คุณจะแก้ไขการตั้งค่าสำหรับกลุ่มผู้ใช้ Google Voice ที่เป็นผู้รับสายได้ เช่น กำหนดหรือยกเลิกการกำหนดหมายเลข เปลี่ยนเวลาทำงาน หรือเพิ่มเวลาทำการในวันหยุด กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายหรือกลุ่มผู้รับสายจะทำให้สมาชิกผลัดกันรับโทรศัพท์ได้
ก่อนเริ่มต้น
ระบบจะไม่โอนสายการโทรไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายไปที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือซึ่งเชื่อมโยงกับหมายเลข Google Voice ของผู้ใช้ หากคุณเพิ่มผู้ใช้เข้ามาในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย Voice จะโทรไปที่หมายเลขหลักของผู้ใช้เท่านั้น
เลือกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายเพื่อแก้ไข
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
แอป
Google Workspace
Google Voice
- คลิกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย
- คลิกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายที่ต้องการแก้ไข
กำหนดหมายเลข
- คลิกกำหนดหมายเลขทางด้านซ้าย
- ในช่องประเทศ/ภูมิภาค ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกประเทศหรือภูมิภาค
ในช่องที่อยู่สำหรับรับบริการ ให้เลือกที่อยู่สำหรับรับบริการของหมายเลขดังกล่าว
รายการนี้จะแสดงตำแหน่ง Voice ของคุณ Voice จะแสดงหมายเลขที่ใช้ได้ในช่องหมายเลข Google Voice - เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
- หากต้องการใช้หมายเลขนั้น ให้คลิกกำหนด
- หากต้องการหาหมายเลขอื่น ให้ทำดังนี้
- คลิกเปลี่ยน
- คลิกเลือกถัดจากหมายเลขในรายการดังกล่าว
- คลิกมอบหมาย
- คลิกเสร็จสิ้น
ยกเลิกการกำหนดหมายเลข
- คลิกเพิ่มเติม
ยกเลิกการกำหนด
- คลิกยกเลิกการกำหนดเพื่อยืนยัน
ตั้งค่าการโทรออก
คุณจะเลือกกําหนดหมายเลขหลายรายการให้แก่กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย และอนุญาตให้ผู้ใช้กลุ่มดังกล่าวใช้หมายเลขต่างๆ เพื่อโทรออกได้ เช่น ในกรณีที่คุณมีสายด่วนที่ต้องการให้ผู้ที่รับสายเห็นเมื่อดูหมายเลขผู้โทร แทนที่จะเห็นหมายเลข Voice ส่วนบุคคลของผู้โทร
- คลิกสมาชิก
- คลิกผู้โทรออก
- หากต้องการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายโทรออกได้ ให้เลือกช่องสมาชิกทุกคนของกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายจะโทรออกได้ หากเพิ่มสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายในภายหลัง สมาชิกดังกล่าวก็จะได้รับอนุญาตให้โทรออกได้โดยอัตโนมัติ
- หากต้องการเพิ่มให้บุคคลภายนอกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายหรือระบุให้บางบุคคลโทรออกได้ ให้คลิกค้นหาผู้ใช้แล้วป้อนผู้ใช้ในส่วนผู้โทรที่ได้รับสิทธิ์
- คลิกบันทึก
แก้ไขเวลาทำการ
คุณจะกำหนดเวลาทำงานเพื่อระบุเวลาที่กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายจะรับสายได้ หากกลุ่มดังกล่าวได้รับสายนอกเวลาทำงาน ผู้โทรอาจได้รับข้อความ ระบบอาจส่งต่อไปยังหมายเลขอื่น หรืออาจไปที่ข้อความเสียง
- คลิกแก้ไขเวลาทํางาน
- ในช่องเขตเวลา ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกเขตเวลา
- ในช่องเวลาทำการ ให้เลือกตัวเลือกดังนี้
- หากต้องการให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายได้รับสายเสมอ ให้เลือก 24 ชั่วโมงต่อวัน
- หากต้องการให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายได้รับสายเฉพาะบางช่วงเวลา ให้เลือกเวลาที่กำหนดเองแล้วระบุวันและเวลา
- คลิกเปิด
ถัดจากวันที่คุณต้องการรับสาย
- ในช่องครั้งแรก ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกเวลาที่ต้องการเริ่มรับสาย
- ในช่องครั้งที่ 2 ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกเวลาที่ต้องการหยุดรับสาย
- ทำขั้นตอนดังกล่าวซ้ำสำหรับทุกวันที่คุณต้องการรับสาย
- คลิกเปิด
- (ไม่บังคับ) หากต้องการกำหนดวันหยุด ในช่องการปิดทำการในวันหยุด ให้คลิกเพิ่มวันที่
แล้วเลือกวันที่
- หากเลือกเวลาทําการที่กําหนดเองหรือเวลาทำการในวันหยุดในช่องการดำเนินการนอกเวลาทำการ ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกการดําเนินการที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีสายเข้านอกเวลาทําการ ดังนี้
- เล่นข้อความและยกเลิกการเชื่อมต่อ - ผู้โทรจะได้ยินข้อความแล้วสายจะตัดไป
- ประกาศเพิ่มเติม - ใส่ประกาศที่ผู้โทรจะได้ยินก่อนที่จะตัดสาย
- โอนสายผู้โทร - โอนสายไปที่หมายเลขโทรศัพท์อื่น ในช่องประเภทการโอนสาย ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกประเภทการโอนสาย ดังนี้
- ผู้ใช้ - ป้อนอีเมลของบุคคลในองค์กรของคุณเพื่อโอนผู้โทร ซึ่งคุณจะเห็นรายชื่อผู้ใช้ที่มีใบอนุญาต Google Voice ในขณะที่กรอกข้อความ หากเลือกผู้ใช้ที่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ คุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด
- การต่อสายตรงอัตโนมัติ - คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกการต่อสายตรงอัตโนมัติเพื่อโอนสายผู้โทร ทั้งนี้การต่อสายตรงอัตโนมัติจำเป็นต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นคุณจะพบข้อผิดพลาด คลิกเปิดการต่อสายตรงอัตโนมัติ เพื่อปรับการตั้งค่าของการต่อสายตรงอัตโนมัติในหน้าต่างใหม่
- กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย - คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายเพื่อโอนสาย ทั้งนี้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสายต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่มีหมายเลขโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นคุณจะได้รับข้อผิดพลาด
- หมายเลขโทรศัพท์ - ป้อนหมายเลขโทรศัพท์เพื่อโอนสายผู้โทร หากต้องการใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกา ให้คลิกลูกศรลง
แล้วเลือกประเทศหรือภูมิภาคจากรายการ
- ส่งไปยังข้อความเสียง - โอนสายไปที่ข้อความเสียง
- คำทักทายผู้ฝากข้อความเสียง - ใส่ประกาศที่ผู้โทรจะได้ยินก่อนที่จะส่งไปที่ข้อความเสียง โดยสามารถป้อนคำทักทายผู้ฝากข้อความเสียงที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละภาษาได้
- ส่งถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย - เลือกช่องนี้เพื่อส่งการแจ้งเตือนทางอีเมลถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย
- ผู้รับรายอื่น - เพิ่มผู้ใช้ที่จะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมลเมื่อไม่มีผู้รับสาย
- เล่นข้อความและยกเลิกการเชื่อมต่อ - ผู้โทรจะได้ยินข้อความแล้วสายจะตัดไป
แก้ไขการกำหนดเส้นทางการโทร
เมื่อมีคนโทรหากลุ่มผู้ใช้ที่เป็นผู้รับสาย คุณสามารถเลือกได้ว่าจะกำหนดเส้นทางการโทรไปที่ใด
- คลิกการกำหนดค่า
- คลิกการกำหนดเส้นทางการโทร
- คลิกการกำหนดค่า
การกำหนดเส้นทางการโทร
- จากเมนูรูปแบบการกำหนดเส้นทางการโทร ให้เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
- การสลับกันทำงาน - ส่งเสียงเรียกเข้าถึงสมาชิกแต่ละรายตามลำดับแบบสุ่มจนกว่าจะมีคนรับสาย
- พร้อมกัน - ส่งเสียงเรียกเข้าถึงสมาชิกทุกรายพร้อมกันจนกว่าจะมีคนรับสาย
- ลำดับตายตัว - ส่งเสียงเรียกเข้าถึงสมาชิกแต่ละรายตามลำดับจนกว่าจะมีคนรับสาย
- คลิกบันทึก
แก้ไขสายที่ไม่ได้รับ
คุณสามารถเลือกการดำเนินการที่จะเกิดขึ้นไม่มีผู้รับสายหลังจากผ่านไป 30 วินาที
- คลิกการกำหนดค่า
- คลิกสายที่ไม่ได้รับ
- ในเมนูสายที่ไม่ได้รับ ให้เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
- ส่งเสียงต่อไป - สายเรียกเข้าจะดังที่โทรศัพท์ของผู้ใช้ในกลุ่มผู้รับสายต่อไปเรื่อยๆ ตามลำดับที่คุณกำหนดไว้
- เล่นข้อความและยกเลิกการเชื่อมต่อ - ผู้โทรจะได้ยินข้อความแล้วสายจะตัดไป
- โอนสายผู้โทร - โอนสายไปที่หมายเลขโทรศัพท์อื่น
- ส่งไปยังข้อความเสียง - โอนสายไปที่ข้อความเสียง
- คลิกบันทึก