กำหนดหมายเลข Voice ให้กับผู้ใช้

ใช้กับการสมัครใช้บริการส่วนเสริม Voice เท่านั้น เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอื่น

หลังจากมอบหมายใบอนุญาตให้กับผู้ใช้แล้ว คุณจะกำหนดหมายเลข Google Voice ให้กับผู้ใช้แต่ละรายหรือให้ผู้ใช้เลือกหมายเลข Voice เองก็ได้ โดยจะกำหนดหมายเลข Voice แต่ละหมายเลขได้เพียงครั้งเดียว และกำหนดหมายเลขให้กับผู้ใช้แต่ละรายได้ครั้งละ 1 หมายเลขเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลามากสุด 48 ชั่วโมงเพื่อให้หมายเลขของ Voice พร้อมใช้งาน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินในหัวข้อวิธีการเรียกเก็บค่าบริการหมายเลข

หมายเหตุ: ก่อนที่จะมีการสมัครใช้บริการเสริมของ Voice สำหรับ Google Workspace ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาจะสามารถเลือกใช้บัญชีงานหรือบัญชีโรงเรียนของตนเองในการลงชื่อสมัครใช้ Voice หากผู้ใช้มีบัญชีที่ไม่มีการจัดการ คุณจะต้องย้ายข้อมูลของผู้ใช้เหล่านั้นก่อนการกําหนดหมายเลข โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อย้ายผู้ใช้ไปยังบัญชีที่มีการจัดการ

ที่อยู่สำหรับรับบริการในกรณีที่โทรหมายเลขฉุกเฉิน

หากผู้ใช้โทรไปยังหมายเลขฉุกเฉิน Voice จะส่งที่อยู่ที่ผู้ใช้รับบริการไปยังบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งเป็นที่อยู่สำหรับรับบริการที่คุณป้อนไว้ตอนที่กำหนดหมายเลข Voice ให้กับผู้ใช้ หากอนุญาตให้ผู้ใช้เลือกหมายเลขโทรศัพท์ได้เอง ผู้ใช้จะป้อนที่อยู่สำหรับรับบริการตอนที่ลงชื่อสมัครใช้ Voice

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่ใช้ร่วมกับสายโทรเข้าและโทรออก ซึ่งรวมถึงการโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉินสำหรับผู้ใช้ที่ใช้การโทรแบบ 2 ทางด้วย

เลือกวิธีกำหนดหมายเลข

อนุญาตให้ผู้ใช้เลือกหมายเลขของตนเอง

ฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเท่านั้น

คุณให้ผู้ใช้ในองค์กรเลือกหมายเลขโทรศัพท์และระบุที่อยู่สำหรับรับบริการได้เองในขณะที่ลงชื่อสมัครใช้ Voice

ก่อนเริ่มต้น

ก่อนเริ่มต้น: หากจำเป็น โปรดดูวิธีใช้การตั้งค่ากับแผนกหรือกลุ่ม

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น  แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น Google Voice

    ต้องมีบทบาทผู้ดูแลระบบ Google Voice

  2. คลิกการตั้งค่า จากนั้น การลงชื่อสมัครใช้ของผู้ใช้
  3. (ไม่บังคับ) หากต้องการใช้การตั้งค่ากับผู้ใช้บางรายเท่านั้น ให้เลือกหน่วยขององค์กร (มักใช้กับแผนกต่างๆ) หรือกลุ่มการกำหนดค่า (ขั้นสูง) ที่ด้านข้าง

    การตั้งค่ากลุ่มจะลบล้างหน่วยขององค์กร ดูข้อมูลเพิ่มเติม

  4. เลือกช่องอนุญาตให้ทุกคนลงชื่อสมัครใช้ Google Voice
  5. คลิกบันทึก หรือคลิกลบล้างสำหรับหน่วยขององค์กร

    หากต้องการกู้คืนค่าที่รับช่วงมาในภายหลัง ให้คลิกรับค่า (หรือยกเลิกการตั้งค่าสำหรับกลุ่ม)

เชิญผู้ใช้ให้ลงชื่อสมัครใช้

หลังจากที่เปิดให้ผู้ใช้ลงชื่อสมัครใช้ได้แล้ว คุณจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบวิธีการลงชื่อสมัครใช้ Voice รวมทั้งเลือกหมายเลขของตนเอง และป้อนที่อยู่สำหรับรับบริการได้

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น  แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น Google Voice

    ต้องมีบทบาทผู้ดูแลระบบ Google Voice

  2. คลิกผู้ใช้
    ระบบจะแสดงหน้าข้อมูลผู้ใช้รวมทั้งหมายเลข Voice ของแต่ละคน แต่หากคุณยังไม่ได้มอบหมายใบอนุญาตให้กับผู้ใช้ จะไม่มีข้อมูลปรากฏในหน้านี้
  3. คลิกเพิ่มเติม จากนั้น ส่งคำเชิญที่ด้านขวาบน
  4. คลิกส่งคำเชิญในหน้าต่างการยืนยัน

Voice จะส่งอีเมลและเตรียมสิ่งต่อไปนี้ให้กับผู้ใช้

  • เปิดการลงชื่อสมัครใช้ด้วยตนเองในหน่วยขององค์กร
  • ใบอนุญาต Voice แต่ไม่รวมหมายเลข Voice

หมายเหตุ: หากผู้ใช้ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดา ระบบจะส่งอีเมลแจ้งให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ เนื่องจากไม่มีบริการลงชื่อสมัครใช้ด้วยตนเอง

กำหนดหมายเลขให้กับผู้ใช้เป็นรายบุคคล

มีผลกับการสมัครใช้บริการ Voice แบบชำระเงินทั้งหมด

หากมีการสมัครใช้บริการ Google Voice Starter แบบสแตนด์อโลน ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อกำหนดหมายเลขให้ตัวเอง (หากยังไม่มี)

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น  แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น Google Voice

    ต้องมีบทบาทผู้ดูแลระบบ Google Voice

  2. คลิกผู้ใช้
    ระบบจะแสดงหน้าข้อมูลผู้ใช้รวมทั้งหมายเลข Voice ของแต่ละคน แต่หากคุณยังไม่ได้มอบหมายใบอนุญาตให้กับผู้ใช้ จะไม่มีข้อมูลปรากฏในหน้านี้
    สำคัญ:
    • หากมีผู้ใช้ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ระบบจะมอบหมายให้
    • หากเกิดข้อผิดพลาดในการมอบหมายใบอนุญาต เช่น ใบอนุญาตที่ซื้อไว้หมดแล้ว ผู้ดูแลระบบจะได้รับแจ้งทางอีเมล
  3. ชี้ไปที่ผู้ใช้ที่ต้องการกำหนดหมายเลขให้ แล้วคลิกกำหนดหมายเลข
    หน้าต่างการกำหนดหมายเลขจะปรากฏขึ้น
  4. คลิกเพิ่มที่อยู่สำหรับรับบริการ
    หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้น
  5. เลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง หมายเหตุ: คุณจะใช้สถานที่ตั้งของ Voice แล้วเพิ่มบรรทัดที่อยู่เพิ่มเติม (ไม่บังคับ) หรือป้อนที่อยู่ใหม่ในแบบฟอร์มที่มีให้ก็ได้
    • ค้นหาสถานที่ที่มีอยู่เพื่อใช้เป็นที่อยู่สำหรับรับบริการ
    • คลิกป้อนที่อยู่ใหม่แทน
  6. Voice จะแสดงหมายเลขที่ใช้ได้ในช่องหมายเลข Google Voice
    • หากต้องการใช้หมายเลขนั้น ให้คลิกกำหนด
    • หากต้องการหาหมายเลขอื่น ให้ทำดังนี้
      1. คลิกเปลี่ยน
      2. คลิกเลือกถัดจากหมายเลขในรายการดังกล่าว
      3. คลิกมอบหมาย

กำหนดหมายเลขให้กับผู้ใช้ครั้งละหลายคน

หากมีผู้ใช้จำนวนมาก คุณจะกำหนดหมายเลขให้กับผู้ใช้ทั้งหมดในคราวเดียวได้โดยใช้ไฟล์ Google ชีต ผู้ใช้ที่ยังไม่มีใบอนุญาต Voice จะได้รับใบอนุญาตในระหว่างการกำหนดหมายเลขแบบกลุ่มนี้

  1. ในคอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google ให้ไปที่เมนู จากนั้น  แอป จากนั้น Google Workspace จากนั้น Google Voice

    ต้องมีบทบาทผู้ดูแลระบบ Google Voice

  2. คลิกผู้ใช้
    ระบบจะแสดงหน้าข้อมูลผู้ใช้รวมทั้งหมายเลข Voice ของแต่ละคน แต่หากคุณยังไม่ได้มอบหมายใบอนุญาตให้กับผู้ใช้ จะไม่มีข้อมูลปรากฏในหน้านี้
  3. คลิกกำหนดหมายเลขเป็นกลุ่มที่ด้านบน
    ระบบจะแสดงหน้าต่างที่มีตัวเลือกให้สร้างรายการใหม่หรือใช้รายการที่มีอยู่
  4. คลิกเริ่มรายการใหม่หรือใช้รายการที่มีอยู่ ดังนี้
    • เริ่มรายการใหม่ - Voice จะสร้างสเปรดชีตที่มีชื่อไฟล์ว่า "มอบหมายเป็นกลุ่มเมื่อ วันที่"
    • ใช้รายการที่มีอยู่ ระบบจะเปิดหน้าต่างที่แสดงรายการสเปรดชีตที่มีอยู่
      1. คลิกชื่อสเปรดชีตที่ต้องการใช้ หากต้องการใช้สเปรดชีตที่ไม่มีในรายการ ให้คลิกอัปโหลดที่ด้านบน
      2. คลิกเลือก
  5. คลิกชื่อสเปรดชีต
    ระบบจะเปิดไฟล์ด้วย Google ชีตในแท็บใหม่ของเบราว์เซอร์
  6. กรอกข้อมูลอีเมล ประเทศ/ภูมิภาค ที่อยู่สำหรับรับบริการ และหมายเลขโทรศัพท์ลงใน 4 คอลัมน์สำหรับผู้ใช้แต่ละรายที่ต้องการกำหนดหมายเลขให้
    • ป้อนที่อยู่ของสถานที่ที่ชัดเจนของผู้ใช้แต่ละคน ที่อยู่นี้ควรเป็นที่อยู่ที่ถูกต้องสำหรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
    • หากผู้ใช้มีหมายเลขโทรศัพท์แล้ว ผู้ดูแลระบบจะตัดสินใจให้ยกเลิกการกำหนดหมายเลขปัจจุบันหรือทําเครื่องหมายให้กับหมายเลขว่าล้มเหลวในขั้นตอนการตรวจสอบ

      เคล็ดลับ: คุณสามารถส่งออกผู้ใช้จากหน้าผู้ใช้เพื่อสร้างรายการที่คัดลอกไปยังสเปรดชีตที่เลือกได้ง่าย แทนที่จะต้องป้อนผู้ใช้ทีละคนด้วยตนเอง ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์สำหรับกระบวนการใดก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้จำนวนมากในครั้งเดียว โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อส่งออกผู้ใช้ที่กรองไปยัง Google ชีตจำนวนหลายรายในครั้งเดียว

  7. หลังจากที่กรอกข้อมูลในสเปรดชีตครบแล้ว ให้กลับไปที่คอนโซลผู้ดูแลระบบแล้วคลิกต่อไป
    Voice จะตรวจสอบที่อยู่สำหรับรับบริการและอีเมล
    • หากมีข้อผิดพลาด หน้าต่างจะเปิดขึ้นและคุณแก้ไขข้อผิดพลาดได้ ดูข้อมูลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการยืนยันด้านล่าง
    • เมื่อ Voice ตรวจสอบที่อยู่ทั้งหมดแล้ว หน้าต่างจะเปิดขึ้นเพื่อแสดงข้อมูลผู้ใช้
  8. ตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน แล้วคลิกกำหนดหมายเลข

    สำคัญ

    • หากมีผู้ใช้ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ระบบจะมอบหมายให้ หากมีใบอนุญาต Voice ไม่เพียงพอกับผู้ใช้ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ คุณจะเห็นข้อความแสดงข้อผิดพลาดและกำหนดหมายเลขไม่ได้
    • หากเห็นข้อความ "เกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการประมวลผลคำขอ โปรดลองอีกครั้ง" แสดงว่าผู้ใช้บางคนอาจใช้บัญชีที่ถูกระงับอยู่ ให้ลบผู้ใช้ที่ถูกระงับออกจากรายการแล้วส่งข้อมูลนี้อีกครั้ง
  9. คลิกงาน ด้านขวาบน คุณจะเห็นสถานะของหมายเลขที่กำหนด
    ระบบอาจใช้เวลานานถึง 24 ชั่วโมงในการกำหนดหมายเลขทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ที่อัปโหลดและผู้ให้บริการ

หากพบข้อผิดพลาด ให้แก้ไขแล้วลองอัปเดตที่อยู่หรือส่งรายการผู้ใช้อีกครั้ง

ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับที่อยู่ คำอธิบายและการแก้ปัญหา
ไม่สามารถยืนยันที่อยู่นี้ได้ ยืนยันที่อยู่ไม่ได้ โปรดเปลี่ยนเป็นที่อยู่ที่ถูกต้อง โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเกี่ยวกับที่อยู่สำหรับรับบริการ
มีหมายเลขที่ใช้งานอยู่แล้ว ผู้ใช้มีหมายเลข Voice นำผู้ใช้ออกจากรายการ
มีอักขระที่ไม่ถูกต้อง ที่อยู่มีอักขระที่ไม่อนุญาต นำอักขระที่ไม่ถูกต้องออก
มีอักขระที่ไม่ถูกต้องในชื่อ ชื่อมีอักขระที่ไม่ถูกต้อง นำอักขระที่ไม่ถูกต้องออก
ไม่ผ่านการรับรองสำหรับใช้งาน Google Voice ผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์รับหมายเลข Voice นำผู้ใช้ออกจากรายการ
รูปแบบอีเมลไม่ถูกต้อง รูปแบบอีเมลไม่ถูกต้อง ใช้รูปแบบ username@example.com
Google Voice ไม่มีให้บริการในประเทศนี้ ที่อยู่สำหรับรับบริการของผู้ใช้อยู่ในประเทศหรือภูมิภาคที่ Voice ไม่พร้อมใช้งาน โปรดอัปเดตโดยใช้ที่อยู่ที่ถูกต้องหรือนำผู้ใช้รายนี้ออกจากรายการ
รหัสพื้นที่และที่อยู่ไม่ถูกต้อง รหัสพื้นที่และที่อยู่ไม่ถูกต้อง
ความยาวหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง หมายเลขโทรศัพท์มีความยาวไม่ถูกต้อง
จังหวัดไม่ถูกต้อง จังหวัดไม่ถูกต้อง
รหัสรัฐไม่ถูกต้อง โดยรหัสรัฐต้องเป็นอักษรย่อที่มีอักขระ 2 ตัว รหัสรัฐต้องเป็นอักษรย่อที่มีอักขระ 2 ตัว เช่น CA สำหรับแคลิฟอร์เนีย
รูปแบบรหัสไปรษณีย์ไม่ถูกต้อง รหัสไปรษณีย์ไม่ถูกต้อง ป้อนรหัสไปรษณีย์ที่ถูกต้อง
ไม่มีประเทศ ที่อยู่ไม่ได้ระบุประเทศ โปรดเพิ่มประเทศลงในที่อยู่
ไม่มีเขต ที่อยู่ไม่ได้ระบุเขต โปรดเพิ่มเขตลงในที่อยู่
ไม่มีชื่ออาคารหรือหมายเลขอาคาร/สถานที่/บ้านเลขที่หรือข้อมูลไม่ถูกต้อง โปรดป้อนชื่ออาคาร สถานที่ หรือบ้านเลขที่ที่ถูกต้อง
ไม่มีข้อมูลหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง ที่อยู่ไม่มีข้อมูลหรือมีข้อมูลไม่ถูกต้อง โปรดป้อนที่อยู่ที่ถูกต้องและครบถ้วน
ไม่มีชื่อ/ประเภทถนนหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง ที่อยู่ไม่ได้ระบุชื่อถนน โปรดป้อนชื่อถนนแบบเต็ม
ไม่มีข้อมูลภาษี (CIF/NIF/VAT) หรือข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อมูลภาษีหรือข้อมูลภาษีไม่ถูกต้อง โปรดป้อนข้อมูลภาษีที่ถูกต้อง
ไม่มีที่อยู่อีเมล ไม่มีอีเมล เพิ่มอีเมลในรูปแบบ username@example.com
ไม่มีที่อยู่สำหรับรับบริการ ไม่มีที่อยู่สำหรับรับบริการ โปรดเพิ่มที่อยู่สำหรับรับบริการ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเกี่ยวกับที่อยู่สำหรับรับบริการ
ไม่มีผู้ใช้ที่ใช้อีเมลนี้ อีเมลไม่ได้เป็นของผู้ใช้ในองค์กร โปรดป้อนอีเมลที่ถูกต้องในรูปแบบ username@example.com
หมายเลขในบล็อกจะต้องมีที่อยู่เดียวกัน ที่อยู่สำหรับรับบริการไม่ตรงกับที่อยู่สำหรับรับบริการของหมายเลขทั้งหมดในบล็อกหมายเลขนั้นๆ โปรดตรวจสอบว่าหมายเลขทั้งหมดในสเปรดชีตที่เป็นส่วนหนึ่งของบล็อกหมายเลขใช้ที่อยู่สำหรับรับบริการเดียวกัน โดยดูรายละเอียดที่หัวข้อเกี่ยวกับที่อยู่สำหรับรับบริการ
ไม่อนุญาตให้อัปเดตที่อยู่เพียงบางส่วน คุณอัปเดตที่อยู่เพียงบางส่วนไม่ได้ โปรดอัปเดตที่อยู่แบบเต็ม
จดทะเบียนไม่สำเร็จ ลงทะเบียนที่อยู่ไม่สำเร็จ โปรดตรวจสอบที่อยู่
ลงทะเบียนไม่สำเร็จ ที่อยู่ไม่ถูกต้อง ที่อยู่ไม่ถูกต้อง ป้อนที่อยู่ที่ถูกต้อง
ที่อยู่สำหรับรับบริการไม่สมบูรณ์ ที่อยู่ไม่มีข้อมูล โปรดป้อนที่อยู่แบบเต็ม โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อเกี่ยวกับที่อยู่สำหรับรับบริการ
คำขอนี้ได้รับการประมวลผลในคำสั่งซื้ออื่นแล้วและไม่สำเร็จ คำสั่งซื้อซ้ำกัน ระบบจะปฏิเสธคำขอเพื่อหลีกเลี่ยงคำสั่งซื้อที่ซ้ำกัน
กำลังดำเนินการกับคำขอนี้ โปรดรอสักครู่แล้วตรวจสอบอีกครั้งในภายหลัง ส่งคำขอการประมวลผล โปรดรอแล้วตรวจสอบอีกครั้ง
ผู้ใช้จำเป็นต้องได้รับการย้ายข้อมูลไปยังบัญชีที่จัดการ ผู้ใช้มีบัญชี Voice ที่ไม่มีการจัดการ โปรดย้ายผู้ใช้รายดังกล่าวไปยังบัญชีที่จัดการ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อย้ายผู้ใช้ไปยังบัญชีที่จัดการ