เก็บบันทึก Google ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปเพื่อรับการสนับสนุน

หากคุณติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace เกี่ยวกับปัญหาเรื่อง Google ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป ทีมอาจขอให้คุณส่งไฟล์บันทึกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว

รวบรวมไฟล์บันทึกในไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป

  1. จากคอมพิวเตอร์ ให้คลิกไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป ในแถบเมนู

    หากเปิดไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ ให้ใช้เครื่องมือของคอมพิวเตอร์เพื่อรวบรวมบันทึก โดยไปที่หัวข้อเก็บบันทึกเมื่อไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่พร้อมใช้งานในหน้านี้

  2. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วคลิกการตั้งค่า จากนั้น สร้างข้อมูลการวินิจฉัย
    คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อระบบบันทึกไฟล์บันทึกรูปแบบ ZIP ลงในเดสก์ท็อปของคุณ

  3. ส่งไฟล์ ZIP ให้กับตัวแทนฝ่ายสนับสนุน

วิเคราะห์ไฟล์บันทึกด้วยตัวเอง (ไม่บังคับ)

หลังจากที่เก็บไฟล์บันทึกแล้ว คุณจะวินิจฉัยปัญหาของไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปได้ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์บันทึก 2

  1. เปิดเครื่องมือวิเคราะห์บันทึก 2
  2. คลิก Autodetect จากนั้น Drive for desktop จากนั้น Choose file
  3. แตกและอัปโหลดไฟล์
  4. คลิก Analyze
  5. (ไม่บังคับ) คุณสามารถลองวิเคราะห์ไฟล์บันทึกที่มีอยู่เพื่อค้นหาปัญหาอื่นๆ ได้ เช่น drive_fs.txt หรือ drive_fs_1.txt

เก็บบันทึกเมื่อไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่พร้อมใช้งาน

สำคัญ: ใช้คำสั่งเหล่านี้เฉพาะในกรณีที่คุณเปิดไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ หรือต้องรวบรวมบันทึกที่มีเหตุการณ์การลงชื่อเข้าใช้หรือออกจากระบบ เราขอแนะนำให้ลองรวบรวมบันทึกของไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปในแอปก่อน เนื่องจากบันทึกเหล่านี้รวบรวมได้ง่ายกว่าและมักจะเพียงพอสำหรับการสนับสนุน

เก็บบันทึกไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปใน Windows

หากคุณใช้ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปเวอร์ชัน 103 ขึ้นไป ให้ใช้เครื่องมือวินิจฉัยแบบสแตนด์อโลนโดยทำดังนี้

  1. เปิด File Explorer
  2. ในช่อง URL ให้ป้อน %PROGRAMFILES%\Google\Drive File Stream แล้วกด Enter
  3. ดับเบิลคลิก diagnostic_tool.exe เพื่อเรียกใช้
    ระบบจะสร้างไฟล์ ZIP ชื่อ Google Drive Diagnostics - <DATETIME>.zip บนเดสก์ท็อปของคุณ
  4. ส่งไฟล์ ZIP นี้ให้กับตัวแทนฝ่ายสนับสนุน

หากรับบันทึกด้วยเครื่องมือวินิจฉัยของไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ ให้รวบรวมบันทึกของระบบโดยทำดังนี้

  1. เปิด File Explorer
  2. ในช่อง URL ให้ป้อน %USERPROFILE%\AppData\Local\Google\DriveFS แล้วกด Enter
  3. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ Logs จากนั้น คลิก Share จากนั้น Zip
  4. ส่งไฟล์ Logs.zip ให้กับตัวแทนฝ่ายสนับสนุน

รวบรวมบันทึกไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปใน macOS

หากคุณใช้ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปเวอร์ชัน 103 ขึ้นไป ให้ใช้เครื่องมือวินิจฉัยแบบสแตนด์อโลนโดยทำดังนี้

  1. เปิด Finder
  2. กด Command+Shift+G
  3. ป้อน /Applications/Google Drive.app/Contents/MacOS แล้วกด Enter
  4. ดับเบิลคลิก diagnostic_tool เพื่อเรียกใช้
    ระบบจะสร้างไฟล์ ZIP ชื่อ Google Drive Diagnostics - <DATETIME>.zip บนเดสก์ท็อปของคุณ
  5. ส่งไฟล์ ZIP นี้ให้กับตัวแทนฝ่ายสนับสนุน

หากรับบันทึกด้วยเครื่องมือวินิจฉัยของไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ ให้รวบรวมบันทึกของระบบโดยทำดังนี้

  1. เปิด Finder
  2. กด Command+Shift+g
  3. ป้อน ~/Library/Application Support/Google/DriveFS แล้วกด Enter
  4. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ Logs แล้วเลือก Compress "Logs"
  5. ส่งไฟล์ Logs.zip ให้กับตัวแทนฝ่ายสนับสนุน

ขั้นสูง: เก็บบันทึกไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปแบบละเอียดเพื่อรับการสนับสนุน

รวบรวมบันทึกแบบละเอียดในแอป

  1. จากคอมพิวเตอร์ ให้คลิกไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป ในแถบเมนู
  2. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วคลิกการตั้งค่า
  3. คลิกเปิดใช้การบันทึกแบบละเอียด
  4. คลิกไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อป อีกครั้ง
  5. ทดสอบขั้นตอนที่นำไปสู่ปัญหาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจดบันทึกเวลาที่เกิดปัญหา
  6. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วคลิกการตั้งค่า
  7. คลิกสร้างข้อมูลการวินิจฉัย
    คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อระบบเพิ่มไฟล์ ZIP ลงในเดสก์ท็อปของคุณ
  8. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วคลิกการตั้งค่า
  9. คลิกปิดใช้การบันทึกแบบละเอียด
  10. ส่งไฟล์ ZIP ให้กับตัวแทนฝ่ายสนับสนุน

เก็บรวบรวมบันทึกแบบละเอียดใน Windows (เฉพาะในกรณีที่เปิดแอปไม่ได้)

  1. ตรวจสอบว่าไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ทำงานอยู่ โดยดูที่ด้านขวาของแถบงานและตรวจสอบว่าไม่มีไอคอน Google ไดรฟ์แสดงอยู่
  2. จดบันทึกเวอร์ชันของไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปที่ติดตั้งไว้ หากไม่ทราบ ให้เปิด Explorer แล้วไปที่ C:\Program Files\Google\Drive File Stream\ โฟลเดอร์ที่ขึ้นต้นด้วยตัวเลขจำนวนสูงสุดคือเวอร์ชันที่คุณติดตั้ง
  3. เปิด Command Prompt ดังนี้
    • กด Windows+r
    • คลิก Run จากนั้น ป้อน cmd จากนั้น กด Enter
  4. ป้อนคำสั่งต่อไปนี้ที่ Command Prompt และแทนที่ X.X.X.X ด้วยเวอร์ชันไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปจากขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
    "C:\Program Files\Google\Drive File Stream\X.X.X.X\GoogleDriveFS.exe" --module_log_level="&ast;:LOG_FINE"
  5. ทดสอบขั้นตอนที่นำไปสู่ปัญหาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจดบันทึกเวลาที่เกิดปัญหา
  6. ทำตามขั้นตอนในหน้านี้เพื่อรวบรวมบันทึกสำหรับ Windows

เก็บรวบรวมบันทึกแบบละเอียดใน macOS ด้วย Finder (เฉพาะในกรณีที่เปิดแอปไม่ได้)

  1. ไปที่ /Applications/Utilities/Terminal.app แล้วเปิดแอป Terminal
  2. ตรวจสอบว่าไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ทำงานอยู่ โดยดูที่ด้านขวาของแถบเมนูและตรวจสอบว่าไม่มีไอคอน Google ไดรฟ์แสดงอยู่
  3. เมื่อมีข้อความแจ้งในแอป Terminal ให้ป้อนคำสั่งต่อไปนี้

    /Applications/Google\ Drive.app/Contents/MacOS/Google\ Drive --module_log_level="&ast;:LOG_FINE"

  4. ทดสอบขั้นตอนที่นำไปสู่ปัญหาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจดบันทึกเวลาที่เกิดปัญหา
  5. ทำตามขั้นตอนในหน้านี้เพื่อรวบรวมบันทึกสำหรับ macOS

ติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง