการเว็บเมล ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ IMAP
123 Reg
  • imap.123-reg.co.uk
  • imap.secureserver.net
1&1 IONOS
  • imap.ionos.com
  • imap.ionos.co.uk
  • imap.ionos.fr
  • imap.1and1.com
AOL imap.aol.com
Apple iCloud imap.mail.me.com
Bluehost mail.example.com (โดยที่ example.com คือชื่อโดเมนของคุณ)
DreamHost imap.dreamhost.com
Fastmail imap.fastmail.com
Gandi.net mail.gandi.net
HostGator gator####.hostgator.com (โดยที่ #### คือชื่อเซิร์ฟเวอร์ HostGator ทางด้านซ้ายของ cPanel)
Hostinger imap.hostinger.com
Locaweb email-ssl.com.br
Namecheap mail.privateemail.com
one.com imap.one.com
OVHcloud ssl0.ovh.net
Rackspace secure.emailsrvr.com
Titan imap.titan.email
Yahoo! (รวมถึง Yahoo! Small Business) imap.mail.yahoo.com
Yandex
  • imap.yandex.ru
  • imap.yandex.com
Zoho
  • imap.zoho.com (สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่มีอีเมล username@zoho.com)
  • imappro.zoho.com (สำหรับผู้ใช้ที่มีอีเมลของโดเมนองค์กร เช่น you@your-company.com)

ขั้นตอนที่ 2: เลือกผู้ใช้ที่จะย้ายข้อมูล

เมื่อเชื่อมต่อบัญชี IMAP และ Workspace แล้ว คุณต้องแมปบัญชีอีเมลของผู้ใช้เพื่อคัดลอกอีเมลไปยัง Workspace ตัวเลือกการแมปจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ในองค์กร

คุณต้องระบุรหัสผ่าน IMAP ของผู้ใช้แต่ละราย รวมถึงอีเมล IMAP และอีเมล Workspace ของผู้ใช้ เซิร์ฟเวอร์ IMAP บางรายการกำหนดให้ผู้ใช้สร้างรหัสผ่านเฉพาะแอปพลิเคชัน (ASP) โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อรหัสผ่านเฉพาะแอปพลิเคชันหรือเอกสารประกอบของเซิร์ฟเวอร์ IMAP

คุณไม่สามารถใช้บริการย้ายข้อมูลเพื่อย้ายผู้ใช้ IMAP รายเดียวไปยังผู้ใช้ Workspace หลายรายได้ คุณต้องระบุการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งหรือแบบหลายต่อหนึ่ง

หากมีผู้ใช้ไม่เกิน 20 คน

หากองค์กรมีขนาดเล็ก คุณสามารถป้อนข้อมูลสำหรับผู้ใช้แต่ละรายที่จะย้ายข้อมูลได้โดยตรง

หากต้องการแมปผู้ใช้ด้วยไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ให้ไปที่หัวข้อหากมีผู้ใช้มากกว่า 20 ราย หากคุณเริ่มขั้นตอนต่อไปนี้แล้วเปลี่ยนไปใช้กระบวนการอัปโหลด CSV ไฟล์ CSV จะนำข้อมูลที่คุณป้อนด้วยตนเองออก

  1. ในส่วนอีเมล IMAP ให้ป้อนอีเมล IMAP สำหรับผู้ใช้
  2. สำหรับรหัสผ่าน IMAP ให้ป้อนรหัสผ่านสำหรับบัญชี IMAP ของผู้ใช้
  3. สำหรับอีเมล Workspace ให้เลือกอีเมล Workspace ของผู้ใช้จากรายการหรือป้อนด้วยตนเอง
  4. คลิกเพิ่มผู้ใช้

    คุณสามารถตรวจสอบอีเมล IMAP และ Workspace ของผู้ใช้ในตารางหลังจากช่องข้อความ

  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการลบการแมปผู้ใช้ ให้คลิกนำออก ข้างแถวของผู้ใช้ การนำการแมปออกจะไม่ลบผู้ใช้หรือข้อมูลของผู้ใช้
  6. ทำกระบวนการนี้ซ้ำสำหรับผู้ใช้แต่ละรายในองค์กร
  7. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

หากมีผู้ใช้มากกว่า 20 ราย

สร้างและอัปโหลดไฟล์ CSV ที่มีอีเมล IMAP, รหัสผ่าน IMAP และอีเมล Workspace สำหรับผู้ใช้ IMAP ทุกรายที่คุณต้องการย้ายข้อมูล คุณสามารถสร้างไฟล์ CSV ใหม่ที่มีคอลัมน์ที่จำเป็น หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างแล้วเพิ่มแถวได้ โดยไฟล์ CSV ที่สมบูรณ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 128 MB

โดยคุณจะย้ายข้อมูลผู้ใช้ IMAP ได้สูงสุดครั้งละ 100 คน หากต้องการย้ายข้อมูลผู้ใช้หรือโฟลเดอร์มากกว่านั้น คุณจะต้องเริ่มการย้ายข้อมูลอีกครั้ง

วิธีสร้างไฟล์ CSV

  1. เปิดโปรแกรมสเปรดชีตโดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ Workspace หรือคลิกดาวน์โหลดไฟล์ CSV ตัวอย่างในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
  2. เพิ่มส่วนหัว Source ImapUser ในคอลัมน์แรก แล้วป้อนอีเมล IMAP ของผู้ใช้

    คุณสามารถดาวน์โหลดรายชื่อผู้ใช้ได้จากคอนโซลผู้ดูแลระบบ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดาวน์โหลดรายชื่อผู้ใช้

  3. เพิ่มส่วนหัว Source ImapPassword ในคอลัมน์ที่ 2 แล้วป้อนรหัสผ่านสำหรับบัญชี IMAP ของผู้ใช้
  4. ในคอลัมน์ที่ 3 ให้เพิ่มส่วนหัว TargetGUser แล้วป้อนอีเมล Workspace ของผู้ใช้

    ตัวอย่างเช่น

    ผู้ใช้ IMAP ต้นทาง

    ImapPassword ต้นทาง GUser ปลายทาง

    user1@example.com

    password1 user1@other-company.com

    user2@example.com

    password2 user2@other-company.com
  5. บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV
  6. อัปโหลดไฟล์ไปยังคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้คลิกอัปโหลด CSV
    2. เลือกไฟล์ จากนั้นคลิกเปิด
    3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว
  7. หากอัปโหลดไฟล์ CSV ไม่สำเร็จ ให้ทำดังนี้
    1. เลือกไฟล์ แล้วคลิกลบ จากนั้นใช่เพื่อยืนยัน
    2. สร้างไฟล์ใหม่แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง

    หากพบปัญหานี้มากกว่า 1 ครั้ง โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 3: เลือกการตั้งค่าการย้ายข้อมูล

เลือกการตั้งค่าการย้ายข้อมูลเพื่อระบุประเภทข้อความที่จะย้ายข้อมูล คุณสามารถปรับตัวเลือกต่อไปนี้ได้บางส่วนหรือทั้งหมด

  1. คลิกวันที่เริ่มต้น แล้วป้อนวันที่ที่ต้องการย้ายข้อมูลข้อความ

    บริการย้ายข้อมูลใหม่จะย้ายข้อมูลข้อความจากวันที่ที่เลือกไปยังวันที่ที่คุณเริ่มการย้ายข้อมูล

  2. หากต้องการย้ายข้อความอีเมลที่ถูกลบไปแล้ว ให้เลือกช่องย้ายข้อมูลอีเมลที่ถูกลบ
  3. หากต้องการย้ายข้อความอีเมลที่มีป้ายกำกับจดหมายขยะ ให้เลือกช่องย้ายข้อมูลจดหมายขยะ
  4. หากไม่ต้องการย้ายข้อความที่มีป้ายกำกับบางรายการ ให้เลือกช่องยกเว้นโฟลเดอร์บางรายการในการย้ายข้อมูล แล้วป้อนชื่อป้ายกำกับโดยคั่นด้วยคอมมา

    โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อวิธียกเว้นโฟลเดอร์จากการย้ายข้อมูล

  5. คลิกบันทึก

วิธียกเว้นโฟลเดอร์จากการย้ายข้อมูล

  • ป้อนแต่ละโฟลเดอร์หรือโฟลเดอร์ย่อยแยกกัน
  • เมื่อเพิ่มโฟลเดอร์ย่อย ให้ใช้เส้นทางแบบเต็มและแยกโฟลเดอร์หลักออกจากโฟลเดอร์ย่อยด้วยเครื่องหมายทับ (/)

    ตัวอย่าง: คุณต้องการยกเว้นโฟลเดอร์ Travel และโฟลเดอร์ย่อย Asia ก็เพียงป้อน Travel,Travel/Asia

ขั้นตอนที่ 4: เริ่มต้นและดูความคืบหน้าของการย้ายข้อมูล

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  1. คลิกเริ่มการย้ายข้อมูล

    การดำเนินการนี้จะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน และสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการย้ายข้อมูล (ใหม่) ในบัญชีปลายทางด้วย โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

  2. สถานะจะเปลี่ยนเป็นกำลังดำเนินการ และระบบจะอัปเดตข้อมูลต่อไปนี้แบบเรียลไทม์
    • งานที่ค้นพบ - จำนวนรายการทั้งหมด (ข้อความ ป้ายกำกับ และงานอื่นๆ) ที่ย้ายข้อมูล ข้าม หรือล้มเหลว
    • คำเตือน - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลแล้วแต่ดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ข้าม - จำนวนรายการที่ข้าม
    • สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลสำเร็จ
    • ผู้ใช้ที่ประมวลผลแล้ว - จำนวนผู้ใช้ที่ย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว
    • อีเมลที่ค้นพบ - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลได้ ที่ถูกข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
    • อีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • อีเมลที่ถูกข้าม - จำนวนข้อความอีเมลที่ถูกข้าม
    • อีเมลที่ดำเนินการไม่สำเร็จ - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จ

    เมื่อการย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมสถิติการย้ายข้อมูล รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย

  3. หากต้องการส่งออกและตีความรายงาน โปรดไปที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการย้ายข้อมูลอีเมล

(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

เรียกใช้การย้ายข้อมูลแบบเดลต้าเพื่อย้ายข้อมูลที่เพิ่มลงในบัญชี IMAP หลังจากย้ายข้อมูล โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

ย้ายข้อมูลจากบัญชี Workspace อื่น

โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อย้ายข้อมูลอีเมลจากบัญชี Google Workspace

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

ขั้นตอนที่ 1: ส่งคำขอการให้สิทธิ์

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้นการนำเข้าและส่งออกข้อมูล จากนั้นการย้ายข้อมูล (ใหม่)

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. สำหรับอีเมล Google Workspace ให้คลิกย้ายข้อมูล
  3. คลิกอีเมลของผู้ดูแลระบบขั้นสูงต้นทางและป้อนอีเมลของผู้ดูแลระบบขั้นสูงในบัญชีต้นทาง (บัญชีต้นทางที่จะย้ายข้อมูลออกมา)

    สำคัญ: มีเพียงผู้ดูแลระบบที่คุณระบุในช่องนี้เท่านั้นที่จะให้สิทธิ์กระบวนการได้

  4. คลิกส่งคำขอการให้สิทธิ์

    ระบบจะส่งคำขอให้สิทธิ์ผ่านอีเมลไปยังผู้ดูแลระบบขั้นสูงที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 5 คำขอจะหมดอายุใน 24 ชั่วโมง หากคำขอหมดอายุและคุณต้องการส่งคำขออีกครั้ง ให้คลิกส่งคำขออีกครั้ง หลังจากส่งคำขอไปแล้ว คุณต้องรอ 24 ชั่วโมงจึงจะส่งคำขออีกครั้งได้

ขั้นตอนถัดไป

หากต้องการดำเนินการต่อ ผู้ดูแลระบบขั้นสูงของบัญชีต้นทางต้องเปิดลิงก์การให้สิทธิ์ในอีเมล ลงชื่อเข้าใช้คอนโซลผู้ดูแลระบบ แล้วคลิกให้สิทธิ์ กระบวนการให้สิทธิ์จะสร้างรหัสไคลเอ็นต์และให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมนสำหรับการย้ายข้อมูล (ใหม่) ในบัญชีต้นทางด้วย โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

หากคุณคลิกยืนยันการให้สิทธิ์ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของบัญชีปลายทาง สถานะจะเปลี่ยนเป็นเชื่อมต่อแล้ว

ขั้นตอนที่ 2: สร้างและอัปโหลดการจับคู่การย้ายข้อมูล

คุณใช้การจับคู่การย้ายข้อมูลเพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้ในบัญชีต้นทางกับผู้ใช้ในบัญชีปลายทางได้ บริการย้ายข้อมูลใหม่จะใช้การจับคู่การย้ายข้อมูลเพื่อโอนข้อมูลอีเมลจากผู้ใช้ต้นทางไปยังผู้ใช้ปลายทาง

1. สร้างไฟล์การจับคู่

เคล็ดลับ: คลิกดาวน์โหลด CSV ตัวอย่าง เพื่อดูตัวอย่างไฟล์ค่าที่คั่นด้วยคอมมา (CSV) ที่คุณใช้ได้

ในโปรแกรมสเปรดชีต ให้ทำดังนี้

  • เพิ่มส่วนแรก ซึ่งคือ Source GUser (สำหรับอีเมลของผู้ใช้ในบัญชีต้นทาง) และส่วนหัวที่ 2 คือ Target GUser (สำหรับอีเมลของผู้ใช้ในบัญชีปลายทาง)
  • ใช้อีเมลที่ถูกต้องในการจับคู่ผู้ใช้ใต้ส่วนหัว (ต้องระบุทั้ง 2 อีเมล)

    คุณแมปผู้ใช้ต้นทางรายเดียวกับผู้ใช้ปลายทางมากกว่า 1 รายไม่ได้ คุณสามารถดาวน์โหลดรายชื่อผู้ใช้ได้จากคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดาวน์โหลดรายชื่อผู้ใช้

  • ตรวจสอบว่าไฟล์มีผู้ใช้ต้นทางไม่เกิน 1,000 รายและมีขนาดไม่เกิน 128 MB

    ปัจจุบันบริการย้ายข้อมูลใหม่รองรับการย้ายข้อมูลไปยัง Google Workspace สำหรับผู้ใช้ได้สูงสุด 1,000 คน

  • บันทึกสเปรดชีตเป็นไฟล์ CSV

ตัวอย่าง

Source GUser Target GUser
user1@example.com user1@solarmora.com
user2@example.com user2@solarmora.com

ในตัวอย่างนี้ โดเมนต้นทางคือ example.com ส่วนโดเมนปลายทางคือ solarmora.com

2. อัปโหลดไฟล์

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของบัญชีปลายทาง ให้คลิกอัปโหลด CSV การจับคู่การย้ายข้อมูล
  2. ไปที่ไฟล์การจับคู่ CSV แล้วเลือกไฟล์ดังกล่าว จากนั้นคลิกเปิด
  3. คลิกงาน เพื่อยืนยันว่าอัปโหลดไฟล์การจับคู่เรียบร้อยแล้ว

    หมายเหตุ: หากไฟล์ CSV โหลดไม่สำเร็จ ให้ไปที่ส่วนถัดไป ซึ่งได้แก่ (ไม่บังคับ) 3. ลบไฟล์ CSV

(ไม่บังคับ) 3. ลบไฟล์ CSV

หากเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการอัปโหลด CSV หรือการอัปโหลดค้าง คุณสามารถลบการกำหนดค่าปัจจุบันและอัปโหลดใหม่ได้

  1. เลือกไฟล์ CSV ที่ต้องการนำออก
  2. คลิกลบ
  3. คลิกใช่เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการลบไฟล์ CSV
  4. หากต้องการเริ่มการอัปโหลดใหม่ ให้กลับไปที่ส่วนก่อนหน้า ซึ่งได้แก่ 2. อัปโหลดไฟล์

ขั้นตอนที่ 3: เลือกการตั้งค่าการย้ายข้อมูล

  1. คลิกวันที่เริ่มต้น แล้วป้อนวันที่ที่ต้องการย้ายข้อมูลข้อความ

    บริการย้ายข้อมูลใหม่จะย้ายข้อมูลข้อความจากวันที่ที่เลือกไปยังวันที่ที่คุณเริ่มการย้ายข้อมูล

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการย้ายข้อความอีเมลที่ผู้ใช้ลบไปล้ว ให้เลือกช่องย้ายข้อมูลอีเมลที่ถูกลบ
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการย้ายข้อความอีเมลที่มีป้ายกำกับจดหมายขยะ ให้เลือกช่องย้ายอีเมลจดหมายขยะ
  4. (ไม่บังคับ) หากไม่ต้องการย้ายข้อความที่มีป้ายกำกับบางรายการ ให้เลือกช่องยกเว้นป้ายกำกับบางรายการในการย้ายข้อมูล แล้วป้อนชื่อป้ายกำกับโดยคั่นด้วยคอมมา

    โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อ "วิธียกเว้นป้ายกำกับการย้ายข้อมูล" (ในส่วนถัดไป)

  5. คลิกบันทึก

วิธียกเว้นป้ายกำกับการย้ายข้อมูล

  • ระบุป้ายกำกับหรือป้ายกำกับย่อยแต่ละรายการแยกกัน
  • เมื่อเพิ่มป้ายกำกับย่อย ให้ใช้เส้นทางแบบเต็มและแยกป้ายกำกับหลักออกจากป้ายกำกับย่อยด้วยเครื่องหมายทับ (/)

    ตัวอย่าง: คุณต้องการยกเว้นป้ายกำกับ Travel และป้ายกำกับย่อย Asia ก็เพียงป้อน Travel,Travel/Asia

  • หากคุณเพิ่มอีเมลทั้งหมด บริการย้ายข้อมูลใหม่จะไม่ย้ายข้อความอีเมลใดเลย

ขั้นตอนที่ 4: เริ่มต้นและดูความคืบหน้าของการย้ายข้อมูล

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  1. คลิกเริ่มการย้ายข้อมูล

    การดำเนินการนี้จะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน และสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการย้ายข้อมูล (ใหม่) ในบัญชีปลายทางด้วย โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

  2. สถานะจะเปลี่ยนเป็นกำลังดำเนินการ และระบบจะอัปเดตข้อมูลต่อไปนี้แบบเรียลไทม์

    • งานที่ค้นพบ - จำนวนรายการทั้งหมด (ข้อความ ป้ายกำกับ และงานอื่นๆ) ที่ย้ายข้อมูล ข้าม หรือล้มเหลว
    • คำเตือน - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลแล้วแต่ดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ข้าม - จำนวนรายการที่ข้าม
    • สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลสำเร็จ
    • ผู้ใช้ที่ประมวลผลแล้ว - จำนวนผู้ใช้ที่ย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว
    • อีเมลที่ค้นพบ - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลได้ ที่ถูกข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
    • อีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • อีเมลที่ถูกข้าม - จำนวนข้อความอีเมลที่ถูกข้าม

    เมื่อการย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมสถิติการย้ายข้อมูล รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย

  3. หากต้องการส่งออกและตีความรายงาน โปรดไปที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการย้ายข้อมูลอีเมล

ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

หากต้องการย้ายข้อมูลที่เพิ่มไว้ในบัญชีต้นทางตั้งแต่การย้ายข้อมูลหลัก ให้เริ่มการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

ย้ายข้อมูลจากบัญชี Gmail ส่วนตัว

โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อย้ายข้อมูลอีเมลจากบัญชี Gmail

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

ก่อนเริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 1: ส่งคำขอการให้สิทธิ์

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้ ตัวแทนจำหน่ายจะย้ายข้อมูลให้กับบัญชีลูกค้าไม่ได้

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น ข้อมูล จากนั้นการนำเข้าและส่งออกข้อมูล จากนั้นการย้ายข้อมูล (ใหม่)

    คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบขั้นสูงสำหรับงานนี้

  2. สำหรับ Gmail ให้คลิกย้ายข้อมูล
  3. สำหรับอีเมลต้นทาง ให้ป้อนอีเมลของบัญชี Gmail ของผู้ใช้ แล้วคลิกส่งคำขอการให้สิทธิ์

    เจ้าของบัญชี Gmail จะได้รับอีเมลพร้อมคำขอเชื่อมต่อบัญชี โดยเจ้าของบัญชีต้องให้สิทธิ์คำขอเพื่อดำเนินการต่อ หากคุณเป็นเจ้าของบัญชี คุณสามารถให้สิทธิ์คำขอได้โดยตรงจากคอนโซลผู้ดูแลระบบ

  4. ข้อความรอการให้สิทธิ์จะปรากฏขึ้นเมื่อบริการย้ายข้อมูลใหม่ตรวจสอบโดยอัตโนมัติว่าคำขอเชื่อมต่อได้รับอนุญาตหรือไม่ หากข้อความนี้หายไปและคำขอของคุณยังไม่ได้รับอนุญาต ให้คลิกยืนยันการเชื่อมต่อเพื่อตรวจสอบการให้สิทธิ์ต่อไป
    ข้อความใดข้อความหนึ่งต่อไปนี้จะปรากฏขึ้น

    • รอการให้สิทธิ์ - รอให้เจ้าของบัญชีให้สิทธิ์คำขอ แล้วดำเนินการย้ายข้อมูลต่อ
    • เชื่อมต่อแล้ว - เจ้าของบัญชีให้สิทธิ์คำขอของคุณแล้ว
    • ปฏิเสธการให้สิทธิ์ - เจ้าของบัญชีปฏิเสธคำขอเชื่อมต่อกับบัญชีของตน คุณต้องยกเลิกคำขอปัจจุบันก่อนส่งคำขอใหม่เพื่อเชื่อมต่อกับบัญชีเดิมหรือบัญชีอื่น
    • คำขอหมดอายุแล้ว - หากเจ้าของบัญชีไม่อนุญาตคำขอเชื่อมต่อกับบัญชีภายใน 24 ชั่วโมง คำขอจะหมดอายุ คลิกรีเฟรชคำขอเพื่อส่งคำขอการให้สิทธิ์อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 2: ระบุผู้ใช้เป้าหมาย

  1. ในส่วนบัญชีเป้าหมาย ให้ป้อนอีเมลของบัญชี Google Workspace ที่ต้องการย้ายข้อมูลไป

    ผู้ใช้บัญชีนี้ต้องมีใบอนุญาต Google Workspace และเปิดใช้บริการ Gmail ไว้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเกี่ยวกับการย้ายข้อมูลอีเมลด้วยบริการย้ายข้อมูลใหม่

  2. คลิกบันทึก

ขั้นตอนที่ 3: (ไม่บังคับ) เลือกการตั้งค่าการย้ายข้อมูล

  1. คลิกวันที่เริ่มต้น แล้วป้อนวันที่ที่ต้องการย้ายข้อมูลข้อความ
    • บริการย้ายข้อมูลใหม่จะย้ายข้อมูลข้อความจากวันที่ที่เลือกไปยังวันที่ที่คุณเริ่มการย้ายข้อมูล
    • หากไม่เลือกวันที่เริ่มต้น ระบบจะย้ายข้อความทั้งหมดที่ส่งหรือได้รับสำหรับองค์กรของคุณโดยค่าเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ม. ค. 2000

  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการย้ายข้อความอีเมลที่ถูกลบไปแล้ว ให้เลือกช่องย้ายข้อมูลอีเมลที่ถูกลบ

  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการย้ายข้อความอีเมลที่มีป้ายกำกับจดหมายขยะ ให้เลือกช่องย้ายข้อมูลจดหมายขยะ

  4. (ไม่บังคับ) หากไม่ต้องการย้ายข้อความที่มีป้ายกำกับบางรายการ ให้เลือกช่องยกเว้นป้ายกำกับบางรายการในการย้ายข้อมูล แล้วป้อนชื่อป้ายกำกับโดยคั่นด้วยคอมมา

    โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อวิธียกเว้นป้ายกำกับจากการย้ายข้อมูลในหน้านี้

  5. คลิกบันทึก

วิธียกเว้นป้ายกำกับการย้ายข้อมูล

  • ระบุป้ายกำกับหรือป้ายกำกับย่อยแต่ละรายการแยกกัน
  • เมื่อเพิ่มป้ายกำกับย่อย ให้ใช้เส้นทางแบบเต็มและแยกป้ายกำกับหลักออกจากป้ายกำกับย่อยด้วยเครื่องหมายทับ (/)

    ตัวอย่าง: คุณต้องการยกเว้นป้ายกำกับ Travel และป้ายกำกับย่อย Asia ก็เพียงป้อน Travel,Travel/Asia

  • หากคุณเพิ่มอีเมลทั้งหมด บริการย้ายข้อมูลใหม่จะไม่ย้ายข้อความอีเมลใดเลย

ขั้นตอนที่ 4: เริ่มต้นและดูความคืบหน้าของการย้ายข้อมูล

  1. คลิกเริ่มการย้ายข้อมูล

    การดำเนินการนี้จะให้การมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน และสร้างรหัสไคลเอ็นต์สำหรับการย้ายข้อมูล (ใหม่) ในบัญชีปลายทางด้วย โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อควบคุมการเข้าถึง API ด้วยการมอบสิทธิ์ทั่วทั้งโดเมน

  2. สถานะจะเปลี่ยนเป็นกำลังดำเนินการ และระบบจะอัปเดตข้อมูลต่อไปนี้แบบเรียลไทม์
    • งานที่ค้นพบ - จำนวนรายการทั้งหมด (ข้อความ ป้ายกำกับ และงานอื่นๆ) ที่ย้ายข้อมูล ข้าม หรือล้มเหลว
    • คำเตือน - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลแล้วแต่ดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่คาดไว้
    • ไม่สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลไม่สำเร็จเนื่องจากมีข้อผิดพลาด
    • ข้าม - จำนวนรายการที่ข้าม
    • สำเร็จ - จำนวนรายการที่ย้ายข้อมูลสำเร็จ
    • อีเมลที่ค้นพบ - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลได้ ที่ถูกข้าม หรือที่ไม่สำเร็จ
    • อีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว - จำนวนข้อความอีเมลที่ย้ายข้อมูลแล้ว
    • อีเมลที่ถูกข้าม - จำนวนข้อความอีเมลที่ถูกข้าม
    • อีเมลที่ดำเนินการไม่สำเร็จ - จำนวนข้อความอีเมลที่ไม่ได้ย้ายข้อมูล

    เมื่อการย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมสถิติการย้ายข้อมูล รวมถึงรายงานต่างๆ ด้วย

  3. หากต้องการส่งออกและตีความรายงาน โปรดไปที่หัวข้อทำความเข้าใจรายงานการย้ายข้อมูลอีเมล

ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า

หากต้องการย้ายข้อมูลที่เพิ่มไว้ในบัญชีต้นทางตั้งแต่การย้ายข้อมูลหลัก ให้เริ่มการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อดำเนินการย้ายข้อมูลแบบเดลต้า


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง