แก้ไขกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย

ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับการสมัครใช้บริการ Voice Standard และ Premier ดูข้อมูลเพิ่มเติม

คุณจะแก้ไขการตั้งค่าสำหรับกลุ่มผู้ใช้ Google Voice ที่เป็นผู้รับสายได้ เช่น กำหนดหรือยกเลิกการกำหนดหมายเลข เปลี่ยนเวลาทำงาน หรือเพิ่มเวลาทำการในวันหยุด กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายหรือกลุ่มผู้รับสายจะทำให้สมาชิกผลัดกันรับโทรศัพท์ได้

ก่อนเริ่มต้น

ระบบจะไม่โอนสายการโทรไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายไปที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือซึ่งเชื่อมโยงกับหมายเลข Google Voice ของผู้ใช้ หากคุณเพิ่มผู้ใช้เข้ามาในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย Voice จะโทรไปที่หมายเลขหลักของผู้ใช้เท่านั้น

เลือกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายเพื่อแก้ไข

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น  แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น Google Voice

    ต้องมีบทบาทผู้ดูแลระบบ Google Voice

  2. คลิกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย
  3. คลิกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายที่ต้องการแก้ไข

กำหนดหมายเลข

  1. คลิกกำหนดหมายเลขทางด้านซ้าย
  2. ในช่องประเทศ/ภูมิภาค ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกประเทศหรือภูมิภาค
    ในช่องที่อยู่สำหรับรับบริการ ให้เลือกที่อยู่สำหรับรับบริการของหมายเลขดังกล่าว
    รายการนี้จะแสดงตำแหน่ง Voice ของคุณ Voice จะแสดงหมายเลขที่ใช้ได้ในช่องหมายเลข Google Voice
  3. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • หากต้องการใช้หมายเลขนั้น ให้คลิกกำหนด
    • หากต้องการหาหมายเลขอื่น ให้ทำดังนี้
      1. คลิกเปลี่ยน
      2. คลิกเลือกถัดจากหมายเลขในรายการดังกล่าว
      3. คลิกมอบหมาย
  4. คลิกเสร็จสิ้น

ยกเลิกการกำหนดหมายเลข

  1. คลิกเพิ่มเติม จากนั้น ยกเลิกการกำหนด
  2. คลิกยกเลิกการกำหนดเพื่อยืนยัน

ตั้งค่าการโทรออก

คุณจะเลือกกําหนดหมายเลขหลายรายการให้แก่กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย และอนุญาตให้ผู้ใช้กลุ่มดังกล่าวใช้หมายเลขต่างๆ เพื่อโทรออกได้ เช่น ในกรณีที่คุณมีสายด่วนที่ต้องการให้ผู้ที่รับสายเห็นเมื่อดูหมายเลขผู้โทร แทนที่จะเห็นหมายเลข Voice ส่วนบุคคลของผู้โทร

  1. คลิกสมาชิก
  2. คลิกผู้โทรออก
  3. หากต้องการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายโทรออกได้ ให้เลือกช่องสมาชิกทุกคนของกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายจะโทรออกได้ หากเพิ่มสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายในภายหลัง สมาชิกดังกล่าวก็จะได้รับอนุญาตให้โทรออกได้โดยอัตโนมัติ
  4. หากต้องการเพิ่มให้บุคคลภายนอกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายหรือระบุให้บางบุคคลโทรออกได้ ให้คลิกค้นหาผู้ใช้แล้วป้อนผู้ใช้ในส่วนผู้โทรที่ได้รับสิทธิ์
  5. คลิกบันทึก

แก้ไขเวลาทำการ

คุณจะกำหนดเวลาทำงานเพื่อระบุเวลาที่กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายจะรับสายได้ หากกลุ่มดังกล่าวได้รับสายนอกเวลาทำงาน ผู้โทรอาจได้รับข้อความ ระบบอาจส่งต่อไปยังหมายเลขอื่น หรืออาจไปที่ข้อความเสียง

  1. คลิกแก้ไขเวลาทํางาน
  2. ในช่องเขตเวลา ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกเขตเวลา
  3. ในช่องเวลาทำการ ให้เลือกตัวเลือกดังนี้
    • หากต้องการให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายได้รับสายเสมอ ให้เลือก 24 ชั่วโมงต่อวัน
    • หากต้องการให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายได้รับสายเฉพาะบางช่วงเวลา ให้เลือกเวลาที่กำหนดเองแล้วระบุวันและเวลา
      • คลิกเปิด ถัดจากวันที่คุณต้องการรับสาย
      • ในช่องครั้งแรก ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกเวลาที่ต้องการเริ่มรับสาย
      • ในช่องครั้งที่ 2 ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกเวลาที่ต้องการหยุดรับสาย
      • ทำขั้นตอนดังกล่าวซ้ำสำหรับทุกวันที่คุณต้องการรับสาย
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการกำหนดวันหยุด ในช่องการปิดทำการในวันหยุด ให้คลิกเพิ่มวันที่ จากนั้น แล้วเลือกวันที่
  5. หากเลือกเวลาทําการที่กําหนดเองหรือเวลาทำการในวันหยุดในช่องการดำเนินการนอกเวลาทำการ ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกการดําเนินการที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีสายเข้านอกเวลาทําการ ดังนี้
    • เล่นข้อความและยกเลิกการเชื่อมต่อ - ผู้โทรจะได้ยินข้อความแล้วสายจะตัดไป
      • ประกาศเพิ่มเติม - ใส่ประกาศที่ผู้โทรจะได้ยินก่อนที่จะตัดสาย
    • โอนสายผู้โทร - โอนสายไปที่หมายเลขโทรศัพท์อื่น ในช่องประเภทการโอนสาย ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกประเภทการโอนสาย ดังนี้
      • ผู้ใช้ - ป้อนอีเมลของบุคคลในองค์กรของคุณเพื่อโอนผู้โทร ซึ่งคุณจะเห็นรายชื่อผู้ใช้ที่มีใบอนุญาต Google Voice ในขณะที่กรอกข้อความ หากเลือกผู้ใช้ที่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ คุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด
      • การต่อสายตรงอัตโนมัติ - คลิกลูกศรลง แล้วเลือกการต่อสายตรงอัตโนมัติเพื่อโอนสายผู้โทร ทั้งนี้การต่อสายตรงอัตโนมัติจำเป็นต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นคุณจะพบข้อผิดพลาด คลิกเปิดการต่อสายตรงอัตโนมัติ เพื่อปรับการตั้งค่าของการต่อสายตรงอัตโนมัติในหน้าต่างใหม่
      • กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย - คลิกลูกศรลง แล้วเลือกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายเพื่อโอนสาย ทั้งนี้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่มีหมายเลขโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นคุณจะได้รับข้อผิดพลาด
      • หมายเลขโทรศัพท์ - ป้อนหมายเลขโทรศัพท์เพื่อโอนสายผู้โทร หากต้องการใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกา ให้คลิกลูกศรลง แล้วเลือกประเทศหรือภูมิภาคจากรายการ
    • ส่งไปยังข้อความเสียง - โอนสายไปที่ข้อความเสียง
      • คำทักทายผู้ฝากข้อความเสียง - ใส่ประกาศที่ผู้โทรจะได้ยินก่อนที่จะส่งไปที่ข้อความเสียง โดยสามารถป้อนคำทักทายผู้ฝากข้อความเสียงที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละภาษาได้
    • ส่งถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย - เลือกช่องนี้เพื่อส่งการแจ้งเตือนทางอีเมลถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย
      • ผู้รับรายอื่น - เพิ่มผู้ใช้ที่จะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมลเมื่อไม่มีผู้รับสาย

แก้ไขการกำหนดเส้นทางการโทร

เมื่อมีคนโทรหากลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย คุณสามารถเลือกได้ว่าจะกำหนดเส้นทางการโทรไปที่ใด

  1. คลิกการกำหนดค่า
  2. คลิกการกำหนดเส้นทางการโทร
  3. คลิกการกำหนดค่า จากนั้น การกำหนดเส้นทางการโทร
  4. จากเมนูรูปแบบการกำหนดเส้นทางการโทร ให้เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • การสลับกันทำงาน - ส่งเสียงเรียกเข้าถึงสมาชิกแต่ละรายตามลำดับแบบสุ่มจนกว่าจะมีคนรับสาย
    • พร้อมกัน - ส่งเสียงเรียกเข้าถึงสมาชิกทุกรายพร้อมกันจนกว่าจะมีคนรับสาย
    • ลำดับตายตัว - ส่งเสียงเรียกเข้าถึงสมาชิกแต่ละรายตามลำดับจนกว่าจะมีคนรับสาย
  5. คลิกบันทึก

แก้ไขสายที่ไม่ได้รับ

คุณสามารถเลือกการดำเนินการที่จะเกิดขึ้นไม่มีผู้รับสายหลังจากผ่านไป 30 วินาที

  1. คลิกการกำหนดค่า
  2. คลิกสายที่ไม่ได้รับ
  3. ในเมนูสายที่ไม่ได้รับ ให้เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • ส่งเสียงต่อไป - สายเรียกเข้าจะดังที่โทรศัพท์ของผู้ใช้ในกลุ่มผู้รับสายต่อไปเรื่อยๆ ตามลำดับที่คุณกำหนดไว้
    • เล่นข้อความและยกเลิกการเชื่อมต่อ - ผู้โทรจะได้ยินข้อความแล้วสายจะตัดไป
    • โอนสายผู้โทร - โอนสายไปที่หมายเลขโทรศัพท์อื่น
    • ส่งไปยังข้อความเสียง - โอนสายไปที่ข้อความเสียง
  4. คลิกบันทึก