ตั้งค่าการเข้าถึงแบบออฟไลน์ในเอกสาร ชีต และสไลด์

บทความนี้มีไว้สำหรับผู้ดูแลระบบ หากต้องการเข้าถึงไฟล์ของคุณเองขณะออฟไลน์ โปรดดูหัวข้อการทำงานในเอกสาร ชีต และสไลด์แบบออฟไลน์

รองรับใน Google Workspace, Cloud Identity และ G Suite ทุกรุ่น

ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณสามารถกำหนดได้ว่าผู้ใช้ในองค์กรจะเข้าถึง Google เอกสาร ชีต และสไลด์ได้หรือไม่ในกรณีที่คอมพิวเตอร์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยค่าเริ่มต้น การเข้าถึงแบบออฟไลน์จะเปิดอยู่สำหรับองค์กร และผู้ใช้จะเปิดหรือปิดการเข้าถึงนี้ให้กับบัญชีของตนเองได้

หมายเหตุ

  • เบราว์เซอร์ Google Chrome และ Microsoft Edge รองรับฟีเจอร์นี้แล้วในตอนนี้
  • ตัวเลือกนี้ใช้กับ Google ไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปไม่ได้ โปรดดูรายละเอียดวิธีที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์แบบออฟไลน์ผ่านไดรฟ์สำหรับเดสก์ท็อปได้ที่หัวข้อเก็บไฟล์และโฟลเดอร์แบบออฟไลน์

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ทำงานแบบออฟไลน์ได้คือการอนุญาตการเข้าถึงแบบออฟไลน์ให้กับผู้ใช้ทุกคน

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น ไดรฟ์และเอกสาร

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

  2. คลิกฟีเจอร์และแอปพลิเคชัน
  3. เลือกอนุญาตให้ผู้ใช้เปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์ (แนะนำ) ที่อยู่ถัดจากออฟไลน์ ระบบจะซิงค์และบันทึกไฟล์ล่าสุดลงในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้และคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้เชื่อถือ
  4. แนะนำวิธีซิงค์ไฟล์สำหรับใช้งานแบบออฟไลน์ให้กับผู้ใช้

ตัวเลือกที่ 2: ใช้นโยบายเพื่อควบคุมการเข้าถึงแบบออฟไลน์จากคอมพิวเตอร์

ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณสามารถใช้นโยบายเพื่อควบคุมการเข้าถึงเอกสาร ชีต และสไลด์แบบออฟไลน์ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux ได้ โดยตัวเลือกนี้จะกำหนดให้คุณพุชนโยบายที่มีการจัดการไปยังคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง หากใช้ตัวเลือกนี้ก่อนจะกำหนดนโยบาย ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์การเข้าถึงแบบออฟไลน์จะเสียสิทธิ์ดังกล่าวหลังจาก 24 ชั่วโมง

หมายเหตุ

  • ตัวเลือกนี้จะใช้กับอุปกรณ์ ChromeOS และอุปกรณ์เคลื่อนที่ (โทรศัพท์และแท็บเล็ต) ไม่ได้
  • ไม่จำเป็นต้องทำขั้นตอนนี้หากเลือกอนุญาตให้ผู้ใช้เปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์ได้
  • ตัวเลือกนี้จะไม่มีผลหากคุณยืนยันทางอีเมล

ขั้นตอนที่ 1 โปรดติดตั้งนโยบายในคอมพิวเตอร์ที่มีการจัดการแต่ละเครื่อง

วิธีอนุญาตให้คอมพิวเตอร์ที่มีการจัดการเก็บและเข้าถึงไฟล์ในไดรฟ์แบบออฟไลน์มีดังนี้

  • ดาวน์โหลดไฟล์การกำหนดค่าไปยังคอมพิวเตอร์
  • แจกจ่ายไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux

ดูวิธีการสำหรับคอมพิวเตอร์แต่ละประเภทด้านล่าง

อุปกรณ์ Windows (โดยใช้ Microsoft Group Policy)

วิธีการสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome

  1. ดาวน์โหลดและแตกไฟล์เทมเพลต Windows Group Policy สําหรับ Google Chrome ดังนี้
    1. ADMX ของ Windows

    2. Windows ADML

  2. เปิดไฟล์ ADMX โดยใช้ Group Policy Editor วิธีอนุญาตการเข้าถึงแบบออฟไลน์
    • เลือก Allowed domains for Google Docs Offline support on Chrome - อนุญาตให้ผู้ใช้ภายในโดเมนที่ระบุเข้าถึงเอกสารออฟไลน์ได้ แต่ปิดการแก้ไขออฟไลน์ไว้โดยค่าเริ่มต้น
    • (ไม่บังคับ) เลือก Auto enabled domains for Google Docs Offline support on Chrome - เปิดใช้การเข้าถึงเอกสารออฟไลน์โดยอัตโนมัติให้กับผู้ใช้ทุกคนที่มีนโยบายนี้ แต่หากผู้ใช้ต้องเปิดการเข้าถึงแบบออฟไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนนี้
  3. อัปเดตค่าตัวเลือกที่มีโดเมนที่จะอนุญาต โดยใช้คอมมาคั่นโดเมน (เช่น domain1.com, domain2.com ฯลฯ)

หมายเหตุ: หากคุณพบข้อผิดพลาด "Encountered an error while parsing" (เกิดข้อผิดพลาดขณะแยกวิเคราะห์) หมายความว่า Windows ไม่สามารถแยกวิเคราะห์ชื่อไฟล์ และคุณจะต้องเปลี่ยนชื่อไฟล์นั้น เช่น ลองลบเครื่องหมายขีดล่างจากชื่อไฟล์ โดยเปลี่ยน GoogleDocs_WinADMX เป็น GoogleDocsOffline

วิธีการสำหรับ Microsoft Edge

  1. ดาวน์โหลดและแตกไฟล์เทมเพลต Windows Group Policy สําหรับ Microsoft Edge ดังนี้ หมายเหตุ: หากเปิดใช้ทั้ง Chrome และ Microsoft Edge โปรดข้ามขั้นตอนนี้และใช้ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาสําหรับ Chrome อีกครั้ง เนื่องจากคุณต้องสร้างไฟล์ admx/adml เหล่านี้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น
    1. ADMX ของ Windows

    2. Windows ADML

  2. เปิดไฟล์ ADMX โดยใช้ Group Policy Editor วิธีเปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์
    • เลือก Allowed domains for Google Docs Offline support on Edge - อนุญาตให้ผู้ใช้ภายในโดเมนที่ระบุเข้าถึงเอกสารออฟไลน์ได้ แต่ปิดการแก้ไขออฟไลน์ไว้โดยค่าเริ่มต้น
    • (ไม่บังคับ) เลือก Auto enabled domains for Google Docs Offline support on Edge - เปิดใช้การเข้าถึงเอกสารออฟไลน์โดยอัตโนมัติให้กับผู้ใช้ทุกคนที่มีนโยบายนี้ แต่หากผู้ใช้ต้องเปิดการเข้าถึงแบบออฟไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนนี้
  3. อัปเดตค่าตัวเลือกที่มีโดเมนที่จะอนุญาต โดยใช้คอมมาคั่นโดเมน (เช่น domain1.com, domain2.com ฯลฯ)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

อุปกรณ์ macOS

วิธีการสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome

  1. ดาวน์โหลดและแก้ไขนโยบาย
    1. ดาวน์โหลดไฟล์ plist ของ macOS สำหรับ Chrome
    2. เปิดไฟล์ในเครื่องมือแก้ไขข้อความใดก็ได้
    3. แก้ไขไฟล์
      • (จําเป็น) หากต้องการอนุญาตการเข้าถึงสำหรับอุปกรณ์แบบออฟไลน์ ให้แทนที่อินสแตนซ์แรกของ YOUR_DOMAIN_HERE.com ด้วยโดเมนของคุณ
      • (ไม่บังคับ) ในการเปิดใช้งานการเข้าถึงเอกสารแบบออฟไลน์โดยอัตโนมัติสําหรับผู้ใช้ทั้งหมดที่มีนโยบายนี้ ให้แทนที่อินสแตนซ์ที่ 2 ของ YOUR_DOMAIN_HERE.com ด้วยโดเมนของคุณ แต่หากผู้ใช้ต้องเปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์ด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนนี้
    4. บันทึกไฟล์ กรณีที่เครื่องมือแก้ไขไม่ได้บันทึกให้โดยอัตโนมัติ
  2. แปลงไฟล์ plist เป็นไฟล์การกำหนดค่าโดยใช้เครื่องมือแปลงที่ต้องการ เช่น mcxToProfile บน github

    ตัวอย่างเช่น หากต้องการใช้ mcxToProfile เพื่อแปลงไฟล์ของคุณเป็นโปรไฟล์การกำหนดค่า ให้ป้อน

    mcxToProfile.py --plist
    com.google.Chrome.extensions.ghbmnnjooekpmoecnnnilnnbdlolhkhi.plist
    --identifier com.google.Chrome.extensions.ghbmnnjooekpmoecnnnilnnbdlolhkhi

  3. ติดตั้ง

    com.google.Chrome.extensions.ghbmnnjooekpmoecnnnilnnbdlolhkhi.mobileconfig to system. คุณอาจต้องรีสตาร์ท Chrome หรือ MacOS เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผล

เคล็ดลับ: ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กําหนดนโยบายสําหรับ Chrome

วิธีการสำหรับ Microsoft Edge

  1. ดาวน์โหลดและแก้ไขนโยบาย
    1. ดาวน์โหลดไฟล์ plist ของ macOS สำหรับ Edge
    2. เปิดไฟล์ในเครื่องมือแก้ไขข้อความใดก็ได้
    3. แก้ไขไฟล์
      • (จําเป็น) หากต้องการอนุญาตการเข้าถึงสำหรับอุปกรณ์แบบออฟไลน์ ให้แทนที่อินสแตนซ์แรกของ YOUR_DOMAIN_HERE.com ด้วยโดเมนของคุณ
      • (ไม่บังคับ) ป้อนโดเมนของคุณแทนอินสแตนซ์ที่ 2 ของ YOUR_DOMAIN_HERE.com เพื่อเปิดใช้การเข้าถึงเอกสารออฟไลน์โดยอัตโนมัติให้กับผู้ใช้ทุกคนที่มีนโยบายนี้ แต่หากผู้ใช้ต้องเปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์ด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนนี้

    4. บันทึกไฟล์ กรณีที่เครื่องมือแก้ไขไม่ได้บันทึกให้โดยอัตโนมัติ
  2. แปลงไฟล์ plist เป็นไฟล์การกำหนดค่าโดยใช้เครื่องมือแปลงที่ต้องการ เช่น mcxToProfile บน github
    ตัวอย่างเช่น หากต้องการใช้ mcxToProfile เพื่อแปลงไฟล์เป็นโปรไฟล์การกำหนดค่า ให้ป้อน

    mcxToProfile.py --plist
    com.microsoft.Edge.extensions.ghbmnnjooekpmoecnnnilnnbdlolhkhi.plist
    --identifier com.microsoft.Edge.extensions.ghbmnnjooekpmoecnnnilnnbdlolhkhi
  3. ติดตั้ง
    com.google.Chrome.extensions.ghbmnnjooekpmoecnnnilnnbdlolhkhi.mobileconfig ที่สร้างขึ้นลงในระบบ คุณอาจต้องรีสตาร์ท Chrome หรือ MacOS เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผล

เคล็ดลับ: ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กําหนดนโยบายสําหรับ Chrome

อุปกรณ์ Linux

วิธีการสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome

  1. ดาวน์โหลดและแก้ไขนโยบาย
    1. ดาวน์โหลด Linux configuration file
    2. เปิดไฟล์การกำหนดค่าในเครื่องมือแก้ไขข้อความใดก็ได้
    3. แก้ไขไฟล์
      • (จําเป็น) หากต้องการอนุญาตการเข้าถึงสำหรับอุปกรณ์แบบออฟไลน์ ให้แทนที่อินสแตนซ์แรกของ YOUR_DOMAIN_HERE.com ด้วยโดเมนของคุณ
      • (ไม่บังคับ) ป้อนโดเมนของคุณแทนอินสแตนซ์ที่ 2 ของ YOUR_DOMAIN_HERE.com เพื่อเปิดใช้การเข้าถึงเอกสารออฟไลน์โดยอัตโนมัติให้กับผู้ใช้ทุกคนที่มีนโยบายนี้ แต่หากผู้ใช้ต้องเปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์ด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนนี้

    4. บันทึกไฟล์ กรณีที่เครื่องมือแก้ไขไม่ได้บันทึกให้โดยอัตโนมัติ
  2. วางไฟล์การกำหนดค่าใน /etc/opt/chrome/policies/managed/

วิธีการสำหรับ Microsoft Edge

  1. ดาวน์โหลดและแก้ไขนโยบาย
    1. ดาวน์โหลด Linux configuration file
      หมายเหตุ: หากเปิดใช้ทั้ง Chrome และ Microsoft Edge คุณต้องสร้างไฟล์การกำหนดค่าเหล่านี้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น แล้วจึงวางสำเนา 2 รายการในไดเรกทอรีที่ต่างกัน
    2. เปิดไฟล์การกำหนดค่าในเครื่องมือแก้ไขข้อความใดก็ได้
    3. แก้ไขไฟล์
      • (จําเป็น) หากต้องการอนุญาตการเข้าถึงสำหรับอุปกรณ์แบบออฟไลน์ ให้แทนที่อินสแตนซ์แรกของ YOUR_DOMAIN_HERE.com ด้วยโดเมนของคุณ
      • (ไม่บังคับ) ป้อนโดเมนของคุณแทนอินสแตนซ์ที่ 2 ของ YOUR_DOMAIN_HERE.com เพื่อเปิดใช้การเข้าถึงเอกสารออฟไลน์โดยอัตโนมัติให้กับผู้ใช้ทุกคนที่มีนโยบายนี้ แต่หากผู้ใช้ต้องเปิดใช้การเข้าถึงแบบออฟไลน์ด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงส่วนนี้

    4. บันทึกไฟล์ กรณีที่เครื่องมือแก้ไขไม่ได้บันทึกให้โดยอัตโนมัติ
  2. วางไฟล์การกำหนดค่าใน /etc/opt/edge/policies/managed/

ขั้นตอนที่ 2 อนุญาตการเข้าถึงแบบออฟไลน์สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีการจัดการ

อนุญาตการเข้าถึงแบบออฟไลน์หลังจากติดตั้งและกำหนดค่านโยบายในคอมพิวเตอร์ที่มีการจัดการแต่ละเครื่องแล้ว การเข้าถึงแบบออฟไลน์จะถูกบล็อกในคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีนโยบาย

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น ไดรฟ์และเอกสาร

    ต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าบริการ

  2. คลิกฟีเจอร์และแอปพลิเคชัน
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ติดตั้งนโยบายอุปกรณ์ที่มีการจัดการในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องแล้ว หากยังไม่ได้ติดตั้ง โปรดดูที่หัวข้อติดตั้งนโยบายอุปกรณ์ที่มีการจัดการในหน้านี้
  4. สำคัญ: หากคุณดำเนินการต่อโดยไม่ติดตั้งนโยบาย ผู้ใช้ที่เคยเข้าถึงไฟล์แบบออฟไลน์ก่อนหน้านี้จะสูญเสียสิทธิ์ดังกล่าวหลังจาก 24 ชั่วโมง
  5. เลือกควบคุมการเข้าถึงแบบออฟไลน์โดยใช้นโยบายอุปกรณ์ถัดจากออฟไลน์ ระบบจะซิงค์และบันทึกไฟล์ล่าสุดไว้ในคอมพิวเตอร์ที่มีการจัดการซึ่งตั้งค่านโยบายอุปกรณ์ไว้
  6. แนะนำให้ผู้ใช้ทราบวิธีซิงค์ไฟล์สำหรับใช้งานแบบออฟไลน์


Google, Google Workspace รวมถึงเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง