หากคุณมีการสมัครใช้บริการ Google Voice Starter แบบสแตนด์อโลนและต้องการเพิ่มผู้ใช้หรือเข้าถึงฟีเจอร์เพิ่มเติมในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google คุณสามารถอัปเกรดเป็น Google Workspace พร้อมการสมัครใช้บริการส่วนเสริม Voice Starter ได้
ขั้นตอนที่ 1: อัปเกรดเป็น Google Workspace
หากต้องการเข้าถึงฟีเจอร์เพิ่มเติม ให้อัปเกรดเป็น Workspace Business Edition ก่อน เมื่ออัปเกรด ระบบจะแปลงบริการ Voice Starter เป็นการสมัครใช้บริการส่วนเสริม ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่น Business
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
ซื้อหรืออัปเกรด
- คลิกเริ่มต้นใช้งานข้างรุ่นที่คุณต้องการเปลี่ยนไปใช้
- ตรวจสอบรายละเอียดของรุ่น แล้วคลิกถัดไป
- เลือกแพ็กเกจการชำระเงินสำหรับการสมัครใช้บริการใหม่ ดังนี้
- แพ็กเกจแบบยืดหยุ่น - ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ที่มีในแต่ละเดือนโดยเพิ่มหรือลบผู้ใช้ตามที่ต้องการ
- แพ็กเกจรายปี (ชำระเงินรายเดือน) - ต้องทำสัญญา 1 ปี ชำระเงินรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้ที่ตกลงไว้ และเพิ่มผู้ใช้ได้ตามต้องการ
- ให้คลิกจุดชำระเงิน
- ป้อนข้อมูลสำหรับการเรียกเก็บเงิน แล้วคลิกสั่งซื้อ
ขั้นตอนที่ 2: ยืนยันโดเมน
หากต้องการปลดล็อกฟีเจอร์การดูแลระบบ ให้ทำตามขั้นตอนในการยืนยันโดเมน
(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 3: มอบหมายใบอนุญาต Voice ให้ผู้ใช้
การสมัครใช้บริการส่วนเสริม Voice Starter ช่วยให้คุณมอบหมายใบอนุญาตให้ผู้ใช้ได้สูงสุด 10 คน
- หากต้องการเพิ่มผู้ใช้ ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้อเพิ่มบัญชีสำหรับผู้ใช้ใหม่
- ทำตามขั้นตอนในการมอบหมายใบอนุญาต Voice ให้กับผู้ใช้
(ไม่บังคับ) ขั้นตอนที่ 4: อัปเกรดการสมัครใช้บริการ Voice
หากต้องการฟีเจอร์โทรศัพท์เพิ่มเติมหรือต้องการเพิ่มผู้ใช้ คุณสามารถอัปเกรดการสมัครใช้บริการส่วนเสริม Voice Starter เป็น Voice Standard หรือ Voice Premier ได้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเปรียบเทียบฟีเจอร์ของ Voice ตามแพ็กเกจ
-
ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู
การเรียกเก็บเงิน
ซื้อหรืออัปเกรด
- คลิก Google Voice ที่ด้านข้าง
- ในส่วน Google Voice Standard หรือ Google Voice Premier ให้คลิกเปลี่ยน
-
คลิกชำระเงิน
ส่งคำสั่งซื้อ
- (ไม่บังคับ) หากต้องการเพิ่มผู้ใช้ไปยังการสมัครใช้บริการ ให้ทำดังนี้
- โปรดไปที่หัวข้อเพิ่มบัญชีสำหรับผู้ใช้ใหม่
- มอบหมายใบอนุญาต Voice ให้ผู้ใช้